546.jpg
จับพ่อค้ารายใหญ่  ลอบค้าสัตว์ป่าฯ  ลูกเสือโคร่ง2ตัว

จับพ่อค้ารายใหญ่ ลอบค้าสัตว์ป่าฯ ลูกเสือโคร่ง2ตัว

วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จับพ่อค้ารายใหญ่

ลอบค้าสัตว์ป่าฯ

ลูกเสือโคร่ง2ตัว

กับนกเงือก-กาฮัง

กรมอุทยานฯ-ปทส.รวบพ่อค้าสัตว์ป่าคุ้มครองรายใหญ่ ลูกเสือโคร่ง 2 ตัวและนกเงือก-กาฮัง รวม 10 ชีวิตโดยเฉพาะลูกเสือโคร่ง 2 ตัว มีมูลค่า 3 แสน แจ้งข้อหาโทษหนักจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เปิดเผยว่าตามที่ได้รับการประสานจากตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ว่ามีการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองผิดกฏหมายงคาดว่าผู้ลักลอบค้าเป็นพ่อค้ารายใหญ่ ในจังหวัดนครราชสีมา


วันนี้เวลา10.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วยชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า(ชุดเหยี่ยวดง) ชุดปฏิบัติการพิเศษ 1362 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.3 บก.ปทส.) และสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ร่วมวางแผนจับกุมผู้กระทำผิดค้าสัตว์ป่า ผิดกฎหมาย ที่บ้านเลขที่ 296 หมู่ 17 ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง

ตรวจสอบพบบุคคลเป็นชาย 1 คน ทราบชื่อคือนายเคียง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ได้รับเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น พบสัตว์ป่าคุ้มครอง นกกาฮัง 6 ตัว นกเงือกกรามช้าง 2 ตัว และลูกเสือโคร่ง 2 ตัว พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด กล่องเดินทางสำหรับใส่สัตว์ 2 กล่องกรงเหล็กขนาดใหญ่ 3 กรง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

นายเคียง (ขอสงวนนามสกุล) สารภาพว่าสัตว์ป่าคุ้มครองของกลาง ได้ซื้อมาจากบุคคล ซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โดยนกกาฮัง ซื้อมาตัวละ 6,000 บาท นกเงือกกรามช้าง ซื้อมาตัวละ 8,000 บาท และลูกเสือโคร่ง ในราคาตัวละ 150,000 และได้นำมาส่งให้กับตนยังสถานที่เกิดเหตุ

ด้าน นายนาวี ช้างภิรมย์ ผู้อำนวยการส่วนประสานความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่าการกระทำดังกล่าวกรณีมีการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังกล่าว พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด โดยไม่มีหลักฐานการอนุญาตให้ค้า ครอบครอง และเพาะพันธุ์ ของทางราชการ มีความผิดตามมาตรา17 ฐาน“มีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี” มีอัตราโทษตามมาตรา 92 จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และมาตรา 29 ฐาน “ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีอัตราโทษตามมาตรา 89 จำคุกไม่เกินสิบปี ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบมาตรา 112 และ มาตรา 116 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายเคียงเป็นผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวข้าวต้น พร้อมอุปกรณ์การกระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

สำหรับสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดนกกาฮัง จำนวน 6 ตัว นกเงือกกรามช้าง จำนวน 2 ตัว และลูกเสือโคร่ง จำนวน 2 ตัว พร้อมอุปกรณ์การกระทำความผิดดังกล่าว ขออนุมัติพนักงานสอบสวนรับไปส่งมอบให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลและเก็บรักษาจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top