วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 เวลาประมาณ 15.30 น. ร.ต.ท.หญิงปาริฉัตร ทาบทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจาก ร.ต.ท.วิจิตร คำแสงดี หัวหน้าสายตรวจ ต.วังตามัว อ.เมืองนครพนม ว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหญิงชราที่ป่วยติดเตียงใต้ถุนบ้าน ขณะนี้คนร้ายยังหลบอยู่บนบ้านที่เกิดเหตุ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น โดยมี พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม) เป็นผู้บัญชาการในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากได้รับรายงานว่าคนร้ายมีอาวุธปืน และ พ.ต.อ.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม ได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ตลอดจนคอมมานโด และฝ่ายปกครอง เข้าพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์
บ้านหลังดังกล่าวเป็นไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง พบศพของยายเริง อายุ 80 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงใต้ถุนบ้าน โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปนำศพออกมาพิสูจน์ว่ามีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด เข้าที่บริเวณแก้มขวากระสุนฝังใน 1 นัด ก่อนจะนำศพส่งชันสูตรอีกครั้งที่ รพ.นครพนม นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ป่วยติดเตียงอีกคน ทราบว่าชื่อนายควัน อายุ 83 ปี สามีของนางบุญมาผู้ตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถนำตัวออกจากที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัย
ส่วนมือปืนรายนี้ทราบต่อมาว่าชื่อนายสมพร หรือขอด อายุ 52 ปี มีศักดิ์เป็นลูกเขย หลังก่อเหตุได้วิ่งขึ้นไปหลบอยู่บนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวไว้ ห้ามบุคคลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าบริเวณดังกล่าวโดยเด็ดขาด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่านายขอดมือปืนรายนี้เป็นสามีของนางมะลิวรรณ์ อายุ 47 ปี เป็นครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ซึ่งอยู่กินกันมานานกว่า 8 ปี ภายหลังนายขอดมีความหวาดระแวงและหึงหวงว่านางมะลิวรรณ์จะปันใจให้ชายอื่น เพราะก่อนที่นายขอดจะมาแต่งงานอยู่กินกับนางมะลิวรรณ์เคยมีครอบครัวมาแล้ว และมีลูกกับอดีตภรรยาด้วยกัน 2 คน ต่อมาจับได้ว่าอดีตภรรยาคบกับชายคนใหม่จึงเลิกรากัน ทำให้ฝังใจว่าภรรยาคนปัจจุบันจะเหมือนกับเมียคนก่อน จึงเป็นสาเหตุให้นางมะลิวรรณ์ทนอารมณ์หึงหวงโดยไร้เหตุผลไม่ไหวจึงขอเลิก ประกอบกับทุกครั้งที่มีปากเสียงกันนายขอดจะทำร้ายร่างกายนางมะลิวรรณ์ประจำ อาจมีผลจากการที่นายขอดเสพยาบ้าด้วย จึงไล่นายขอดขนเสื้อผ้าออกจากบ้านไป โดยแยกกันอยู่ได้ประมาณเดือนเศษ
ก่อนเกิดเหตุนายขอดได้ขับรถยนต์ มาจอดที่หน้าบ้านพร้อมขอคืนดีกับนางมะลิวรรณ์ แต่ได้รับการปฏิเสธ จึงถลกชายเสื้อให้เมียเห็นด้ามปืนสั้นที่พกมาด้วย นางมะลิวรรณ์เกรงจะไม่ปลอดภัย จึงขับรถเพื่อไปแจ้งความกับตำรวจสายตรวจ ต.วังตามัว ระหว่างนั้นเองนางบุญมาแม่ยายญาติเพิ่งพากลับมาจากพบแพทย์ นอนพักเอาแรงอยู่บนเตียงใต้ถุนบ้าน ส่วนนายควันสามีได้ไปนอนอยู่อีกที่หนึ่ง ระหว่างนั้นเองนายขอดชักปืนออกมาแกว่งไกว ก่อนจะจ่อยิงนางบุญมาแม่ยายทั้งที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย และวิ่งขึ้นไปหลบอยู่บนบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามยุทธวิธีเกลี้ยกล่อมให้วางอาวุธ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ก่อเหตุ
ขณะเดียวกันมีนางบุญรอด อายุ 55 ปี พี่สาว และ นางขาว อายุ 76 ปี น้าสาวของนายขอด ได้มาช่วยเจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมน้องชายให้วางอาวุธมอบต่อ โดยนายขอดบอกให้พี่สาวเตรียมรับศพไปฝังที่บ้านเกิด เพราะตนเองกลายเป็นคนร้ายฆ่าแม่ยายตายแล้ว และปิดมือถือทำให้ติดต่อไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องประเมินสถานการณ์ไม่ผลีผลามเข้าไปในบ้าน เนื่องจากเป็นเวลามืดค่ำ และไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย จึงขยับมาตรการขึ้นตามสถานการณ์ในขณะนั้น
โดยเจ้าหน้าที่ได้แยกกันเข้าพื้นที่ภายใน ใช้ยุทธวิธีเฉพาะหน้ามาใช้ด้วยความระมัดระวัง และมีชุดหนึ่งใช้ของแข็งทุบฝาบ้านเป็นรู แล้วใช้ไม้ไผ่ยาวติดไฟและกล้องโทรศัพท์มือมือสอดเข้าไปส่องหา กระทั่งพบว่านายขอดใช้อาวุธปืนยิงขมับตัวเองตายหนีความผิด จึงเข้าไปดูพบว่าสภาพศพเริ่มแข็งแล้ว คาดว่าเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมประสานแพทย์เวรเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ ซึ่งรวมเวลาในการปฏิบัติการ 4 ชั่วโมงเศษ ส่วนสาเหตุเกิดจากอารมณ์หึงหวงของนายขอดที่หวาดระแวงเมีย ทำให้เกิดเหตุสลดในวันลอยกระทงดังกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี