‘จับคู่นวัตกรรม’เพิ่มศักยภาพ โครงการของรัฐในระดับพื้นที่

‘จับคู่นวัตกรรม’เพิ่มศักยภาพ โครงการของรัฐในระดับพื้นที่

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

หนึ่งในแต้มต่อสำคัญที่ทำให้โครงการของหน่วยงานในระดับพื้นที่ ทั้งในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และส่วนราชการในระดับจังหวัดได้รับการสนับสนุนและได้รับการขยายผล คือการนำ “นวัตกรรม” หรือ “ข้อค้นพบในงานวิจัย” มาเป็นแนวทางในการดำเนินโครงการของตนเอง อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้พิจารณาหรือคนตัดสินใจอนุมัติ มากกว่าโครงการที่ทำเพื่อสนองรอบความต้องการหรือแก้ปัญหาในพื้นที่ที่ไม่มีงานวิชาการรองรับ

ดังนั้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่นอกจากจะทำให้ส่วนงานในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงข้อมูลงานวิจัยของหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังต้องให้เป็นข้อมูลถูกคัดกรอง และจัดวางในรูปแบบที่ครบถ้วนและเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน จึงเป็นที่มาของ “โครงการนำร่องระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการงบประมาณเชิงพื้นที่” ภายใต้แผนงานพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0 (SIP 4.0) ที่ดำเนินการโดยสถาบันคลังสมองแห่งชาติ


โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า“การจับคู่นวัตกรรม” มาเป็นสะพานเพื่อเชื่อมต่อระหว่างงานวิจัยกับผู้ใช้ตัวจริงในพื้นที่ ผ่านเว็บไซต์ Innovation-matching.com (https://www.innovation-matching.com/) โดย กวิน เทพปฏิพัธน์ จากสถาบันที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ขณะที่จังหวัดต้องการนำงานวิจัยและงานวิชการมาใช้ในการพัฒนาจังหวัดแต่ไม่รู้ว่าจะไปหาได้ที่ไหน ส่วนหน่วยงานวิจัยก็ไม่สามารถทำให้ผลงานไปสู่กลุ่มคนทำงานในพื้นที่ได้

จึงต้องการสร้างสะพานที่เชื่อมขั้วนี้เข้าหากัน โดยทำในสองด้านคือ 1.การศึกษารายละเอียดของแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อมากำหนดประเด็นร่วมของพื้นที่ โดยในช่วงแรกนี้มีการกำหนดหัวข้อใหญ่ๆ ออกมาจำนวน 6 หัวข้อคือ ข้าว ยางพารา โคเนื้อ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมไปถึงองค์ความรู้อื่นๆ ซึ่งเมื่อได้หัวข้อแล้ว จึงได้ไปหารือกับสำนักงานวิจัยแห่งชาติ เพื่อนำงานวิจัยที่แล้วเสร็จในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนกว่า 6,000 ชิ้นมาจำแนกตามหัวข้อที่กำหนดไว้

รวมถึงการจัดหมวดหมู่เพื่อทำให้การค้นหามีความชัดเจนและเข้าใจง่ายมากขึ้น ทั้งในแง่ของประเภทผลงานวิจัย ตัวชิ้นงานหรือนวัตกรรม การกำหนดลำดับบนห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงเป้าหมายและผลลัพธ์ของงานวิจัย หลังจากนั้น 2.ทีมวิจัยได้นำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาในรูปแบบของเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้าไปค้นหางานวิจัยที่ต้องการได้ง่ายที่สุด สามารถค้นหาผ่านคำสำคัญหรือ Keyword ที่จำเพาะเจาะจงกับสิ่งที่ตนเองสนใจ หรือตามกรอบของห่วงโซ่มูลค่าในแต่ละเรื่อง เป็นต้น

เช่น ในหมวด “ข้าว” ผู้ค้นสามารถเลือกที่จะค้นเฉพาะ โรคพืช ที่เกี่ยวข้องกับการ “เพิ่มผลิตภาพ” ของข้าว หรือคำอื่นๆ ที่ตรงกับประเด็น หรือวัตถุประสงค์ของโครงการที่สนใจอยู่ซึ่งผลของงานวิจัยที่ค้นนี้ ยังจะแสดงกระทั่งชื่อหน่วยงานวิจัย ชื่อนักวิจัย และแหล่งทุน เพื่อให้ผู้สนใจสามารถติดต่อกับหน่วยงานหรือบุคคลเหล่านี้ได้โดยตรง ทำให้เกิดการเข้าถึงงานวิจัยในสถาบันต่างๆ และนำมาขับเคลื่อนหรือขยายผลกับโครงการในระดับจังหวัด และในพื้นที่ต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม

หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวสรุปว่า ปัจจุบันระบบ Innovation Matching ถือว่าเป็นระบบต้นแบบ (Pilot) ที่มีการเปิดให้ทดลองใช้งานได้แล้ว พร้อมกับการสื่อสารกับหน่วยงานด้านการวิจัยทั้ง สำนักงานวิจัยแห่งชาติ หน่วยบริหารและจัดการทุนเพื่อการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในการเชื่อมโยงระบบที่พัฒนาขึ้นมานี้ กับระบบข้อมูลสารสนเทศด้านงานวิจัยหลักของประเทศ ร่วมถึงประสานกับหน่วยงานด้านการปกครอง เช่น สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด กระทรวงมหาดไทย

เพื่อหารือถึงแนวทางการผลักดันให้จังหวัด และอปท. สามารถนำระบบจับคู่นวัตกรรมนี้ไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาระบบนั้น ทางคณะวิจัยมีแนวคิดที่จะรวบรวมและจัดระเบียบงานวิจัยในหัวข้ออื่นๆ เพิ่มขึ้น ในอนาคต ตามที่แต่ละพื้นที่ได้มีข้อเรียกร้องเข้ามา เช่น งานวิจัยในหมวดไม้ผล หรือมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับปรับปรุงรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสม รองรับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น เพื่อผลักดันให้มีการนำงานวิจัยที่มีในระบบไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์ ช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ด้วยแนวคิดของเว็บไซต์จับคู่นวัตกรรมนี้ที่ต้องการให้เป็นระบบที่เปิด และเกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ใช้มากที่สุด จึงได้มีการพัฒนาระบบที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถแนะนำงานวิจัย หรือการเพิ่มชื่อของผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เข้าสู่ระบบเพิ่มเติม เพื่อขยายฐานข้อมูลของผลงาน และนักวิจัยให้กว้างมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์สำหรับการค้นหาของผู้ใช้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาช่องทางที่ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยน พูดคุยระหว่างกัน ในลักษณะของการเป็นชุมชนออนไลน์ด้านการขับเคลื่อนงานวิจัยอีกด้วย โดยหลังจากพัฒนาระบบเสร็จสิ้น ได้มีการทดสอบการใช้งานระบบกับผู้แทนจากส่วนงานต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค จำนวน 15 จังหวัด โดยได้รับผลตอบรับในเกณฑ์ดี

ด้าน กกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ราชการในการจัดทำโครงการก็จะมอบหมายภารกิจให้กับส่วนราชการต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบคิดแผนงานโครงการขึ้นมาโดยอาจจะเริ่มต้นจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการที่มีโครงการวิจัยรองรับ การที่จะเป็นต้นทุนในการคิดแผนงานโครงการ เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เพราะเป็นการนำงบประมาณลงไปในการที่จะจัดทำแผนงานโครงการขึ้นมา แล้วก็สามารถที่จะเกิดประโยชน์ที่แท้จริง

ซึ่งเชื่อว่า จังหวัดจะผลักดันให้ทุกส่วนราชการได้ใช้โครงการวิจัยนี้ให้เป็นประโยชน์ ในการจัดทำแผนงานโครงการในอนาคตในรอบปีที่จะจัดทำด้วยคำของบประมาณในปีต่อๆ ไป!!!

แผนงานพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0 (SIP 4.0)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top