วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ม็อบป่วน‘เอเปก’กระเจิง
สลายชมนุม
ยิงแก๊สน้ำตาสกัด/จับ 25 คน
คุมตัวส่งสน.ทุ่งสองห้องดำเนินคดี
ฐานต่อสู้ขัดขวาง/ทำลายทรัพย์สิน
พ่ายยับยอมรื้อเวทีลานคนเมืองแล้ว
ม็อบป่วนเอเปกกับเครือข่ายตั้งขบวนแต่เช้า บุกศูนย์ฯสิริกิติ์ หวังยื่น 3 ข้อให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจ “แกนนำมายด์”ปิดลับเส้นทาง เน้นเจรจาเจ้าหน้าที่ จนเกิดการปะทะเจ้าหน้าที่ คฝ.บล็อกใกล้อนุสาวรีย์ปชต.หลังมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่-เผารถตร.จึงต้องยิงแก๊สน้ำตา-
กระสุนยาง เพื่อสกัด หวิดบานปลาย ศูนย์ทนายฯเผยผู้ชุมนุมอย่างน้อย 25รายรวบไปสน.ทุ่งสองห้องจี้ถอนกำลังเปิดทาง พยายามนำสลิงดึงรถจนท.หวังเปิดทาง แกนนำชู ชิ้นส่วนกระสุนยาง-แก๊สน้ำตา ซัดเอามาใช้กับปชช. จี้หยุดจับกุม โฆษกกอร.ย้ำต้องบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมาย -ก่อความวุ่นวาย-ทำลายทรัพย์สินราชการ-ทำร้ายเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นบาดเจ็บ 5 นาย สุดท้ายม็อบต้องรื้อเวทีสลายไป
เมื่อวันที่ 18พฤศจิกายน2565 ที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม”ราษฎรหยุด APEC2022”ซึ่งพักค้างคืนในจุดดังกล่าว เพื่อเรียกร้องให้มีการหยุดการประชุมเอเปคและยื่น3ข้อเรียกร้องต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ ได้แก่ 1.ยกเลิกนโยบาย BCG ที่ไม่มีประชาชนเป็นส่วนร่วม 2.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยุติบทบาทการเป็นประธานเอเปคและ3.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยุบสภาและเปิดการเลือกตั้งใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตั้งแถวพร้อมโล่ประจำการอยู่บริเวณโดยรอบ
ขณะที่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำราษฎรหยุดAPEC 2022 กล่าวว่า จะเริ่มเดินขบวนไม่เกิน 08.30น.โดยไม่อยากให้เป็นเพียงการเรียกร้องอย่างเดียว แต่จะมีช่วงพักเจรจากับเจ้าหน้าที่ และจะมีการเจรจาสลับกับการแอ็คชั่นของเพื่อนๆ ขอให้สื่อมวลชนจับตาดูประเด็นของชาวบ้านแต่ละภาคเป็นจุดๆ เพราะไม่อยากให้การชุมนุมในครั้งนี้เป็นเพียงการเรียกร้อง อยากให้เป็นการนำเสนอเรื่องทรัพยากรให้ประเด็นเหล่านี้ถูกส่งต่อในสื่อสาธารณะ
เผชิญหน้าคฝ.ขอกลับไปลานคนเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.32น.กลุ่มราษฎรหยุดเอเปค2022 เริ่มตั้งขบวนหัวขบวนเริ่มตั้งแถวบริเวณเสาชิงช้าตามด้วยประชาชนจากกลุ่มภาคต่างๆก่อนที่ในเวลาประมาณ 08.55 น.กลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้เคลื่อนขบวนออกจากลานคนเมือง เมื่อเคลื่อนขบวนออกมาตามถนนดินสอ ผ่านด้านข้างศาลาว่าการ กทม.มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตร เจ้าหน้าที่ได้ตั้งรั้วเหล็กขวางเอาไว้ พร้อมประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมถอยกลับไปปักหลักชุมนุมที่ลานคนเมือง ไม่ให้เคลื่อนขบวนเนื่องจากผิดกฎหมาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ คฝ.ตั้งแถวเรียงหน้ากระดาน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เคลื่อนขบวน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ ตะโดนโห่และด่าทอใส่เจ้าหน้าที่ ต่อมา กลุ่มราษฎรหยุดเอเปค 2022ได้รื้อแผงเหล็กเพื่อเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะที่เจ้าหน้าที่ คฝ.เดินหน้าประชิดเข้ามาและนำรถมากันไว้ ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากันระหว่างกลุ่มราษฎรหยุดเอเปค2022และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ปะทะแล้วเจอ’คฝ.’บล็อกใกล้อนุสาวรีย์
เวลา 09.25น.ที่บริเวณถนนดินสอ ใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเปิดเส้นทางไปยื่น3ข้อเรียกร้องต่อบรรดาผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมเอเปค2022 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการขยับขบวนเคลื่อนเข้าใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ก็ถูกสกัดกั้นโดยแนวเจ้าหน้าที่ คฝ.พร้อมโล่ โดยแกนนำได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ขอให้การ์ดรักษาความปลอดภัยของกลุ่มฯทยอยขึ้นมารวมตัวบริเวณด้านหน้าหัวแถวขบวนให้หมดและเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ถอนกำลังออกจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินขบวนไปยังจุดหมาย หากไม่ยอมจะต้องมีการผลักดันกันเพื่อฝ่าไป
จากนั้นเวลา 09.45น.การเจรจาไม่เป็นผล ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่แนวโล่ คฝ.และมีการผลักดันกันไปมา รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามกระโดดถีบโล่ รวมถึงชกต่อยไปยังแนวเจ้าหน้าที่ จนเวลา 09.50น.เหตุการณ์จึงคลี่คลายลง แกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดทาง อย่าเป็นศัตรูกับประขาชน อย่าตกเป็นเครื่องมือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
เจรจาไร้ผล-เจอกระสุนยาง-แก๊สน้ำตา
เวลา10.00น.ได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นอีก ในการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรหยุดเอเปค 2022 กับเจ้าหน้าที่ คฝ.บริเวณถนนดินสอ หลังจากการเจรจาขอเปิดพื้นที่เพื่อเคลื่อนขบวนไปยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่เป็นผล กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามนำเชือกสลิงไปคล้องกับรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วดึงออกจากพื้นที่เพื่อเปิดทาง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม พร้อมประกาศว่า พื้นที่ถนนราชดำเนินเป็นพื้นที่ควบคุมในช่วงประชุมเอเปค หากใครฝ่าฝืนจะมีการจับกุม พร้อมกับมีการจับกุมผู้ชุมนุมบางส่วนที่ฝ่าฝืน จนเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นช่วงหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้รุกผลักดันกลับมาจนมีการปะทะกัน จนชุลมุนอยู่ประมาณ10นาที เหตุการณ์ถึงคลี่คลายลง
น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ ได้ขึ้นประกาศบนรถขยายเสียง ขอให้เจ้าหน้าที่หยุดจับกุมผู้ชุมนุมที่มีเพียงมือเปล่า ขอให้เปิดทางเพื่อเคลื่อนขบวนไปยังจุดหมาย ขณะเดียวกัน ยังชูชิ้นส่วนกระสุนยางและแก๊สน้ำตา โดยอ้างว่า เจ้าหน้าที่มีการใช้แก๊สน้ำตา กับกระสุนยางกับผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ส่วนเจ้าหน้าที่ได้กระจายเข้าตรึงกำลังบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างแน่นหนา พร้อมประกาศยืนยันว่า พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ควบคุม หากฝ่าฝืนเข้ามาจะถือว่าผิดกฎหมาย จะต้องทำการจับกุม ทำให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุม ต้องปักหลักอยู่บนบริเวณถนนดินสอ
รวบ‘ป้าเป้า’ฝ่าแนวคฝ.-ตะโกนให้ปล่อย
มีรายงานว่า ได้มีคำสั่งหากมวลชนคนใดฝ่าแนวกั้นตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้ามา ให้ดำเนินการจับกุมได้ทันที ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด จากนั้น นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า ได้ฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ จึงถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวขึ้นรถออกไปจากพื้นที่ทันที ทำให้มวลชนเกิดความไม่พอใจ และตะโกน”ปล่อยป้าเป้าๆ”
ศูนย์ทนายฯเผยอย่างน้อย25รายถูกจับ
เวลา 11.00น.ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า มีรายงานผู้ถูกจับกุมจากการชุมนุมดังกล่าวว่า ถูกนำตัวไปยัง สน.ทุ่งสองห้อง อย่างน้อย 6รายและยังมีการนำตัวไปเพิ่มอีก ขณะนี้ทนายความกำลังติดตามไปหนึ่งในนั้นคือ นางวรวรรณ แซ่อั๊ง หรือ ป้าเป้า ทั้งนี้ สน.ทุ่งสองห้อง ไม่ใช่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ เวลา13.50น.ศูนย์ทนายฯสรุปยอดผู้ถูกจับกุมจากเหตุการณ์ดังกล่าวว่า มีประชาชนถูกจับกุมและควบคุมตัวไป สน.ทุ่งสองห้อง อย่างน้อย 25ราย
โดยมีนายบารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจนด้วย สำหรับรายชื่อ25คน ประกอบด้วย 1.นางวรวรรณ แซ่อั้ง 2.นางยุพา ฤทธินาคา 3.น.ส.รุ่งทิวารัตน์ ภูนกยูง 4.นายพิชัย เลิศจินตวงษ์ 5.นายหัสสะ เกสรินทร์ 6.นายเอเชีย รัทมหาวิรุฬห์ก่อน 7.นายณัฐพล ไพลิน 8.นายเปาฤทธิ์ แย้มยิ้ม 9.นายวิทยา ไชคำหล้า 10.นายพิภู มีศรี 11.นายบารมี ชัยรัตน์ กลุ่มสมัชชาคนจน 12.นายพลาธิป ดำมีศรี 13.นายวรัญญู คงสถิตธรรม 14.น.ส.กัญญาณี กวางทองดี 15.นายณัฐภูมิ สระทองออ 16.นายชาติชาย ธรรมโม 17.นายอารัติ แสดงอุบล 18.นายณัฐวุฒิ อุปปะ แกนนำเอ็นจีโอภาคเหนือตอนล่าง 19.นายเจกะพันธ์ พรหมมงคล 20.นายดาวดิน ชาวหินฟ้า (สมณะดาวดิน) 21.นายกำลังใจ ประจงภักดี 22.นายองอาจ นนทศิริ 23.นายขุนไกล บุญเกิด 24.นายโอภาส คำพระ 25.นายไพฑูรย์ สร้อยสด
ดำเนินคดีม็อบฝ่าฝืนกม.-ก่อวุ่นวาย
เวลา10.30น.พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ในฐานะโฆษกกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรการประชุมเอเปค2565(กอร.รปภ.จร.) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องในช่วงการประชุมเอเปคว่า เวลาประมาณ 08.50น.กลุ่มราษฎรหยุดAPEC 2022 ที่ปักหลักชุมนุมลานคนเมือง ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 350คน ได้เคลื่อนขบวนเพื่อเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อการประชุมเอเปค โดยเคลื่อนขบวนฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขฯซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เจรจา แจ้งและประชาสัมพันธ์ผู้ชุมนุมฯให้ทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว
แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมปฏิบัติตาม ตำรวจจึงจำเป็นต้องใช้กำลังป้องกันตนเองและทำการจับกุมผู้กระทำความผิด 10ราย ที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขฯและกระทำความผิดตามกฎหมายอาญาอื่นๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 5นาย ทรัพย์สินเสียหายหลายรายการ
โฆษกกอร.กล่าวอีกว่า“การกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยฝ่าฝืนเงื่อนไข คำสั่งเจ้าพนักงานฯ มีการพ่นสเปรย์ขีดเขียน ใช้ก้อนหินและไม้ทำร้ายทุบตี ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งการทำลายทรัพย์สินราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่อให้เห็นถึงเจตนาให้เกิดความรุนแรง เกิดความไม่สงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยตามกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง เน้นการเจรจา พูดคุย ทำความเข้าใจทุกฝ่าย หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังได้ใช้กำลังให้น้อยที่สุด เหมาะสมกับสถานการณ์ ส่วนกรณีมีการใช้กระสุนยาง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันตนเองจากผู้จะทำร้ายและเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า ที่ต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดเป็นไปตามหลักกฎหมาย ตามยุทธวิธี เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย
สลายม็อบอีก-คุม6คนส่งสน.ทุ่งสองห้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม‘ราษฎรหยุดเอเปค 2022’ที่เตรียมเคลื่อนเดินขบวนจากลานคนเมืองมุ่งหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และได้ถูกเจ้าหน้าที่ คฝ.สกัดที่หัวมุมถนนดินสอ มีปะทะเผชิญหน้ากันอย่างชุลมุนของ ทั้ง 2 ฝ่าย มีการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา จากเจ้าหน้าที่และเกิดการปะทะระหว่าง 2 ฝ่าย ต่อมา จ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ชุมุนมอย่างน้อย 6 ราย ตามรายงานของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษชนไปยัง สน.ทุ่งสองห้อง เหตุการณ์ตรึงเครียดเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง
ต่อมา เวลา 12.15น.ขบวนยังคงอยู่บนถนนดินสอ ใกล้ลานคนเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรึงแนวกั้นบริเวณหัวมุมถนนดินสอ รวมถึงรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งทางแกนนำฯได้ประกาศให้มวลชนพักเที่ยง รอประเมินสถานการณ์แล้วค่อยประกาศอีกครั้งว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้เกิดฝนตกปรอยๆลงมา กลุ่มผู้ชุมนุม จึงนำพริกแห้งและเกลือมาเผาในกระทะที่จุดไฟตั้งเตาบนถนนดินสอเพื่อแสดงสัญลักษณ์สาปแช่งเผด็จการ
ยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยางหลายนัด
เวลา12.35น.เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตา รัวกระสุนยางหลายนัด จนมีผู้บาดเจ็บ ซึ่งการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศบอกมวลชนวิ่งกลับเข้าไปยังลานคนเมือง กทม.และตามซอยต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประกาศให้สื่อมวลชนถอยออกจากบริเวณดังกล่าว
ต่อมาเวลา12.46น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถอยร่นไปและเวลา 12.50น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถที่กั้นฝูงชนออกโดยการใช้รถลากเนื่องจากรถถูกปล่อยลมยาง กระทั่ง เวลา13.10น.สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ต่างฝ่ายต่างคุมเชิงดูสถานการณ์อยู่ในพื้นที่ตัวเอง
งัดไม้เด็ดนำตู้คอนเทนเนอร์ขวางม็อบ
เวลาประมาณ13.15น.เจ้าหน้าที่ คฝ.ได้เจรจาขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรหยุดเอเปค2022 ยุติการเคลื่อนขบวนไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง แล้วให้ถอยกลับไปยังลานคนเมือง กทม.ที่ทางกทม.ได้อนุญาตให้มีการปักหลักชุมนุม เวลา 13.21น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชน แยกย้ายไปทำข่าวที่มีประโยชน์ต่อสังคม พร้อมกับนำตู้คอนเทนเนอร์มาวางไว้บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและวางตู้คอนเทนเนอร์บนถนนดินสอ-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 13.45น.เจ้าหน้าที่วางคอนเทนเนอร์ซ้อนเป็น 2ชั้น คฝ.บางรายทำท่าโบกมือลา ฝ่ายผู้ชุมนุมขว้างปาขวดน้ำทั้งแก้วและพลาสติกใส่ฝั่งตำรวจ รวมถึงมีการจุดพลุสีด้วย
‘มายด์’จี้ปล่อยเพื่อนแล้วจะกลับบ้าน
เวลา1330น.น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำราษฎรหยุดเอเปก2022 กล่าวว่า นอกจากตำรวจสลายการชุมนุม ยังยิงผู้ชุมนุม เราเรียกร้องให้ตำรวจรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ ที่เราต้องการเรียกร้องคือ เพื่อนเราถูกจับไป10กว่าคน ที่เป็นขั้นต่ำ ยังไม่รวมคนที่หล่นหายกลางทาง ข้อเรียกร้องที่เราต้องการคือ ให้ปล่อยเพื่อนเราออกมาเดี๋ยวนี้ หากไม่ปล่อยพวกเราจะยืนหยัดอยู่แบบนี้ ปล่อยเพื่อนเรามา ไม่อย่างนั้นเราไม่กลับและเวลา 15.00น.จะเดินทางไปรับผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมยัง สน.ทุ่งสองห้อง
ตร.ชี้แจงม็อบเผารถ-ปาหิน-ทำร้ายจนท.
เวลา14.30น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจรการประชุมเอเปค2565(กอร.รปภ.จร.) แถลงว่า เวลา 08.50น.กลุ่มราษฎรหยุดเอเปค2022 ปักหลักอยู่ลานคนเมืองยอดผู้ชุมนุม 350คนได้เคลื่อนขบวนไปเรียกร้องที่ประชุมเอเปคโดยฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไข ได้ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ขว้างปาก้อนหินสิ่งของ ทำลายรถยนต์กระบะราชการเสียหาย ใช้กำลังทำร้ายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ตำรวจ จึงมีความจำเป็นใช้กำลังป้องกันตนเอง ทำการจับกุมผู้กระทำความผิดเหตุซึ่งหน้าดังกล่าว
และในเวลา12.30น.มีกลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟวางเพลิงเผาทรัพย์บนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย นายบารมี ตำรวจจึงต้องคลี่คลายสถานการณ์เนื่องจากเปลวเพลิงลุกไหม้ ไม่ให้เป็นอันตรายแก่ประชาชนและได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 25คน มีการดำเนินคดี ตามพรบ.ชุมนุมสาธารณะ ทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ทำร้ายร่างกายและพรบ.รักษาความสะอาด รวมทั้งกำลังรวบรวมหลักฐานกรณีความผิดอื่น สถานการณ์ล่าสุดผู้ชุมนุมกลับไปลานคนเมืองและไม่มีความรุนแรง ตอนนี้ยังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่
ม็อบรื้อเวทีลานคนเมืองออกแล้ว
เวลา14.40 น.ที่ลานคนเมือง บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรหยุดเอเปก2022 บางส่วนเดินทางกลับมานั่ง ที่บริเวณลานคนเมือง และในเวลา 15.12น. ทีมงานคณะราษฎรหยุดเอเปก2022 ได้ทำการรื้อถอนเวทีการชุมนุมต่อต้านการประชุมเอเปก2022ที่ลานคนเมือง บริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ออกแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี