วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
25 มิถุนายน 2569 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล จำกัด (WE-WIN BIO-MEDICAL CO., LTD.) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพด้านสารสกัดธรรมชาติชั้นนำจากไต้หวัน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อวางกรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสารสกัดจากพืชธรรมชาติ พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
นอกเหนือจากการลงนาม MOU ดังกล่าว ทั้งสององค์กรยังได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือฉบับแยก โดย วี-วิน และ PharmTOP ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตยาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ASEAN cosmetics จะเป็นผู้ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ซีรั่มบำรุงหนังศีรษะ APERDU Follicle Revitalizing Essence (P1) ในประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ส่งผลให้ APERDU ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่กี่แบรนด์ในตลาดไทย ที่สามารถผสานนวัตกรรมสารสกัดธรรมชาติอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ เข้ากับมาตรฐานการผลิตระดับสากล เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค
ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ทั้งสองสถาบันจะร่วมกันผลักดันโครงการวิจัยร่วม การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อต่อยอดการศึกษาเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากธรรมชาติ (Bioactive Ingredients) และการประยุกต์ใช้ในเชิงสุขภาพเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ พิธีลงนามดังกล่าวได้รับเกียรติจากคณะผู้แทนจากไต้หวันร่วมเดินทางมาเป็นสักขีพยาน เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยข้ามพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ

นายเจมส์ เซี่ย (James Hsieh) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล จำกัด กล่าวว่า “เครื่องสำอางส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักไม่เคยผ่านการทดสอบขั้นสูง แต่สำหรับ APERDU เราได้ผ่านการศึกษาและทดสอบทางคลินิกในมนุษย์ ซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB) ในไต้หวันมาแล้ว และในวันนี้ เมื่อเราย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยภายใต้มาตรฐานโรงงานผลิตยาโดยมืออาชีพ ความล้ำหน้าทางวิทยาศาสตร์ระดับนี้จึงพร้อมส่งตรงถึงมือผู้บริโภค นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตของ วี-วิน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะเภสัชศาสตร์ในการสร้างพันธมิตรด้านการวิจัย เพื่อเปลี่ยนความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้และเกิดประโยชน์จริงต่อประเทศไทยรวมถึงภูมิภาคโดยรอบ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกันค้นคว้าและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเภสัชศาสตร์ เพื่อสร้างประโยชน์และความก้าวหน้าให้แก่ทั้งสองสถาบันต่อไป”
วี-วิน ไบโอ-เมดิคอล ผู้นำนวัตกรรมระดับโลก นำเทคโนโลยีการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Extraction Technology) ซึ่งได้รับสิทธิบัตรจากสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยประสบการณ์การวิจัยกว่าหลายทศวรรษในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากพืชพรรณท้องถิ่นสายพันธุ์ต่างๆ ทั่วโลกมาร่วมในโครงการนี้ นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์สารสกัดธรรมชาติของบริษัทยังได้รับการสนับสนุนจากการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์กับ Tokyo Natural Lab ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดหาและพัฒนาส่วนผสมฟังก์ชันนอลจากพืชพรรณญี่ปุ่นระดับพรีเมียม อาทิ สารสกัดจากดอกซากุระ และสารออกฤทธิ์จากทะเลอย่างสาหร่ายทะเลหายาก ‘กาโกเมะ คอมบุ’ (Gagome Kombu) จากฮอกไกโด ซึ่งสารออกฤทธิ์มาตรฐาน ‘Made in Japan’ เหล่านี้ ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในอาเซียนภายในงานนิทรรศการนี้ โดยเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายแห่งแรก
.jpg)
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 วี-วิน ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมสารออกฤทธิ์จากธรรมชาติ (Botanical Active Ingredients) ใหม่ล่าสุดอีก 8 ชนิด สำหรับอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสกัดธรรมชาติของบริษัทได้ที่ บูธ C09
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี