‘True School Partner Education Forum 2022’  ติวเข้มคนรุ่นใหม่สร้างความเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย

‘True School Partner Education Forum 2022’ ติวเข้มคนรุ่นใหม่สร้างความเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

ผ่านพ้นไปแล้วกับงานสัมมนาออนไลน์ “True School Partner Education Forum 2022 : พลังสร้างสรรค์จากผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อการศึกษาไทยเท่าเทียม” จัดโดย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้นำรุ่นใหม่ซึ่งเป็นพนักงานจิตอาสาทรู รวมถึงผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ด้วยความเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาไทยได้

ในงานนี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี ได้มาสร้างแรงบันดาลใจและบรรยายพิเศษ ให้ความรู้ในหัวข้อ “ผู้นำรุ่นใหม่กับการพัฒนาการศึกษาไทย” โดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญของ School Partner ในฐานะผู้นำตัวอย่างที่มีความตั้งใจจริงและมีส่วนช่วยปฏิรูปการศึกษาของเยาวชนไทยได้ โดยต้องยึด 3 วงกลมแห่งความยั่งยืน (เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม) และอยู่บนพื้นฐานคุณค่าของวัฒนธรรมองค์กร 4C ควบคู่กับการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ 5 ยุทธศาสตร์หลัก


เพื่อบรรลุเป้าหมายในการยกระดับการศึกษาไทย ซึ่งปัจจุบัน มูลนิธิฯ มีโครงการสำคัญที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อน ได้แก่ “คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเพื่อการศึกษา” ที่จะทำให้เยาวชนได้เรียนรู้อย่างก้าวกระโดด เข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ได้อย่างทัดเทียม อีกทั้ง ยังได้มอบเกียรติบัตรให้แก่เหล่า School Partner กลุ่มทรู รุ่นที่ 3 เพื่อเป็นกำลังใจและแสดงความขอบคุณสำหรับความทุ่มเทตลอดการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ นักวางยุทธศาสตร์ ตลอดจนผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มทรู มาร่วมให้ความรู้อีกด้วย

อาทิ นายนพปฎล เดชอุดม ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และกรรมการมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี นายศิริพจน์ คุณากรพันธุ์ ที่ปรึกษาและรักษาการหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านความเป็นเลิศทางธุรกิจและการศึกษา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และกรรมการและเลขานุการมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี

งานสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะแนวการดำเนินงาน พัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ ตลอดจนเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ให้แก่ผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) ของกลุ่มทรู จำนวน 330 คน ที่จะลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับผู้บริหารและครู เพื่อร่วมผลักดันยุทธศาสตร์การดำเนินงานสู่โรงเรียนคอนเน็กซ์ อีดีที่อยู่ในความดูแลของกลุ่มทรู จำนวน 1,050 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งตลอดทั้ง 3 วันของการอบรมอัดแน่นไปด้วยความรู้หลากหลาย อาทิ Project Management กับการเขียนโครงการตามแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน

และการศึกษาการเตรียมตัวพร้อมรับมือโลกที่เปลี่ยนไป กับแนวทางพัฒนาการศึกษาไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเปิดเวทีให้ School Partner รุ่นพี่ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จ ซึ่งการเสริมแกร่งผู้นำรุ่นใหม่กลุ่มทรู จะเป็นส่วนสำคัญในการสานต่อเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ที่ต้องการร่วมพัฒนาศึกษาไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนรวมให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้ามาส่งเสริมการศึกษาเยาวชนไทย

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเวทีรับความเห็น “กองทุนบัตรทอง” ระดับประเทศ ประจำปี 2565 ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจ “สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ในวันที่ 30 มิ.ย. 2565 ตั้งแต่เวลา 13.00-15.30 น. ชวนผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น พร้อมเปิด 3 ประเด็นเพิ่ม ระบบบริการรองรับโควิด ต่อยอดบัตรทองรักษาทุกที่ และสร้างเสริมสุขภาพทุกที่ เร่งพัฒนาสอดคล้องและรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ประธานอนุกรรมการสื่อสารสังคมและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้และผู้รับบริการ สปสช. เปิดเผยว่า การจัดการรับฟังความเห็นทั่วไปในระดับประเทศฯ ครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายหลังจากที่ สปสช.ได้มีการเปิดรับฟังความเห็นในระดับเขตพื้นที่มาแล้วครบทั้ง13 เขตบริการสุขภาพแล้ว และได้รวบรวมความเห็นและข้อเสนอต่างๆ ที่ได้รับจากผู้ให้บริการ ผู้รับบริการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มากลั่นกรองและเปิดรับฟังความเห็นเพิ่มเติมเพื่อจัดทำเป็นข้อสรุป

ซึ่ง สปสช. จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยนอกจากประเด็นการรับฟังความเห็นตามข้อบังคับ 4 (1) - (4) และข้อเสนอจากการบูรณาการงานประจำของระบบงานใน สปสช. ยกระดับเป็นข้อเสนอประจำปี 2565 แล้ว บอร์ด สปสช. ได้เห็นชอบให้เพิ่มเติมหัวข้อที่สอดคล้องและทันต่อสถานการณ์ในการรับฟังความเห็น ได้แก่ การบริหารจัดการหลังสถานการณ์โควิด ระบบบริการรองรับที่จำเป็น, บัตรทองรักษาทุกที่ ต่อยอดให้ดีขึ้นได้อย่างไร และประเด็นคนไทยใช้สิทธิสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้ทุกที่ อีกทั้งยังมีการเสวนาหัวข้อ “ดอก ใบ ผล ความงดงามของการรับฟังความคิดเห็นประจำปี” มีผู้ร่วมเสวนา น.ส.ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง ผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชน นพ.ศักดิ์ชาย ธนะรัชต์ ผอ.รพ.สต.บ้านฉาง ผู้แทนผู้ให้บริการ และเรือตรีปราโมทย์ ทับทิม ปลัดเมืองพัทยา ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมาร่วมสะท้อนแง่มุมต่างๆ ในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ยั่งยืน

“สปสช.ขอเชิญชวนผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ องค์กรวิชาชีพทางการแพทย์ เครือข่ายภาคประชาชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมกันแสดงความเห็นต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งทุกๆ ความคิดเห็นของท่านจะเป็นประโยชน์ต่อ สปสช. อย่างยิ่งในการดำเนินงานระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าของ” นพ.เจษฎา กล่าว

ประธานอนุกรรมการสื่อสารสังคมและรับฟังความคิดเห็นฯ ยังกล่าวอีกว่า การรับฟังความคิดเห็นฯ สปสช.ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 18 (10) ที่ให้ บอร์ด สปสช. กำหนดให้จัดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการและผู้รับบริการเป็นประจำทุกปี นับเป็นกลไกสำคัญในระบบที่ก่อให้เกิดประโยชน์เพื่อปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขมาตลอด และที่สำคัญได้สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย สะท้อนถึงความเป็นเจ้าของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างแท้จริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top