546.jpg
ปิดล้อมป่าดงใหญ่ ล่า'จนท.ป่าไม้'หึงโหด บุกยิงอดีตเมียพาแฟนใหม่เข้าบ้าน

ปิดล้อมป่าดงใหญ่ ล่า'จนท.ป่าไม้'หึงโหด บุกยิงอดีตเมียพาแฟนใหม่เข้าบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.18 น.

จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่จ.บุรีรัมย์ แค้นเห็นอดีตเมียที่เพิ่งขอเลิกได้เดือนเดียวอยู่กับแฟนใหม่ ควงปืนลูกซองยาวบุกบ้านกลางดึกหวังฆ่าทิ้งยกครัว อดีตเมียแฟนใหม่ ลูกชายคนเล็กวัย 12 ปีวิ่งหนีตายคนละทาง ส่วนลูกเลี้ยงคนโตหนีไม่ทันถูกกระสุนเจาะคอดับคาบ้าน  สุดเลือดเย็นใช้ปืนจ่ออดีตแม่ยายที่นอนป่วยติดเตียงก่อนเปลี่ยนใจ อดีตเมียรับไม่ได้ให้ตร.จับตายเพราะเคยขู่ฆ่าทั้งบ้าน ล่าสุดหลายหน่วยงานปิดล้อมป่าดงใหญ่​  คนใกล้ชิดเผยถ้าไม่มอบตัวก็ให้รอรับศพ

เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น.วันที่ 13 มี.ค.65 พ.ต.ท.อภิศักดิ์ แสงดาว สารวัตร (สอบสวน) สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 178  ม.8   ต.หูทำนบ  อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะประสานแพทย์เวรฯ รพ.ปะคำและหน่วยกู้ภัยฯร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ


เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างนายณัฐพงษ์ อานไธสง อายุ 20 ปี  ลูกชายเจ้าของบ้านนอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง ในสภาพสวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ ตรวจสอบเบื้องต้นพบบริเวณลำคอและใต้ใบหูข้างซ้าย มีรอยถูกกระสุนปืนยิงเป็นแผลฉกรรจ์เลือดไหลนองเต็มพื้น ข้าวของกระจัดกระจาย  ทั้งนี้ยังพบรอยกระสุนปืนตามพนังบ้านหลายจุด  และปลอกกระสุนตกกระจายเกลื่อนทั้งในและนอกบ้านมากกว่า 20 ปลอก

นอกจากนั้นยังพบรถยนต์ 2 คัน คือ  รถปิคอัพยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สี่ประตูสีดำ  หมายเลขทะเบียน งข-4198 นครราชสีมา   และรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยารีส  กน-685  บุรีรัมย์   มีรอยถูกกระสุนยิงถล่มคล้ายกันระบายความแค้นจนเป็นรูพรุนมากกว่า  10 รู ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายพิทพิรุณ   พิรภพ  หรือแกลบ  อายุ 45 ปี  ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าปมการก่อเหตุเพราะความหึงหวงเนื่องจากนายพิทพิรุณ ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอดีตสามี แค้นที่เห็นอดีตภรรยาอยู่กับแฟนใหม่ในบ้านจึงได้ใช้อาวุธปืนลูกซองประจำกายที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนป้องกันรักษาป่า ในก่อเหตุกระหน่ำยิงบ้าน รถยนต์ และหวังจะยิงอดีตภรรยา แฟนใหม่ อดีตแม่ยายและลูกติดอดีตภรรยาอีก 2 คนเพื่อระบายความแค้น แต่อดีตภรรยา แฟนใหม่และลูกคนเล็กกระโดดหนีออกหน้าต่างไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้ทันจึงรอดตายแต่ลูกติดภรรยาคนโตหนีไม่ทันจึงถูกยิงเสียชีวิตคาบ้าน ทั้งนี้นายพิทพิรุณ ยังได้ใช้ปืนกระบอกดังกล่าวจ่ออดีตแม่ยายเพื่อหวังปิดชีพระบายแค้นด้วย แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนใจทำให้ยายรอดตาย

จากการสอบถาม น.ส.กัลยา อานไธสง อายุ 37 ปี แม่ผู้เสียชีวิตและเป็นอดีตภรรยาของผู้ก่อเหตุ เล่าให้ฟังว่า ตนได้แยกทางกับสามีคนแรกตั้งแต่ลูกคนโตอายุ 3 ขวบ ก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตลอด กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา  ได้ไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ อ.โนนดินแดง  แล้วนายพิทพิรุณ  ก็มาจีบหลังจากนั้นก็คบหาอยู่กินกันแบบสามีภรรยา  แต่ช่วงที่อยู่กินด้วยกัน 2 ปี นายพิทพิรุณ ก็มีนิสัยใจร้อน  โมโหร้าย  โดยเฉพาะเวลาเมาและหึงหวงมาก เห็นคุยกับใครก็ไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย   ที่ผ่านมาเคยทำร้ายและถือปืนมาขู่ฆ่าตนเอง   จึงได้แจ้งความกับตำรวจก็ถูกจับเข้าห้องขังแค่คืนเดียว ก็ปล่อยออกมาก็มาขอโทษตนก็ให้โอกาส   แต่ยังมีนิสัยเหมือนเดิม  ตนก็เลยขอเลิกเพราะทนพฤติกรรมไม่ไหว  ก็ไม่ได้ติดต่อกันมาประมาณเดือนกว่าแล้ว   ประกอบกับตนเองก็มีแฟนใหม่ที่เพิ่งคบหาดูใจกัน ได้ประมาณ 1 เดือน

กระทั่งล่าสุดเมื่อประมาณ 5 ทุ่ม  นายพิทพิรุณได้โทรศัพท์มาหา แต่ตนไม่รับสายเพราะไม่อยากคุยด้วย ไม่นานก็เห็นนายพิทพิรุณ ขับรถจักรยานยนต์มาที่บ้านมาตะโกนเรียกตนเองที่หน้าต่าง  แต่ตนก็ไม่ออกไป  นายพิทพิรุณ จึงขับ จยย.กลับ ไม่นานก็ขับรถยนต์มีตราข้างรถคล้ายกับรถ จนท.มาที่บ้านอีกรอบ  พร้อมถือปืนลูกซองยาวมาด้วย   แล้วตะโกนให้ตนออกไปหา ตนเห็นท่าไม่ดีก็เลยบอกให้แฟนใหม่หลบออกไปหลังบ้านก่อน แล้วตนก็พยายามบอกให้นายพิทพิรุณ ใจเย็น มีอะไรก็ค่อยพูดกัน แต่นายพิทพิรุณก็ไม่ฟังได้ใช้ปืนกระหน่ำยิงบ้าน  ยิงรถยนต์ ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ

"แต่ด้วยความเห็นห่วงลูกชาย 2 คนที่ยังอยู่ในบ้าน จึงออกจากห้องน้ำไปดูลูก แต่นายพิทพิรุณก็บุกเข้ามาในบ้าน ดิฉันจึงบอกให้ลูกซ่อนตัว แล้วก็กระโดดออกไปทางหน้าต่างไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน  แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเพราะกลัว กระทั่งเสียงปืนเงียบลง จึงรีบกลับมาดูลูกที่บ้านก็พบว่าลูกชายคนโตถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ตกใจมากทำอะไรไม่ถูกจากนั้นเพื่อนบ้านจึงโทรแจ้ง 191 ให้มาตรวจสอบและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ   รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  อยากให้ตำรวจจับตายไม่ต้องจับติดคุก  หากออกมาอาจมีศพที่สอง เพราะเคยขู่ฆ่าทั้งบ้าน"น.ส.กัลยา กล่าว

ด้านนายสุระ ไกรษร อายุ 44 ปี แฟนใหม่ บอกว่า ตนเพิ่งคบหาดูใจกับฝ่ายหญิงได้ประมาณ 1 เดือนเศษเพราะคิดว่าทั้งสองเลิกรากันแล้ว โดยช่วงที่คบหากันตนก็จะไปๆ มาๆ บางครั้งก็ช่วยรับแม่ของฝ่ายหญิงที่นอนป่วยติดเตียงไปส่ง รพ.ตามหมอนัด แต่เป็นคืนแรกที่ตนมานอนบ้านฝ่ายหญิงก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ส่วนตัวไม่ได้คิดจะมาแย่งเพราะเข้าใจว่าเขาแยกทางกันแล้ว  แต่หากฝ่ายชายยังต้องการจะคืนดีหรืออยู่กินกับอดีตภรรยาหญิง  ก็น่าจะมาพูดคุยกันดีๆ เปิดอกพูดกันแบบลูกผู้ชายไม่น่าจะก่อเหตุรุนแรงแบบนี้   ก็อยากให้ตำรวจเร่งจับกุมตัวให้ได้  เพราะกลัวจะหวนกลับมาก่อเหตุฆ่าคนอื่นอีก  ตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าอยู่บ้านเพราะกลัว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะคำ  ก็ได้เร่งออกติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ  ซึ่งคาดว่าน่าจะหลบซ่อนในป่าเพราะเคยลาดตระเวนในป่า คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆ นี้

ล่าสุดนายภูษิต พรหมมาณพ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7  (นครราชสีมา)  ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการติดตามตัวนายพิทพิรุณ หัวหน้าชุดลาดตระเวนที่ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย และลักทรัพย์ของทางราชการ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าทางเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธร​ จ.บุรีรัมย์ ,  ตำรวจ สภ.ปะคำ  , สภ.โนนดินแดง  ,  เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่และหน่วยกู้ภัยฯรวมกว่า 50 นาย ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าระเริงร้อยรู ท้ายเขื่อนลำนางรอง  อ.โนนดินแดง หลังทราบจากเพื่อนคนสนิทว่านายพิทพิรุณ ได้ไปซ่อนตัวอยู่บริเวณดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็จะใช้วิธีการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหามอบตัว แต่หากผู้ต้องหาต่อสู้ขัดขืนก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอน  ซึ่งก็ต้องใช้ความระมัดระวัง  เนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธปืนติดตัวชำนาญในการอาวุธ  และสติอาจจะขาดการยั้งคิด ทั้งนี้​ ยังทราบข้อมูลจากเพื่อนคนสนิทว่าผู้ต้องหาบอกไว้หลังก่อเหตุว่าถ้าวันนี้ไม่มอบตัวก็ให้รอรับศพได้เลย
  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top