546.jpg
ตำรวจปคบ.ส่งสำนวนถึงอัยการ  ชงฟ้อง‘นอท’  ปมขายลอตเตอรี่เกินราคา

ตำรวจปคบ.ส่งสำนวนถึงอัยการ ชงฟ้อง‘นอท’ ปมขายลอตเตอรี่เกินราคา

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตำรวจปคบ.ส่งสำนวนถึงอัยการ

ชงฟ้อง‘นอท’

ปมขายลอตเตอรี่เกินราคา

DSIจ่อเรียก‘แทนไท’สอบ

พัวพันเส้นทางเงิน‘นอท’

ตำรวจ ปคบ.ส่งสำนวน “กองสลากพลัส” ขายลอตเตอรี่เกินราคา พร้อมเห็นควร สั่งฟ้อง “นอท กองสลากพลัส”ให้อัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี พิจารณาสั่งฟ้อง ซึ่งอัยการนัดฟังการสั่งคดี 24 กุมภาพันธ์นี้ ด้าน “นอท” ยืนยันเสียงแข็ง ไม่ได้ขายลอตเตอรี่เกินราคา ขณะที่ดีเอสไอ
เตรียมออกหมายเรียก“แทนไท”สอบปากคำในฐานะพยาน ปลาย กุมภาพันธ์นี้ เหตุเส้นทางการเงินพัวพัน “นอท” ทำธุรกิจร่วมกันมานาน ให้แจงปมเงินหลักร้อยล้านบาท แถมก่อนถูกอายัดบัญชี 2 วัน “ซีอีโอ กองสลากพลัส” ยังโอนเงินให้’แทนไท’อีกด้วย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. และพนักงานสอบสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. ได้นำ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส ผู้บริหาร บริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด หรือกองสลากพลัส พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องและพยานหลักฐาน จำนวน 2 ลัง 9 แฟ้ม คดีร่วมกันเสนอขายและจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ออกรางวัลเกินราคากว่าที่กฎหมายกำหนด มามอบให้กับพนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรี พิจารณา


โดย พ.ต.อ.ไกรวิศท์ เปิดเผยว่า กรณีที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ต้องหากับพนักงานสอบสืบสวนสอบสวน ปคบ.ข้อหาจำหน่ายสลากเกินราคานั้น โดยการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และพนักงานสอบสวนไม่สามารถเปรียบเทียบปรับในชั้นสอบสวนได้ จึงได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาให้กับอัยการพิจารณา โดยในสำนวนประกอบด้วยพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปซื้อสลากเกินราคาก่อนออกรางวัลได้ 108 ฉบับ หลักฐานการโอนเงิน, หลักฐานจากการสืบสวน, ซึ่งมีการจำหน่ายสลากเกินราคาจริงในช่วงราคาที่ไม่เท่ากัน เช่น สลาก 2 ใบจะบวกเพิ่ม 38 บาท มากกว่า 3 ใบจะบวกเพิ่มมากกว่านั้น

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่า เป็นค่าดำเนินการ และเป็นความสมัครใจของผู้ซื้อนั้น เป็นข้อต่อสู้ของผู้ต้องหา แต่การซื้อลากกินแบ่งมีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สลากกินแบ่งฯ อยู่แล้ว จึงต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการและพนักงานสอบสวน

พ.ต.อ.ไกรวิศท์ เปิดเผยอีกว่า สำนวนที่ส่งให้อัยการวันนี้ เป็นสำนวนของ บก.ปคบ.1 เฉพาะที่เกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่งฯ เกินราคา ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ขายตรงฯเป็นอีกสำนวนหนึ่งที่ดำเนินการโดย บก.ปคบ. 2 นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนแพลตฟอร์มอื่นที่จำหน่ายสลากเกินราคาในลักษณะเดียวกันอีก และจะดำเนินการในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรีได้นัดฟังคำสั่งจะยื่นฟ้องผู้ต้องหาหรือไม่วันที่ 24 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. ส่วนสำนวนคดีที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ขายตรงนั้น คาดว่าจะส่งสำนวนให้กับพนักงานคดีอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้ในสัปดาห์หน้า

ด้าน นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ เปิดเผยภายหลังว่า ตนยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าตนเองไม่ได้จำหน่ายสลากเกินราคา ส่วนการจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มนั้นยังปิดให้บริการต่อไปจนกว่าจะคดีความจะเสร็จสิ้น พร้อมยังยืนยันว่าไม่เคยฟอกเงินให้ใคร

สำหรับความคืบหน้ากรณีที่ศูนย์คดียาเสพติด ภายใต้การกำกับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลเกี่ยวกับขบวนการฟอกเงิน การจัดให้มีการเล่นการพนัน จนออกหมายเรียก นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส เนื่องจากพบความเชื่อมโยงพัวพันในส่วนของเส้นทางการเงินตั้งแต่หลักสิบล้านบาทไปจนถึงหลายพันล้านบาท จนแบ่งเป็นคดีพิเศษ 2 คดี ได้แก่ คดีพิเศษที่ 288/2565 ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องมาจากนายพันธ์ธวัช ได้นำสลากที่ถูกรางวัลให้กับนายอรรถกานต์ หรือ นาย อ. นำไปขึ้นเงินและโอนเข้าบัญชีจำนวน 53 ล้านบาท เล็งเห็นว่าร่วมกันสร้างเส้นทางการเงิน

นอกจากนี้ ยังมีคดีพิเศษที่ 6/2566 นายพันธ์ธวัชถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และข้อหาจัดให้มีการเล่นการพนัน โดยพบว่ามีเส้นทางการเงินกว่า 39 รายการ รวมจำนวนเงินกว่า 1,090 ล้านบาท จากบรรดานายทุนไทยเทาที่เข้ามาร่วมลงทุนจำหน่ายสลากกินแบ่งออนไลน์กับกองสลากพลัสนั้น

ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม เผยว่า ตนได้รับรายงานว่าดีเอสไอได้มีการประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับนายพันธ์ธวัช ทั้งลักษณะการทำธุรกรรมรับเงินและโอนเงิน ซึ่งในบรรดาบัญชีธนาคารออมทรัพย์ทั้ง 8 บัญชีต้องสงสัยที่ดีเอสไอได้อายัดไว้นั้น พบว่ามีบางส่วนได้มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับ นายแทนไท ณรงค์กูล ซึ่งเป็นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติน่าสงสัย ทางดีเอสไอจึงได้ออกหมายเรียกให้นายแทนไท เข้าให้การชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในฐานะพยานในเร็วๆ นี้หรือประมาณปลายเดือนก.พ.นี้

“พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งข้อสงสัยถึงพฤติการณ์ที่ผิดปกติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างนายพันธ์ธวัชและนายแทนไท ว่าจากการที่ ปปง.ได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของทั้งคู่ ปรากฏว่าไม่พบเงินจำนวนเงินหลักร้อยล้านบาทดังกล่าวออกจากบัญชีของนายแทนไท แต่กลับพบว่ามีเงินจำนวนหลักร้อยล้านบาทได้ฝากเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารเข้าบัญชีธนาคารออมทรัพย์ของนายพันธ์ธวัช ต่อจากนั้นเงินก้อนนี้ได้ถูกโอนออกไปยังบัญชีธนาคารของนายแทนไท ดังนั้นดีเอสไอจึงเล็งเห็นว่าลักษณะเช่นนี้ เป็นการปิดบังอำพรางแหล่งที่มาของเงินหรือไม่ หรือกล่าวอีกนัย คือ ร่วมกันสร้างเส้นทางการเงิน จึงต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ให้นายแทนไทมาชี้แจง”

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ทางดีเอสไอยังได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่องจนพบว่าทั้งคู่มีการลงทุนทำธุรกิจร่วมกันมานาน โดยหลักฐานที่พบ คือ สัญญาการร่วมทุนจำหน่ายสลากลอตเตอรี่ออนไลน์ เป็นต้น แต่กลับไม่เคยพบเส้นเงินจากนายแทนไท เข้าไปหานายพันธ์ธวัช นอกจากนี้ ยังมีพยานหลักฐานจากทางธนาคารปรากฏว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของนายพันธ์ธวัชไปยังบัญชีนายแทนไท ในช่วง 2 วันก่อนที่นายพันธ์ธวัช จะถูกอายัด ซึ่งนายแทนไท อาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top