546.jpg
'กรมเจ้าท่า'ตั้งคกก.เร่งหาสาเหตุเรือบึ้มภายใน 10 วัน ยืนยันเรือไม่ได้บรรจุน้ำมันหมื่นลิตร

'กรมเจ้าท่า'ตั้งคกก.เร่งหาสาเหตุเรือบึ้มภายใน 10 วัน ยืนยันเรือไม่ได้บรรจุน้ำมันหมื่นลิตร

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.38 น.

18 มกราคม 2566 จากกรณีที่เรือบรรทุกน้ำมัน สมูธซี 22 ระเบิดภายในบริเวณอู่เรือ บริษัท รวมมิตรด็อคยาร์ด จำกัด ใกล้วัดปากสมุทร จ.สมุทรสงคราม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และยังสูญหาย สังเกตได้จากระยะไกล ขณะจอดซ่อมอยู่ในพื้นที่ บริเวณหน้าวัดปากสมุทร และใกล้กับ อบต.แหลมใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเกิน 10 ราย และตาย 3 ราย สูญหาย 5 ราย

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลอดภัย พร้อมด้วยนายพิทักษ์ วัฒนพงศ์พิศาล ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ลงพื้นที่ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าสาขาสมุทรสงคราม และเจ้าหน้าที่ ลงเรือตรวจการณ์ 209 ตรวจสอบเหตุการณ์เรือสมูธซี 22 ประเภท เรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต หมายเลขทะเบียนเรือ 620000791 ขนาด 2,998 ตันกรอส ใบอนุญาตใช้เรือตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2565 หมดอายุวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เกิดเหตุเพลิงไหม้ขณะจอดอยู่บริเวณอู่เรือบริษัท รวมมิตรด็อคยาร์ด จำกัด ทะเบียนเลขที่ 61132750004 


เบื้องต้นพบว่าไม่มีน้ำมันในระวางสินค้า เรือมีประกันภัย H&M คุ้มครองถึงวันที่ 26 มีนาคม 2566 วงเงิน 60 ล้านบาท และประกันภัย P&I คุ้มครองถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 วงเงิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีคนประจำเรือ 16 คน ได้รับบาดเจ็บ 10 คน ส่งโรงพยาบาล 4 คน ทีมดับเพลิงจากเทศบาลเมืองสมุทรสงครามได้เข้าควบคุมเพลิง และทีมกู้ภัยกำลังดำเนินการค้นหาผู้ได้รับบาดเจ็บ และกำลังค้นหาทีมช่างของอู่ซ่อมเรือ ที่สูญหาย เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว โดยกรมเจ้าท่าบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหาย ประกอบกับเตรียมพร้อมอุปกรณ์ป้องกันและขจัดคราบน้ำมันในเบื้องต้นเพื่อป้องกันหากมีเหตุน้ำมันรั่วไหลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ในการนี้รองอธิบดีกรมเจ้าท่าฯ ได้สั่งการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 ออกคำสั่งปิดอู่เรือที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบใบอนุญาตอู่เรือทั้งหมด หากพบไม่มีใบอนุญาตถูกต้อง ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด พร้อมสั่งการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ และมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วนต่อไป

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลอดภัย เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที เหตุผลในการดำเนินการ ผู้ผจญเพลิงได้เข้าไปดำเนินการ ยืนยันว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือเปล่า เพื่อดำเนินการขึ้นอู่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเรือนี้ยังเป็นเรือใหม่ 4-5 ปี เป็นเรือที่บรรทุกน้ำมันดิบ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไวไฟจึงต้องมีความระมัดระวังในการดำเนินการ ต้องมีการไล่ก๊าซ

เรื่องนี้ยังเป็นข้อสงสัย จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ โดยมีผู้เชี่วชาญ อาทิ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เจ้าหน้าที่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับอู่ต่อเรือร่วมมิตรด็อกยาดฯ ที่จะต้องเข้ามาร่วมอยู่ในการสอบสวนด้วยขึ้นมาสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบ 10 วัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top