533.jpg
สกศ.ถอดบทเรียนอันดับ PISA-IMD การศึกษาของเด็กไทย

สกศ.ถอดบทเรียนอันดับ PISA-IMD การศึกษาของเด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.01 น.

สกศ.ถอดบทเรียนอันดับ PISA-IMD การศึกษาของเด็กไทย ระดมไอเดียดันค่าเฉลี่ยสูงขึ้นต่อเนื่องทุกด้าน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดทำแผนยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาไทยในเวทีโลก โดยมีที่ปรึกษาด้านวิจัยและประเมินผลการศึกษา (นางศิริพร ศริพันธุ์) ผู้อำนวยการสำนักประเมินผลการจัดการศึกษา (นางอำภา พรหมวาทย์) และผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณพรกนก วิภูษณวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ณ ห้องประชุมดิสทริค เอ็ม บอลรูม โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา บางกอก พระนคร กรุงเทพมหานคร


ดร.สุเทพ กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาสภาวการณ์การศึกษาทั่วโลก ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยทางการเรียนนรู้ (Learning Loss) สัมพันธ์กับความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาที่มีอันดับลดลง จึงทำให้เกิดการวิเคราะห์สภาวการณ์การศึกษาของไทยทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อคาดการแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดทำรายงานสภาวการณ์ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ ทั้งในระดับนานาชาติ ระดับชาติ และระดับพื้นที่

“สอดคล้องตัวชี้วัดการขับเคลื่อนการศึกษาของไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กำหนดตัวชี้วัดสำคัญให้มีการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยจัดทำแผนยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาไทยในเวทีโลก เน้นการพัฒนาผลการประเมินใน 3 ดัชนีหลัก คือ 1) ผลการทดสอบ PISA 2) ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือสถาบัน IMD สวิตเซอร์แลนด์ และ 3) ผลการจัดอันดับโดย World Economic Forum (WEF) ทั้งนี้ สกศ.เตรียมขับเคลื่อนการสร้างแผนการศึกษาระดับจังหวัด เพื่อให้การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับให้เหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกัน” ดร.สุเทพ กล่าว

การบรรยายพิเศษ เรื่อง ผลการจัดอันดับ PISA โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่าในปี 2018 ผลการจัดอันดับสะท้อนสมรรถนะของผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น แต่ผลการประเมินด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และในปี 2022 ได้มีการประเมินวัดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยผลการจัดอันดับจะทราบในเดือนธันวาคม ในปี 2023 ซึ่งผลการจัดอันดับจะช่วยให้หน่วยงานด้านการศึกษาวิเคราะห์สมรรถนะผู้เรียนทั้งประเทศ เพื่อปรับการเรียนการสอนเน้นเติมจุดอ่อน เสริมจุดแข็งให้สมรรถนะด้านการศึกษาของไทยดีขึ้น

ขณะที่ นางสาวพรกนก วิภูษณวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) กล่าวเสริมเรื่องผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ของสถาบัน IMD ว่ามีการวัดผลจาก 4 ตัวชี้วัด คือ 1) เศรษฐกิจ Economic Performance 2) ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) 3) ประสิทธิภาพของภาคเอกชน (Business Efficiency) และ 4) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ซึ่งการศึกษาอยู่ในตัวชี้วัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และในปี 2565 ด้านการศึกษาของประเทศไทย ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 53 จากเดิมอยู่ที่อันดับ 56 ในปี 2564 และเป็นอันดับดีที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการขยับอันดับให้สูงขึ้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษา

นอกจากนี้ ที่ประชุมแบ่งกลุ่ม Workshop เสนอข้อคิดเห็นตัวชี้วัด 2 ด้าน ได้แก่ 1) การจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Academic Indicators) และ 2) การผลิตและพัฒนากำลังคนและแรงงาน (Workforce Indicators) โดย สกศ.จะรวบรวมเป็นแนวทางการจัดทำแผนการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันด้านการศึกษาของไทย และใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนและกำหนดนโยบายการศึกษาของประเทศต่อไป

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top