วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
“งบประมาณประเทศทำแบบหนึ่งงบประมาณของท้องถิ่นทำในอีกโมเดลหนึ่ง การทำให้สองโมเดลนี้มาคุยกันได้ คือเป้าหมายสำคัญของงานชิ้นนี้ นั่นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาแพลตฟอร์ม Nextgov ที่เป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงบประมาณเชิงพื้นที่ และ Convergov หรือระบบจัดทำแผนพัฒนาและการจัดทำคำของบประมาณระดับพื้นที่ที่มีจุดเด่นคือสามารถเชื่อมต่อให้ใช้งานร่วมกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เดิมที่หน่วยงานต่างๆ ใช้อยู่ตามวัตถุประสงค์เฉพาะของหน่วยงานนั้นๆ”
กฤษณา ประกอบชีพ จากสมาคมเครือข่ายไอซีทีเพื่อการพัฒนาสังคมกล่าวถึงจุดประสงค์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มทั้งสองในช่วงปี 2563-2564 ดังนั้น เพื่อให้เกิดการนำแพลตฟอร์มทั้งสองไปทดลองใช้กับข้อมูลจริงและการปฏิบัติงานจริง รวมถึงการสื่อสารกับหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ จึงเป็นที่มาของโครงการนำร่องระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการงบประมาณเชิงพื้นที่ ที่ดำเนินการโดยสมาคมเครือข่ายไอซีทีเพื่อการพัฒนาสังคม ภายใต้การสนับสนุนของแผนงานการพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0 (SIP4.0)
ตลอด 1 ปีของการดำเนินการ (พ.ศ.2564-2565) มีทั้งการทดสอบระบบและการอบรมการใช้งานให้กับหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดนครนายก มากกว่า 200 แห่ง สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ที่ร่วมในการทดสอบระบบ ก็คือ แพลตฟอร์มนี้สามารถทำให้ข้อมูลต่างๆ ที่จัดทำหรือนำเข้าด้วยระบบเดิม ทั้ง e-budgeting ของสำนักงบประมาณ e-GP และ GF-MIS ของกรมบัญชีกลาง รวมถึง e-LAAS และ SOLA ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รู้จักและเชื่อมต่อข้อมูลถึงกันได้
ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานตาม Format หรือข้อกำหนดของหน่วยงานเหล่านี้ได้พร้อมกันโดยใช้เพียง Platform เดียว ซึ่งการนำแพลตฟอร์มนี้ไปใช้กับระบบราชการ นอกจากจะทำให้หน่วยงานในพื้นที่ มีระบบการบริหารจัดการงบประมาณที่มีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว หน่วยงานในส่วนกลางทั้งกระทรวงมหาดไทย สภาพัฒน์ และหน่วยงานอื่นๆยังสามารถเข้าถึงข้อมูลในระดับพื้นที่ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ตรงนี้จะเป็นการพลิกโฉมการบริหารของภาครัฐอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม การจะนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง ต้องอาศัยการยอมรับและการผลักดันอย่างจริงจังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกฤษณากล่าวว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ส่งทีมงานมาร่วมลงพื้นที่ สังเกตการณ์และให้ข้อคิดเห็นตลอดการดำเนินโครงการนอกจากนี้ทีมวิจัยยังนำผลงานวิจัยไปเสนอกับคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 8 และได้รับการบรรจุเป็น Flagship Project แล้ว
เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน อาทิ พัสตร์รดา ดาแย้ม นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานปลัด อบต.สาริกาจ.นครนายก เล่าว่า แต่เดิมนั้น เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จะต้องทำงานกับระบบข้อมูลอย่างน้อย 3 ระบบ ทั้ง e-LASS e-Plan และระบบจัดซื้อจัดจ้างงานภาครัฐ (e-GP) แต่แพลตฟอร์มใหม่นี้สามารถที่จะรวมทุกระบบเข้ามาใช้ด้วยกันได้ ทำให้เราทำงานเพียงครั้งเดียว ข้อมูลก็จะถูกส่งระหว่างแต่ละระบบโดยอัตโนมัติ
เช่นเดียวกับ กนกจิตร โชติสวัสดิ์ผู้อำนวยการกองคลัง อบต.โคกกรวด จ.นครนายก ที่ให้ความเห็นว่า นอกจากลดระยะเวลาในการทำข้อมูลที่บางเรื่องอาจต้องใช้เวลา 3-4 วัน ให้เหลือเพียง 1-2 วันแล้ว แพลตฟอร์มนี้ยังออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ใช้คนน้อย และเน้นการทำงานในขั้นตอนเดียว ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากคนได้เป็นอย่างดี
นอกจากการพิสูจน์ประสิทธิภาพNextgov และ Convergov ในพื้นที่จริงแล้วโครงการวิจัยยังมีการพัฒนาในส่วน MobileApplication เพื่อรองรับการบริหารจัดการข้อมูลให้กับภาคประชาชนอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สามารถติดตามความก้าวหน้าโครงการหรือการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในโครงการต่างๆ ผ่านมือถือของตนเอง นอกจากนี้ในอนาคตจะมีการเพิ่มหัวข้อใหม่ๆ เข้ามาอีก
เช่น การเปิดให้แสดงความคิดเห็นหรือลงมติเกี่ยวกับโครงการต่างๆ รวมถึงมีช่องทางแจ้งความประสงค์การขอรับสวัสดิการแห่งรัฐต่างๆ ตามกฎหมาย และเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ หรือการแจ้งเตือนเหตุการณ์ฉุกเฉิน ได้อีกด้วย!!!
แผนงานการพัฒนาภูมิภาคและจังหวัด 4.0 (SIP4.0)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี