ตร.เปิดศูนย์ฯปีใหม่
รณรงค์ลดอุบัติเหตุ
ใช้กำลังพล5หมื่นนาย
ถนนมิตรภาพเริ่มติด
ผบ.ตร.เปิดศูนย์ลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ ระดมตำรวจ 5 หมื่นนาย อำนวยความสะดวก ด้าน ทบ.เปิดจุดบริการ 86 แห่งทั่วไทยส่วนถนนมิตรภาพ มีประชาชน ทยอยเดินทาง ส่งผลให้การจราจรเริ่มหนาแน่น
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะ และผู้บังคับบัญชาของศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) แถลงเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566เพื่อกำกับดูแลสั่งการในการอำนวยการจราจรและแก้ไขสถานการณ์อุบัติเหตุ ช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น (29 ธันวาคม 2565-4 มกราคม 2566)
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ได้สั่งเตรียมความพร้อมกำลังพลกว่า 50,000 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร และดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร การบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ ซึ่งวันเดียวกันนี้เป็นวันแรกที่เปิด ศูนย์ฯ ได้สั่งการให้ บช.น. , บช.ภ.1-9และ บก.ทล.ปฏิบัติดังนี้1.อำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีรถเดินทางเข้าออก กทม.มากถึง 7.3 ล้านคัน โดยปริมาณรถขาออกมากที่สุด วันที่ 29 และ 30 ธันวาคม 2565 และปริมาณรถขาเข้ามากที่สุดวันที่ 2 และ 3 มกราคม 2566 จึงสั่งการให้ทุกหน่วยประสานเจ้าของถนนคืนพื้นผิวการจราจร จุดที่มีการก่อสร้าง ซ่อมแซม เป็นเหตุให้รถชะลอตัว โดยสามารถคืนพื้นผิวได้ทั้งหมด 408 จุดทั่วประเทศ จัดตำรวจอำนวยการจราจร ตามจุดสำคัญที่มีปัญหาการจราจร รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว และในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ให้มีชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมอุปกรณ์ เช่น รถยก รถสไลด์ เข้าถึงที่เกิดเหตุและคลี่คลายการจราจรได้ทันที
นอกจาก นี้ยังได้ออกข้อบังคับเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถทั้งขาเข้าและออก กทม.9 เส้นทาง 10 จังหวัด รวมระยะทาง 450 กิโลเมตร โดยตำรวจทางหลวงจะเปิดช่องทางพิเศษตั้งแต่นี้เป็นต้นไปตามสภาพการจราจร และออกข้อบังคับห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป เดินในถนน 7 เส้นทาง เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรรวมระยะทาง 194 กิโลเมตร สำหรับรถบรรทุกที่มีความจำเป็นต้องเดินรถ เช่น รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารสด สามารถยื่นขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ บก.ทล.ได้ที่ www.hwpdth.com
2.การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน กำหนดเป้าหมายให้ทุกภูธรจังหวัด ลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ จากค่าเฉลี่ยปีใหม่ 3 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 โดยมีมาตรการให้ทุกหน่วยทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ป้องปรามกลุ่มเป้าหมาย และตั้งจุดตรวจเพื่อกวดขันจับกุมการกระทำผิดกฎจราจรที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุโดยเริ่มบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 22ธันวาคม 2565 เน้นหนักใน 4 ข้อหา ตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22-27ธันวาคมที่ผ่านมา จับกุมทั้ง 4 ข้อหารวมทั้งสิ้น 9,364 ราย นอกจากนั้น บก.ทล.มีการออกใบสั่งกล้องตรวจจับความเร็วทั่วประเทศอีก115,906 ราย
โดยในห้วง 7 วันควบคุมเข้มข้น ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันวินัย มีการตั้งจุดตรวจทั่วประเทศรวม 3,771 จุด แบ่งเป็นจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร 2,142 จุด (กำลังพล 19,699 นาย) จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1,629 จุด (กำลังพล 13,726 นาย) นอกจากนี้กรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน หากผู้ขับขี่ปฏิเสธไม่ยอมให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ จะถูกสันนิษฐานว่าเมาแล้วขับ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ได้กำหนดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุและการจราจรทุกวัน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น โดยมอบหมาย พล.ต.อ.รอย พล.ต.ท.ธนาชูวงศ์ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช.เป็นประธานการประชุมตลอด 7 วัน
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่าการลดอุบัติเหตุบนถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ ต้องสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัยตามกฎหมายจราจรให้สังคม ซึ่ง ตร.ได้ทำโครงการอาสาตาจราจร ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 จส.100 และภาคเอกชน เพื่อให้ประชาชนส่งคลิปกล้องหน้ารถ หรือคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดกฎจราจรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น หรือบันทึกอุบัติเหตุสำคัญและสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีเพื่อช่วยคนดีชี้คนผิด สำหรับในเทศกาลปีใหม่นี้จะมีแคมเปญพิเศษ “7วัน7คลิป7หมื่น”ให้ประชาชนส่งคลิปในช่วง 7วันควบคุมเข้มข้นจากคลิปที่ส่งมาทั้งหมดจะมีการคัดเลือกให้เหลือ7คลิป จะมีรางวัลให้คลิปละ10,000บาท ได้รับสนับสนุนเงินรางวัลจากบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า มีความห่วงใยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 จึงเน้นย้ำ 10 ข้อ ในการขับขี่ปลอดภัย ดังนี้ 1.สภาพร่างกายผู้ขับขี่มีความพร้อม พักผ่อนเพียงพอ 2.ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง 3.ศึกษาและวางแผนเส้นทาง เพื่อให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย 4.ดื่มไม่ขับ รวมถึงผู้โดยสารต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล์บนรถโดยเด็ดขาด 5.ถึงช้าหน่อยแต่ปลอดภัย ไม่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด 6.ใช้อุปกรณ์นิรภัยขณะขับขี่และโดยสาร(หมวกนิรภัย เข็มขัดนิรภัย)7.ปฏิบัติตามกฎจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8.ไม่เปิดเพลงเสียงดัง หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญในทาง9.หากง่วงนอนหรือเพลีย ให้แวะพักและ 10.มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทางบนท้องถนน โดยผู้ที่ใช้รถใช้ถนน ต้องการสอบถามเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุหรือขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1193 (ทางหลวงทั่วประเทศ) หรือ 1197 (กทม. และปริมณฑล)หรือ 191 และ 1599
ด้านพล.ต.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ตั้งแต่ 29ธันวาคม 2565-4มกราคม 2566กองทัพบกร่วมกับทุกภาคส่วน ตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่2566 โดยพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.มอบให้หน่วยทหารทั่วประเทศนำเครื่องมือ ยานพาหนะ กำลังพล บูรณาการร่วมให้บริการประชาชนตั้งจุดพักรถและบริการประชาชนบริเวณหน้าค่ายทหาร หรือจุดที่มีการสัญจรจำนวนมาก โดยกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ 86 จุด มีบริการน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น พร้อมจัดกำลังพลจิตอาสา ให้คำแนะนำเส้นทาง มีเจ้าหน้าที่เสนารักษ์พร้อมชุดปฐมพยาบาล มีนักศึกษาอาชีวะจิตอาสาช่วยซ่อมแซมรถเบื้องต้น บริการชาร์จโทรศัพท์มือถือ ห้องสุขา ตลอดจนรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24ชั่วโมง เน้นย้ำเรื่องการเดินทางด้วยความปลอดภัย
นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ได้มอบให้หน่วยทหาร รณรงค์ให้ประชาชนจัดงานหรือเฉลิมฉลองโดยไม่ประมาท เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ เปิดจุด “เติมความสุขให้กับคนไทย ตามแนวทางวิถีใหม่ จากใจทหาร” เชิญชวนให้แวะพักจุดบริการตามเส้นทางสายหลัก ส่วนในพื้นที่แนวชายแดน เจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก ยังคงปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชน ว่าได้เริ่มมีพี่น้องประชาชนใช้รถใช้ถนนในการเดินทางแล้วหลายเส้นทาง โดยเฉพาะถนนทางหลวงสาย 304 ราชสีมา-กบินทร์บุรี การจราจรเริ่มหนาแน่น โดยจุดทางลงเขาวังน้ำเขียว หลัก กม.ที่ 238-241 บ้านห้วยน้ำเค็ม ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเส้นทางดังกล่าว แขวงทางหลวงนครราชสีมา ที่ 3 ยังเคลียร์พื้นผิวจราจรไม่เสร็จสิ้น ทำให้มีปริมาณรถติดสะสมยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากพื้นที่ลงเขาจาก 2 ช่องทางจราจรถูกบีบเหลือเพียง 1 ช่องทาง จึงทำให้รถต้องชะลอตัวและติดสะสม
ส่วนถนนมิตรภาพ การจราจรเริ่มชะลอตัวในบางจุด แต่ยังทำความเร็วได้ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีตำรวจทางหลวง คอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนขณะที่บริเวณถนนสายเอเชียเขตติดต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ผ่าน จ.อ่างทอง เขตติดต่อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พบว่าการจราจรเริ่มหนาแน่นเป็นบางจุด ซึ่งการจราจรยังเคลื่อนตัวได้ สามารถใช้ความเร็วได้ที่80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพียงบางจุดที่การจราจรชะลอตัวเนื่องจากมีการก่อสร้างและมีทางเข้า-ออกปั๊มน้ำมัน โดยคาดว่าประชาชนจะทยอยใช้เส้นทางกันมากยิ่งขึ้นหลังจากนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี