533.jpg
อดีตพระหัวร้อน 'สำนักสงฆ์ดอยจ่าตี่' แม่ฮ่องสอนรับสารภาพยิงชาวบ้านจริง

อดีตพระหัวร้อน 'สำนักสงฆ์ดอยจ่าตี่' แม่ฮ่องสอนรับสารภาพยิงชาวบ้านจริง

วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.43 น.

ความคืบหน้ากรณีพระยิงชาวบ้านได้ถูกจับสึกและตกเป็นผู้ต้องหาและรับสารภาพว่าได้ยิงปืนจริง โดยตำรวจ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน สามารถยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุได้แล้ว ทางด้านคณะกรรมการหมู่บ้าน บ้านใหม่หมู่ 5 ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน พากันคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ขณะที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยืนยันพื้นที่กรณีพิพาทไม่ใช่พื้นที่ของวัด หรือสำนักสงฆ์ใดใดเป็นการสร้างเรื่องเพื่อต้องการให้เป็นวัดโดยลอบเอาก้อนอิฐโบราณสถานมากองไว้ในพื้นที่ดังกล่าว

วันที่ 21 ก.พ.65 นายสมนึก ไชยรัตน อายุ 45 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่าขณะเกิดเหตุได้นอนอยู่ในบ้านของตนเองที่ติดกับที่เกิดเหตุและได้ยินเสียงทะเลาะกันระหว่างครูคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ดินที่ติดกับสำนักสงฆ์ดอยจ่าตี่ โดยทางครูคนดังกล่าว (ขอสงวนนาม) ได้โทรหาเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านใหม่ ซึ่งเป็นผู้ส่งพระคนก่อเหตุมาจำวัดที่สำนักสงฆ์ โดยพระคนก่อเหตุได้ถือมีดจะทำร้ายครูจึงได้ตะโกนห้ามและถามว่าเป็นนักเลงหรือ ขณะที่พระองค์ดังกล่าวใด้ชักปืนพกสั้นสีดำออกมาเล็งยิงมาที่ครูและตน ต่อมาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้วิ่งลงมาก็ถูกยิงไปด้วย แต่กระสุนไม่ได้ถูกใคร โดยในช่วงเช้าวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมาตรวจสอบพื้นที่และเก็บปลอกกระสุนปืน ไปนับสิบนัดรวมไปถึงพบร่องรอยกระสุนปืนที่ยิงถูกตัวบ้านเรือนและหลังคาที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ


นางประพิณ แก้วทองมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านใหม่ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้พากันไปพบเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านใหม่ เพื่อขอร้องไม่ให้เข้ามาช่วยเหลือและประกันตัวผู้ต้องหาผู้ก่อเหตุคือนายเชื้อ กล่ำมาศ อายุ 50 ปีที่อยู่ตามบัตรประชาชน เลขที่ 717 หมู่ 1 ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง เนื่องจากเกรงจะมากดดันราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ติดกับสำนักสงฆ์วัดดอยจ่าตี่ ซึ่งมีบ้านเรือนกว่า 10 หลังคาเรือน

ในส่วนของนายเชื้อ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา ทางเจ้าหน้าที่ได้จับสึกและยอมรับสารภาพว่าได้ยิงชาวบ้านจริงโดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามไปยึดอาวุธปืนของกลางได้บนเทือกเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ หลังจากที่นายเชื้อ ฯ ได้ทิ้งก่อนหนีไปที่วัดป่าบ้านใหม่

สำหรับพื้นที่วัดที่เป็นข้อพิพาทดังกล่าวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านระบุว่า เดิมที่ไม่ได้เป็นวัด เป็นพื้นที่ป่าติดหมู่บ้าน ต่อมาได้มีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ในป่า ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้อาศัยอยู่ จนกลายเป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งในตอนแรก พระที่มาอาศัยอยู่ ได้ไปขนลำเลียงก้อนอิฐโบราณ จากที่อื่นมาไว้บนยอดเขา ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วอ้างว่า เดิมเป็นวัดเก่าแก่ เพื่อที่จะให้ทางการยอมรับเป็นวัดและสำนักสงฆ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาตั้งแต่พระคนก่อเหตุมาจำวัดอยู่ ซึ่งมาจากวัดป่าบ้านใหม่ได้เกิดข้อพิพาทก้บชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบวัด มาแล้ว  3  ครั้ง และครั้งที่ 3 ถึงได้มีเหตุการณ์ไล่ยิงญาตโยมขึ้นมา

"อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นชาวในหมู่บ้านบ้านใหม่ รวมไปถึงคณะกรรมการหมู่บ้านเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่สมควรที่จะเป็นวัดเนื่องจากพระที่มาจำวัดอาศัยอยู่มักสร้างปัญหากับชาวบ้านและมีความเห็นพ้องกันว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังนายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อขอยกพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ หรือใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ติดกับสวนรุกชาติห้วยโป่งแข่ ส่วนสำนักสงฆ์และวัด คือที่บ้านใหม่มีวัดป่าบ้านใหม่อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาสร้างวัดตรงพื้นที่ดังกล่าวอีกต่อไป" นางประพิณ กล่าว - 003

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top