วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
“อธ.ศาลแพ่ง” เปิด Smart Mediation ไกล่เกลี่ย คืนค่าธรรมเนียมศาลถึง 31 มี.ค.66 สนองนโยบาย ปธ.ศาลฎีกา จากเดิมร้อยละ2 เหลือเก็บไม่ต่ำ200 บาท “รองสุวิชา” เผยผลพิพากษาดีที่สุดคือเจรจาลดปริมาณคดีสู่ศาล ปชช.ได้ประโยชน์บางคดีเสียค่าฤชา2-3 เเสน จัดเตรียมกำลังผู้พิพากษาพร้อม
18 ตุลาคม 2565 ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายฉัตรชัย ไทยโชต อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง เป็นประธานเปิด โครงการ “Smart Mediation รักศาล ร่วมใจไกล่เกลี่ย สานสัมพันธ์ด้วยดี มีคืนค่าขึ้นศาล” โดยมีผู้บริหารศาลแพ่ง ผู้พิพากษา ข้าราชการ เข้าร่วมในพิธี
นายฉัตรชัย กล่าวว่า การจัดโครงการ “Smart Mediation รักศาล ร่วมใจไกล่เกลี่ย สานสัมพันธ์ ด้วยดี มีคืนค่าขึ้นศาล” เป็นหนึ่งในนโยบายของตนที่จะช่วยสนับสนุนและพัฒนาระบบ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยการนำระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้ควบคู่กับการพิจารณาคดี ของศาลในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นหนึ่งในการระงับข้อพิพาททางเลือกที่มีความสำคัญ ในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน โดยหากคู่ความตกลงกันได้ จะทำให้คดีที่อยู่ระหว่าง การพิจารณาของศาลเสร็จไปจากศาล อันเป็นการลดปริมาณคดีของศาลและเป็นประโยชน์ แก่ทางราชการ และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับคู่ความที่สามารถตกลงระงับข้อพิพาท กันได้
ทั้งนี้ ศาลแพ่งโดยผู้พิพากษาสามารถคืนค่าขึ้นศาลเป็นกรณีพิเศษให้แก่คู่ความที่ถอนฟ้อง หรือทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามโครงการ “Smart Mediation รักศาล ร่วมใจ ไกล่เกลี่ย สานสัมพันธ์ด้วยดี มีคืนค่าขึ้นศาล โดยให้เหลือไว้ไม่น้อยกว่า 200 บาท ได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ ดังกล่าวจะช่วยให้ปริมาณคดีที่จะเข้าสู่กระบวนการสืบพยานของศาลลดลงและทำให้ ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินคดี เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุน การอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนต่อไปโดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่ 17 ต.ค.65 - 31 มี.ค.66
ด้านนายสุวิชา สุขเกษมหทัย รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง กล่าวว่า ในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองทางศาลแพ่งเล็งเห็นว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากรวมถึงการนำคดีมาฟ้องต่อศาล ที่จะต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลร้อยละ2บาท ซึ่งก็เป็นจำนวนสูงพอสมควร บางคดีค่าฤชาธรรมเนียม 2-3 แสนบาท ซึ่งหลังคำพิพากษาคนที่ต้องรับผิดชอบค่าฤชาธรรมเนียมนี้ก็คือคนที่แพ้คดี ไม่ว่าจะเป็นโจทก์หรือจำเลย ซึ่งค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวก็จะถูกจัดเก็บเข้ารัฐ
อย่างไรก็ตามศาลแพ่งมีนโยบายว่าหากคู่ความนำคดีเข้ามาไกล่เกลี่ยไม่ว่าจะในศูนย์ไกล่เกลี่ยหรืออยู่ระหว่างสืบพยาน ได้เข้ามาทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือถอนฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาตามโครงการเราก็จะคืนค่าขึ้นศาลเกือบทั้งหมดเเละจัดเก็บเพียงเเค่ไม่น้อยกว่า 200 บาทตามที่กฎหมายกำหนด ตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมากเป็นการแบ่งเบาภาระ
ในเรื่องอัตรากำลังความพร้อม ตอนนี้ศาลแพ่งได้ตรวจดูระบบของการพิจารณาคดีสืบเนื่องที่มีการนัดคดีถึงปี 2567 เราจะเอาคดีที่มีการนัดต่อเนื่องไว้มาเจรจาไกล่เกลี่ย โดยจัดอัตรากำลังผู้พิพากษาเข้ามาดำเนินการไกล่เกลี่ยในช่วงเวลาปกติและช่วงเวลาวันหยุดราชการ หรือนอกเวลาราชการด้วย ในส่วนของผู้ประนีประนอมซึ่งเป็นกำลังสำคัญเราก็จัดอัตรากำลังให้พร้อมซึ่งเรามีถึง70 คน ในส่วนปริมาณคดีต้องยอมรับว่าศาลแพ่งเป็นศาลหลักในส่วนของทางเเพ่ง มีคดีที่ทุนทรัพย์สูงหลักร้อยล้านพันล้านก็มี
“การที่มีคนทำสัญญาประนีประนอมยอมความมันเป็นภาพของความสมัครใจ เราไม่ต้องตัดสินเพราะการตัดสินคดีมันมีทั้งฝ่ายแพ้หรือฝ่ายชนะ ผลคำพิพากษาที่ดีที่สุดก็คือการเจรจา เชื่อว่าถ้าประชาชนได้รับผลประโยชน์จากการงดเว้นค่าขึ้นศาล เราจะเเบ่งเบาภาระตรงนี้ให้” นายสุวิชา กล่าว
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี