533.jpg
สกู๊ปพิเศษ : 'เขื่อนทดน้ำผาจุก'ตอบโจทย์การแก้ปัญหาน้ำ จ.อุตรดิตถ์

สกู๊ปพิเศษ : 'เขื่อนทดน้ำผาจุก'ตอบโจทย์การแก้ปัญหาน้ำ จ.อุตรดิตถ์

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

 

เขื่อนสิริกิติ์ ที่อ.ท่าปลา  จ.อุตรดิตถ์  แม้จะเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2517 แต่การใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มศักยภาพ ผลการศึกษาโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน ได้ระบุชัดเจนว่า เพื่อให้การใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ตั้งแต่ท้ายเขื่อนสิริกิติ์ ลงมาเกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นจะต้องสร้างเขื่อนทดน้ำผาจุกและอาคารประกอบ พร้อมระบบส่งน้ำขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง  ดังนั้นคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552  จึงเห็นชอบให้กรมชลประทานดำเนินโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก จ.อุตรดิตถ์  มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 9 ปี  ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 14  พฤศจิกายน 2560 ได้อนุมัติขยายระยะเวลาเป็น 14 ปี (พ.ศ.2553 - พ.ศ. 2566) ภายใต้กรอบวงเงิน  10,500  ล้านบาท


โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก  แบ่งเป็นส่วนสำคัญๆ 3 ส่วน คือ  ส่วนที่ 1เขื่อนทดน้ำและอาคารประกอบ   ส่วนที่2ระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา  และส่วนที่ 3 ระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย  โดยในแต่ละส่วนนั้นก็จะมีรายละเอียดของงานต่างๆหลายงาน

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน  ในฐานะโฆษกกรมชลประทาน เปิดเผยว่า  โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ที่ให้้ความสำคัญในการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชุมชี้แจงและให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นในการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง  จึงอาจจะต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปแบบและแผนงานก่อสร้างให้เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศและความต้องการของประชาชน ดังนั้นอาจจะทำให้การดำเนินโครงการล่าช้าออกไปบ้าง แต่ก็คุ้มค่าเพราะจะได้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง และเกิดผลกระทบน้อยที่สุด  รวมทั้งยังจะทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบและแผนงานก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นงานในส่วนของระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา-ฝั่งซ้ายก็ตาม แต่การดำเนินโครงการก็มีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้แล้ว    โดยขณะนี้งานในส่วนแรกคือ เขื่อนทดน้ำและอาคารประกอบ  ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยและโอนงานให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกได้นำไปใช้ประโยชน์แล้ว

สำหรับงานในส่วนที่ 2 ระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา  และส่วนที่ 3 ระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ขณะนี้เสร็จไปแล้วถึง 6 งาน ได้แก่ งานระบบส่งน้ำสถานีสูบน้ำ ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 2 สถานี และงาน
ระบบส่งน้ำของสถานีสูบน้ำ ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ อีกจำนวน 2 สถานี นอกจากนี้ยังมีงานที่ราษฎรในพื้นที่ให้กรมชลประทานดำเนินก่อสร้างเพิ่มเติมคือ งานพัฒนาพื้นที่แก้มลิง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่แก้มลิงฝั่งขวา(บึงมาย) และการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงฝั่งซ้าย (บึงกะโล่) เสร็จเรียบร้อยและส่งมอบให้กับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุกไปแล้วเช่นกัน โดยงานในส่วนนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ไปแล้ว ประมาณ 57,260 ไร่

นอกจากนี้ยังมีงานในส่วนที่2และที่3 อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอีก  3  สัญญา  ได้แก่  สัญญาก่อสร้างระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา พร้อมอาคารประกอบ ส่วนที่ 1 ความยาว 60 กิโลเมตร  สัญญาก่อสร้างระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย พร้อมอาคารประกอบ ความยาว 50.6กิโลเมตร และสัญญาระบบส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย พร้อมอาคารประกอบ (สัญญาที่ 2) ความยาว 24.6 กิโลเมตร

“ผ่านมากรมชลประทาน  ได้มีการประชุมชี้แจงผู้นำในท้องที่และราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการมาโดยตลอด เพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการและลดผลกระทบที่มีต่อราษฎรให้ได้มากที่สุด  ซึ่งได้มีการเพิ่มพื้นที่ชลประทานในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ พิจารณาขยายพื้นที่ชลประทานในเขตที่ไม่ได้ผลประโยชน์จากโครงการด้วยการก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ จำนวน 4 สถานี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 16,000 ไร่ รวมทั้งยังได้มีการแก้ไขแบบก่อสร้างคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา เนื่องจากราษฎรมีที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยไม่มาก เมื่อคลองส่งน้ำตัดผ่านทำให้สูญเสียที่ดินทั้งแปลง หรือเหลือที่ดินไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ  ด้วยการปรับลดพื้นที่ก่อสร้างจากเดิมคลองกว้าง 100 - 110 เมตร เป็นกว้างไม่เกิน  60 เมตร โดยไม่กระทบต่อความสามารถในการส่งน้ำ  พร้อมทั้งยังได้มีการปรับเปลี่ยนแนวคลองส่งน้ำให้เหมาะสมยิ่งขึ้นอีกด้วย" รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

ส่วนในเรื่องการจัดหาที่ดินเพื่อการก่อสร้างคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาและฝั่งซ้ายที่มีความยาวทั้งสิ้น 135 กิโลเมตรนั้น กรมชลประทานได้ดำเนินการจัดการที่ดินและส่งมอบพื้นที่ผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการก่อสร้างไปแล้วรวมทั้งสิ้น 127 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 94% ของการจัดหาที่ดินคาดว่าจะแล้วเสร็จตามเป้าหมายอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง กรมชลประทานได้จัดสรรน้ำส่วนหนึ่งให้เกษตรกรสามารถสูบน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรได้

โฆษกกรมชลประทานกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จากการประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในช่วงที่ผ่านมา ยังส่งผลให้มีการปรับปรุง เพิ่มแผนงานก่อสร้างให้เหมาะสม  โดยได้นำมาจัดทำเป็นแผนดำเนินการในระยะต่อไปอีก 2 งานคือ งานก่อสร้างระบบส่งน้ำสายซอย และงานระบบระบายน้ำพื้นที่ฝั่งขวาและฝั่งซ้ายของโครงการฯ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดหาที่ดินและประมาณการค่าก่อสร้าง รวมทั้งวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายระยะเวลาดำเนินโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุกออกไป เพื่อให้สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทาน   ให้ราษฎรได้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรอย่างยั่งยืน

โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก  เมื่อแล้วเสร็จทั้งโครงการจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์มากกว่า  481,400  ไร่ ในเขตอำเภอเมือง อำเภอลับแล อำเภอตรอน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก  นอกจากนี้ยังให้ประโยชน์ด้านพลังงานไฟฟ้าที่สะอาดรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย  โดยได้มีการบูรณาการกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) สร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก ขนาดกำลังการผลิต 14 เมกะวัตต์  ด้วยการนำน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนทดน้ำผาจุก มาใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า  ซึ่งจะไม่กระทบต่อการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาระบบนิเวศน์  หรือกิจกรรมใช้น้ำในภาคส่วนอื่นๆ แต่อย่างใด  ในขณะที่ชุมชนจะรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนผาจุก เพื่อนำมาใช้พัฒนาในด้านอื่นๆ คาดว่า กฟผ.จะก่อสร้างแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ในเดือนกันยายน 2565 นี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top