Logo วันเสาร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
สาเหตุความล้มเหลวของ‘ประกันโควิด’แบบ‘เจอ-จ่าย-จบ’

สาเหตุความล้มเหลวของ‘ประกันโควิด’แบบ‘เจอ-จ่าย-จบ’

วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag : ประกันโควิด
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“การประกันภัยเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคนทั่วไป เพราะสามารถช่วยป้องกันพวกเขาจากความสูญเสียที่ราคาสูงได้” ตัวอย่างเช่น “ประกันอัคคีภัย” จะช่วยจ่ายชดเชยค่าเสียหายจากไฟไหม้บ้าน ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้บ้านนั้นต่ำมากๆ แต่ถ้าเกิดขึ้นมาจริงๆ แล้วมูลค่าความเสียหายจะสูงมากเกินยอมรับได้ ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความเสียหายก้อนใหญ่นี้

“ผู้ซื้อประกันมองว่าขนาดความเสี่ยงจากอัคคีภัยนั้นสูงมาก แต่บริษัทประกันที่มีลูกค้ามากจะไม่กังวลกับความเสี่ยงนี้เลย เพราะบริษัทประกันสามารถรับความเสี่ยงจากลูกค้าหลายเจ้าแล้วนำมารวมกันเพื่อกระจายความเสี่ยงให้หายไปได้” เช่น ถ้าบริษัทมี 1 ล้านกรมธรรม์ สมมุติให้แต่ละกรมธรรม์มีโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้บ้านใน 1 ปีเท่ากับ 1 ในหมื่น หรือ 0.01% เมื่อมองในภาพรวมของบ้าน 1 ล้านหลังจะพบว่าจำนวนบ้านที่ไฟไหม้จะใกล้เคียงกับ 100 หลังต่อปีเสมอ หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความเสี่ยงเลย


“นั่นเป็นเพราะกฎทางคณิตศาสตร์ที่ชื่อ Law of Large Numbers ที่กล่าวว่า เมื่อนำความเสี่ยงที่เป็นอิสระต่อกันจำนวนมากๆมารวมกัน ความเสี่ยงรวมของทั้งหมดจะหายไป เช่น กรณีเมื่อเราทอยลูกเต๋า 1 ลูก แต้มที่ออกจะมีค่าได้ตั้งแต่ 1 ถึง 6 (เสี่ยงมาก) แต่เมื่อทอย 3-4 พันลูก ผลรวมของแต้มหารด้วยจำนวนลูกที่ทอยจะเท่ากับหรือใกล้เคียง 3.5 เสมอ ความเสี่ยงจะหายไปเลย (ไม่เสี่ยง) ความสวยงามของธุรกิจประกันภัยก็คือการที่บริษัทสามารถช่วยลูกค้าในการป้องกันความเสี่ยงที่สูงสำหรับลูกค้า โดยที่บริษัทเองแทบไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเลย เนื่องจากบริษัทสามารถกระจายความเสี่ยงให้หายไปตามกฎ Law of Large Numbers นั่นเอง”

ในปี 2563 บริษัทประกันจำนวนมากขาย “ประกันโควิด” แบบ “เจอ-จ่าย-จบ” โดยมีเบี้ยประกันประมาณ 500 บาท ซึ่งถ้าติดโควิดใน 1 ปี ก็จะได้เงิน 100,000 บาท ประกันเจอจ่ายจบนี้เป็นที่นิยมมาก และในปีแรกบริษัทประกันทำกำไรมากจากการขายประกันชนิดนี้ เพราะประเทศไทยมีอัตราการติดเชื้อโควิดที่ต่ำมาก เนื่องจากรัฐบาลดำเนินนโยบายเข้มงวดและป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่เข้าประเทศ แต่ในปีที่ 2 และปีที่ 3 จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้บริษัทประกันหลายบริษัทต้องล้มละลายเนื่องจากมีจำนวนเคลมที่สูงมากจนไม่สามารถจ่ายค่าสินไหมได้

ในปี 2563 โอกาสติดเชื้อโควิดของประชากรไทยอยู่ที่ 0.01% (มีผู้ติดเชื้อ 7,000 คนจากประชากรไทย 70 ล้านคน) ดังนั้นสมมุติว่าถ้าบริษัทประกันมีกรมธรรม์เจอจ่ายจบ 1 ล้านกรมธรรม์ บริษัทจะได้รับเงินค่าเบี้ยประกันรวม 500 ล้านบาท ในขณะที่ใน 1 ล้านกรมธรรม์นั้นจะมีผู้ติดเชื้อเท่ากับ 0.01% ของ 1 ล้าน หรือซึ่งก็คือ 100 คน ดังนั้นบริษัทต้องจ่ายค่าสินไหมรวม 10 ล้านบาท ซึ่งในปีแรกนี้บริษัทกำไรดีมากเพราะได้รับเบี้ยประกัน 500 ล้านบาท แต่จ่ายค่าสินไหมเพียงแค่ 10 ล้านบาท นั่นเป็นเพราะอัตราการติดเชื้อของคนไทยในปีนั้นต่ำมากๆ แค่ 0.01%

ในขณะที่ในปีเดียวกันอัตราการติดเชื้อของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 9% ซึ่งสูงกว่าไทย 900 เท่า นั่นเป็นเพราะอเมริกาไม่ได้มีนโยบายควบคุมที่เข้มข้นเหมือนเมืองไทย ซึ่งถ้าเมืองไทยมีอัตราการติดเชื้อเท่ากับ 9% เหมือนอเมริกา ผู้ทำประกัน 1 ล้านคนจะติดเชื้อสูงถึง 90,000 คน ทำให้บริษัทจะต้องจ่ายค่าสินไหม 9,000 ล้านบาท จากเบี้ยประกันที่ได้รับแค่ 500 ล้านบาท นั่นหมายถึงบริษัทจะล้มละลายในทันที “จะเห็นว่า บริษัทประกัน เจอ-จ่าย-จบ จะกำไรหรือขาดทุนขึ้นอยู่กับค่าอัตราการติดเชื้อของคนในประเทศเป็นหลักสำคัญ” โดยมีจุดคุ้มทุนที่ 0.5%

ถ้าอัตราการติดเชื้อต่ำกว่า 0.5% บริษัทจะกำไร แต่ถ้าสูงกว่า 0.5% บริษัทจะขาดทุน จากข้อมูลประเทศที่ดำเนินนโยบายผ่อนคลายและเปิดเมืองอัตราการติดเชื้อจะเกิน 0.5% ดังนั้น“ความเสี่ยงหลักของประกันโควิดแบบ เจอ-จ่าย-จบ ก็คือความเสี่ยงจากนโยบายจากภาครัฐว่าจะเข้มงวดล็อกดาวน์หรือไม่นั่นเอง” ถ้ารัฐบาลยังเข้มงวดอัตราการติดเชื้อก็จะต่ำมากบริษัทประกันก็จะทำกำไรเหมือนปี 2563 แต่ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนมาใช้นโยบายผ่อนคลายเปิดประเทศเหมือนชาติตะวันตก อัตราการติดเชื้อก็จะสูงมากระดับที่บริษัทประกันขาดทุนแบบล้มละลาย

“จะเห็นว่าการประกันโควิดแบบเจอ-จ่าย-จบ นี้แตกต่างจากการประกันอัคคีภัยอย่างสิ้นเชิง เพราะในการประกันอัคคีภัยความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ของแต่ละบ้านเป็นอิสระต่อกัน จึงสามารถนำมากระจายความเสี่ยงให้หายไปได้ตามกฎ Law of Large Numbers แต่ในกรณีประกันโควิด ความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิดของแต่ละคนไม่เป็นอิสระต่อกัน เพราะโอกาสในการติดเชื้อของทุกคนขึ้นอยู่กับนโยบายการล็อกดาวน์ของรัฐบาล เราไม่ได้มีหลายรัฐบาล เรามีแค่รัฐบาลเดียว จึงไม่สามารถนำมากระจายความเสี่ยงให้หายไปตามกฎ Law of Large Numbers ได้”

ดังนั้น “การออกประกันแบบเจอ-จ่าย-จบ นี้จึงไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง แต่เป็นการแทงเดิมพัน (หรือแทงพนัน) โดยเดิมพันว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายปิดเมืองหรือเปิดเมืองนั่นเอง” ถ้าปิดเมืองต่อไปบริษัทก็จะกำไร แต่ถ้าเปิดเมืองเมื่อไรบริษัทก็จะขาดทุนแบบล้มละลายทันที จากบทเรียนนี้ทำให้รู้ว่า บริษัทประกันไม่ควรออกผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงในลักษณะเดิมพันหรือการพนันนี้ เพราะมันไม่สามารถกระจายความเสี่ยงให้หายไปได้

บริษัทประกันควรเน้นออกผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงที่สามารถกระจายความเสี่ยงให้หายไปได้ เหมือนอย่างกรณีประกันอัคคีภัย เป็นต้น!!!

ผศ.ดร.ชนวีร์ สุภัทรเกียรติ

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์

แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved