546.jpg
กมธ.ศาสนาฯจ่อเรียกตร.แจงบุกปราบเงินทอนวัดเฟส4 เชิดชูหรือทำพุทธศาสนาเสื่อมเสีย

กมธ.ศาสนาฯจ่อเรียกตร.แจงบุกปราบเงินทอนวัดเฟส4 เชิดชูหรือทำพุทธศาสนาเสื่อมเสีย

วันอาทิตย์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.45 น.

กมธ.ศาสนาฯจ่อเรียกตร.แจงบุกปราบเงินทอนวัดเฟส4 เชิดชูหรือทำพุทธศาสนาเสื่อมเสีย

20 กุมภาพันธ์ 2565 นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าจากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. กว่า 60 นาย เปิดปฏิบัติการ “ล้างบาปปราบอลัชชี ทุจริตเงินทอนวัด” ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุด ในพื้นที่ จ.นครนายก จ.นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร เพื่อตามจับผู้กระทำผิดทุจริตเงินอุดหนุนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวมถึงตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด รวมทั้งมีการแถลงที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารสำนักงานกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในชื่อปฏิบัติการ “ล้างบาปปราบอลัชชี” ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการทุจริตเงินอุดหนุนวัด ความเสียหายกว่า 110 ล้านบาท


ล่าสุดจากที่ตนได้ลงพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ตามกำหนดการลงพื้นที่ของ กมธ.ศาสนาฯ ตนได้รับการร้องเรียนจากพระสงฆ์และประชาชนเป็นจำนวนมาก ที่กล่าวว่าปฏิบัติการ “ล้างบาปปราบอลัชชี” จะเป็นการเชิดชูพระพุทธศาสนาให้ดีขึ้น หรือจะเป็นการทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสียมากกว่าเดิม เพราะเป็นการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกสู่ที่รโหฐานของพระภายในวัด โดยนำนักข่าวเข้าไปปฏิบัติการทำข่าวด้วย ทำให้ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยไม่สบายใจว่าจะทำให้ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ที่เสื่อมถอยอยู่แล้ว จะยิ่งแย่กว่าเดิมหรือไม่

นายเพชรวรรต ระบุว่า ตนเห็นการห่มดองครองผ้า โดยปกติพระจะดำเนินกิจกรรมสงฆ์อยู่ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังเข้าไปจะผิดตาม มาตรา 207 ผู้ใดก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกัน นมัสการ หรือกระทำพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปในกุฏิพระสงฆ์ที่ยังไม่มีข้อพิพากษา แต่สวมหมวกใส่รองเท้าไม่ให้เกียรติสถานที่ จะผิดตาม มาตรา 206 ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท ถึง 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การนำเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก และนำนักข่าวเข้าไปทำข่าวเพื่อเผยแพร่ไขข่าว จนอาจทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสียรวมถึงพระสงฆ์ผู้ต้องคดี ตนเห็นว่าเพื่อให้เกิดความสบายใจของประชาชนชาวพุทธที่ร้องเรียนมายังกรรมาธิการ ตนก็จะเสนอให้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติการดังกล่าวเข้ามาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top