วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
เอกชนไทยพร้อมแล้วเป็นเจ้าภาพ ABAC 2022 ในเวทีเอเปก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) เตรียมชูประเด็นคาร์บอนเครดิตต่อที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจโลกในเดือนพฤศจิกายนนี้ผลักดันการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิตแห่งแรกในเอเชีย-แปซิฟิก ปูทางสู่อนาคตที่ดีกว่าของเอเชีย-แปซิฟิก ด้วย 5 กลยุทธ์ โดย สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก หรือ APEC Business Advisory Council (ABAC) เป็นภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับสมาชิกทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ
แบ่งคณะทำงานออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ด้านดิจิทัล ด้านวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) และการมีส่วนร่วม ด้านความยั่งยืน และด้านเศรษฐกิจและการเงิน เพื่อรวบรวมข้อเสนอและคำแนะนำประจำปีที่จะยื่นต่อ
ที่ประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกทั้งนี้ไทยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ 21 ของโลก หรือประมาณ 0.8% ของโลก และเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงที่สุด ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ในเวทีเอเปก ภายใต้ประเด็นด้านความยั่งยืนจะมีการหารือเรื่องแผนที่นำทางการค้าและการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีการปล่อยคาร์บอนต่ำสู่ปี พ.ศ.2573 (The Trade and Investment in Renewable Energy and Low Carbon Emissions Technologies Roadmap Towards 2030) ซึ่งเอกชนไทยพร้อมชูประเด็นเรื่องแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต
ภายหลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลงนามความตกลงประกอบการเป็นศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตและเปิดตัวแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิต หรือ FTI : CC/RE/REC X Platform (FTIX) แห่งแรก ร่วมกับสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และในฐานะเป็นประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก 2022 (APEC Business Advisory Council-ABAC) กล่าวว่า คาร์บอนเครดิตเป็นกลไกการตลาดที่สำคัญในการสร้างแรงจูงใจและเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงสนับสนุนตลาดคาร์บอนภายในประเทศ โดยศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตจะเชื่อมโยงกับระบบของ อบก. ทำให้สามารถติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของประเทศได้
นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อตอบสนองความต้องการการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% (RE100) รวมถึงการซื้อขายใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificate : REC ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ใช้พลังงานสะอาด ยั่งยืน และนำไปสู่ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy security) ในที่สุด
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือของประเทศไทยในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนการนำนโยบายของภาครัฐไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี พ.ศ.2593 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ในปี พ.ศ.2608 ของประเทศ” นายเกรียงไกร กล่าว
แพลตฟอร์มการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย (FTIX) นี้ นอกจากเป็นระบบฐานข้อมูลการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่สามารถติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์การลดการปล่อย GHG ของประเทศแล้ว ยังเป็นตัวสร้างระบบนิเวศสำหรับการใช้กลไกราคาคาร์บอนเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนคุณค่าของคาร์บอนเครดิตซึ่งกันและกัน ซึ่งนำไปสู่การสร้างความโปร่งใส ยุติธรรม และน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอนในระดับสากล รวมทั้งสามารถสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยที่พร้อมเป็นผู้นำการซื้อขายพลังงานสะอาดและคาร์บอนเครดิตแห่งแรก
มองไปข้างหน้าเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของภูมิภาค สภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก หรือ ABAC ไม่เพียงแต่เป็นตัวแทนของภาคธุรกิจจาก 21 เขตเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของประชาชนที่ทำให้ธุรกิจต่างๆ ดำเนินอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ อาทิ การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเหตุการณ์ระหว่างประเทศได้สร้างผลกระทบไปทั่วโลก ทั้งด้านการดำเนินธุรกิจ ด้านวิถีชีวิตของประชาชนและด้านการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ด้วยเหตุนี้ ความร่วมมือระหว่างสมาชิกของ ABAC จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพราะมาจากความต้องการที่แท้จริงของผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ และเราพร้อมจะนำข้อเสนอและการริเริ่มการดำเนินงานต่างๆ ยื่นเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน
การเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยครั้งนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อประชากรกว่า 4.3 พันล้านคนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันภายใต้กรอบกลยุทธ์ทั้ง 5 ด้าน เพื่ออนาคตที่ดียิ่งกว่าของประเทศและในระดับภูมิภาค!!!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี