546.jpg
ก.วัฒนธรรมจัดทำจดหมายเหตุ บันทึกโควิด-19  ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

ก.วัฒนธรรมจัดทำจดหมายเหตุ บันทึกโควิด-19 ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ก.วัฒนธรรมจัดทำจดหมายเหตุ

บันทึกโควิด-19

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

คนไทยร่วมใจฝ่าวิกฤต

หลังการปิดฉากศบค.

ผู้ป่วยใหม่607ตาย14

กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำจดหมายเหตุการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย บันทึกลำดับเหตุการณ์สำคัญ บอกเล่าความร่วมมือร่วมใจของคนไทยจนสามารถผ่านวิกฤตครั้งใหญ่ ด้านผู้ว่าฯ กทม. รับไม้สู้ไวรัสร้ายต่อ หลังยกเลิก ศบค. จ่อหารือมาตรการสวมหน้ากาก เด็กเล็กฉีดวัคซีนแบบสมัครใจ ระบุตอนนี้ไม่มีความกังวล และมองว่า กทม. มีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเปิดเมืองอย่างเต็มที่ ส่วนยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ รักษาตัวในรพ. 607 ราย เสียชีวิต 14 ศพ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 65 ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กระทรวงวัฒนธรรมได้รายงานถึงความคืบหน้าการจัดทำจดหมายเหตุการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งได้บันทึกลำดับเหตุการณ์สำคัญ นโยบาย ตลอดจนมาตรการต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อเป็นข้อมูลให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และเป็นองค์ความรู้และการดูแลจัดการกรณีเกิดสถานการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นในอนาคต


น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า คณะทำงานของกระทรวงวัฒนธรรมได้รวบรวม สืบค้นข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 – 31 ก.ค. 65 จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ประกอบด้วย แหล่งข้อมูลหนังสือพิมพ์ออนไลน์ จำนวน 11,574 แฟ้ม เอกสารดิจิทัลจากเว็บไซต์หน่วยงาน จำนวน 12,858 แฟ้ม ขอข้อมูลเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดับกระทรวงและจังหวัดจำนวน 30 หน่วยงาน รวมเอกสาร 13,108 รายการ เอกสารจากผู้ว่าราชการ 73 จังหวัด รวม 1,839 รายการ และรวบรวมภาพถ่ายจากเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้อง 2,734 รายการ ทั้งหมดจะถูกรียบเรียงเป็นเนื้อหา ซึ่งมีเค้าโครงเบื้องต้น ดังนี้

ความเป็นมาของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการ การแพร่ระบาดของสายพันธุ์ต่างๆ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งนำเสนอทั้งผลกระทบด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ การศึกษา สังคม วัฒนธรรมตลอดจนการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (new normal) การบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 นำเสนอในมิติการบริหารจัดการ การป้องกัน การกำหนดมาตรการ แก้ไข เยียวยา ฟื้นฟูทั้งภาคประชาชน ผู้ประกอบการผ่านมาตรการสำคัญต่างๆ 4)ลำดับเหตุการณ์สำคัญ นำเสนอการแพร่ระบาดในแต่ละระลอก และ 5) สรุปบทเรียนประเทศจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

“รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานในที่ประชุม ศบค. ได้มีข้อสั่งการให้คณะทำงานของกระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาเพิ่มเนื้อหาในส่วนที่สะท้อนถึงความร่วมมือของคนไทย ทั้งการบูรณาการร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม เป็นการบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังเห็นว่าด้วยความร่วมมือของคนไทยประเทศจึงสามารถผ่านวิกฤติครั้งใหญ่นี้มาได้” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมรายงานว่าการเรียบเรียงเนื้อหาชั้นแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 65 จากนั้นจะมีการปรับแก้เค้าโครงและเนื้อหาให้สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการและเอกสารที่ได้รับ ต่อด้วยการตรวจแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิตามขั้นตอนเสร็จสิ้นภายใน มิ.ย. 66 จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนทางทะเบียนเพื่อนำเข้าระบบเอกสารจดหมายเหตุของประเทศต่อไป

ทางด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่งผลให้มีการยกเลิก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ว่า ทาง กทม.ต้องใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อแทน ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อของ กทม.ก็จะมีบทบาทมากขึ้น โดยคณะกรรมการฯ จะมีการประชุมในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยผู้ว่าฯ กทม.นั่งเป็นประธาน ซึ่งต้องรับไม้ต่อมาจาก ศบค. เพื่อดำเนินการ ซึ่งจะมีการหารือกับผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการปรับมาตรการการใส่หน้ากากอนามัย และเรื่องอื่นๆ

“ตอนนี้ไม่มีความกังวล เพราะอัตราการฉีดวัคซีนของกรุงเทพฯ สูงที่สุดในประเทศ อัตราการครองเตียงผู้ป่วยโควิดมีจำนวนน้อย และมองว่ามีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเปิดเมืองอย่างเต็มที่ ส่วนการหารือ ศบค.เมื่อวานนี้ มีเรื่องของการฉีดวัคซีนให้เด็กเล็ก 6 เดือน-4 ขวบ โดยให้ทางสำนักอนามัยเตรียมแผนการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก ซึ่งจะเป็นการสมัครใจ ถ้าไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ไม่เป็นเงื่อนไขในการไม่ให้เข้าเรียน” นายชัชชาติ กล่าว

ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 24 กันยายน 2565 ว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ (รักษาตัวใน รพ.) จำนวน 607 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยในประเทศ 607 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ – ราย ผู้ป่วยสะสม 2,454,262 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) หายป่วยกลับบ้าน 745 ราย หายป่วยสะสม 2,468,414 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ผู้ป่วยกำลังรักษา 8,083 ราย เสียชีวิต 14 ราย เสียชีวิตสะสม 11,008 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 516 ราย

ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ยังได้โพสต์ข้อความระบุที่มาจาก ศบค.ว่า ทำอย่างไร ? เมื่อ COVID เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง -ผู้ที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจ ให้ปฏิบัติตนตามมาตรการ DMHT โดยเฉพาะสวมหน้ากาก ล้างมือ เมื่อต้องใกล้ชิดผู้อื่น -ประชาชนทั่วไปแนะนำให้สวมหน้ากาก เมื่อเข้าไปในสถานที่ผู้คนแออัด หรือพื้นที่ปิดอากาศไม่ ถ่ายเท เช่น โรงพยาบาล สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ/เด็กเล็ก และให้ตรวจ ATK เมื่อมีอาการป่วย ตามความจำเป็น -หน่วยงาน องค์กร สถานประกอบการ คัดกรองอาการป่วยของพนักงานเป็นประจำ หากมีพนักงานป่วยจำนวนมากให้รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top