Logo วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
สกสว.จัดประชุมสรุปผลจากการระดมสมอง 12 หน่วยงานภายใต้กระทรวง อว.

สกสว.จัดประชุมสรุปผลจากการระดมสมอง 12 หน่วยงานภายใต้กระทรวง อว.

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.13 น.
Tag : รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

สกสว. จัดประชุมสรุปผลจากการระดมสมอง 12 หน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. ก่อนยื่นข้อเสนอโครงการ เพื่อยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศและสามารถเทียบเคียงระดับนานาชาติ

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดประชุมคณะทำงานผู้แทนหน่วยงานด้านกลยุทธ์และพัฒนาองค์กรในการขับเคลื่อนเพื่อการยกระดับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ครั้งที่ 1/2566 โดยเชิญผู้บริหาร/ผู้แทนหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยจำนวน 12 หน่วยงานที่สังกัดกระทรวง อว. ร่วมรับฟังผลสรุปและความเห็นจากการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกันในหัวข้อ“การขับเคลื่อนเพื่อการยกระดับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ครั้งที่ 2”รวมถึงนโยบายและแนวทางการสนับสนุนทุนวิจัยของ บพค. ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์  2566ณ โรงแรมแมนดารินกรุงเทพ (สามย่าน)


รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ กล่าวว่า หน่วยงานวิจัยถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทาง สกสว. จึงได้เชิญผู้แทนหน่วยงานด้านกลยุทธ์และพัฒนาองค์กรจากสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสังกัดกระทรวง อว.รวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม(บพค.)ร่วมเป็นคณะทำงานชุดนี้ เพื่อร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนา ทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพ กำลังคนและความเชี่ยวชาญ ตลอดจนทำความเข้าใจและมีข้อตกลงร่วมกันในบทบาทหน้าที่และเป้าหมายสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแต่ละแห่งผ่าน 3 กลไกคือ (1) การทำงานร่วมกันในระดับผู้บริหาร (2) ความร่วมมือและสนับสนุนข้อมูลในการออกแบบและพัฒนากลไกให้สถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถยกระดับให้เทียบเคียงกับระดับนานาชาติ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและ (3) การยกระดับองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ผ่านการสนับสนุนงบประมาณเชิงกลยุทธ์(Strategic Fund; SF)และการสนับสนุนงานมูลฐาน(Fundamental Fund; FF) ซึ่งจะทำให้หน่วยงานสามารถยกระดับให้เกิดการพัฒนาประเทศได้ โดยการประชุมนี้จะเน้นการนำเสนอผลสรุปและรับฟังความเห็นจากที่ประชุมที่นำไปสู่เป้าหมายการยกระดับหน่วยงานให้เทียบเคียงกับหน่วยงานคู่เทียบในต่างประเทศให้หน่วยงานเห็นช่องว่างของการพัฒนา(Room of improvement)และสามารถจัดทำข้อเสนอโครงการของหน่วยงานต่อไป

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.เริงชัย ตันสุชาติ หัวหน้าโครงการวิจัย“โครงการขับเคลื่อนการรยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศและสามารถเทียบเคียงระดับนานาชาติ”ได้สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการระดมสมองร่วมกับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยจำนวน 12 แห่งที่สังกัดกระทรวง อว.พบว่าการจัดกลุ่มหน่วยงานแต่ละกลุ่มมีลำดับความสำคัญไปในแนวทางเดียวกันและได้นำแนวทางการพัฒนาที่ได้มาวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อให้ตรงตามกรอบแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับสถาบันฯ ที่นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์(Key result)ของแผนงานพัฒนาและยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศอย่างชัดเจนและสามารถเทียบเคียงนานาชาติ (P22)ตัวอย่างเช่น แนวทางการยกระดับในกลุ่มหน่วยงานเฉพาะทางสารสนเทศและองค์การส่งเสริมความรู้ทางวิทยาศาสตร์คือ การจัดตั้ง Academy Center ด้านการบริหารและจัดการน้ำที่เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ในระดับพื้นที่กลุ่มหน่วยงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครบวงจรเน้นแนวทางการยกระดับเพื่อปรับปรุงข้อมูลการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. แบบ open scienceการเพิ่มจำนวนห้องปฏิบัติการและสถานีวิจัยเพื่อการวิเคราะห์สำหรับงานวิจัยขั้นสูงและการยกระดับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากการทำงานวิจัยร่วมกับองค์กรในต่างประเทศ การเตรียมความพร้อมในการยกระดับเป็นผู้ผลิตสารอ้างอิงมาตรฐานเพื่อให้ได้การรับรองตามมาตรฐาน ISO 17034 และการพัฒนามาตรฐานการวัดปฐมภูมิดิจิทัลเป็นต้น

เช่นเดียวกับ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณที่ปรึกษากลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.พสุโลหารชุน ที่ปรึกษาคณะทำงานฯให้ข้อคิดเห็นว่า การยกระดับหน่วยงานให้เทียบเคียงกับหน่วยงานที่เป็นคู่เทียบ จำเป็นต้องเดินให้ถูกทาง ต้องปรับความต้องการ(need) ตามพันธกิจหน่วยงานให้ตรงกับความต้องการของประเทศให้ได้  ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคต และ การสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เชื่อมต่อกับการทำงานของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)เพื่อให้กลุ่มผู้ประกอบการไทยเข้าถึงในด้านการทดสอบมาตรฐานโดยมีกลไกการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ให้ภาคเอกชนสามารถขยับผลิตภาพการผลิตจากร้อยละ 35 เป็นร้อยละ 40 GDP ของประเทศรวมถึงการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องในเรื่องconnectingskill setเพื่อให้เข้าใจ pain point ของผู้ประกอบการ

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรจิตต์  เศรษฐพรรค์  รองผู้อำนวยการบพค. กล่าวถึงนโยบายและแนวทางการสนับสนุนแผนงานพัฒนาและยกระดับสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศอย่างชัดเจนและสามารถเทียบเคียงระดับนานาชาติ ว่าภายใต้แผนงานย่อยมีเป้าหมายเพื่อการยกระดับระบบนิเวศ ววน. สู่สากล (reinventing to excellence)  การเข้าถึงบริการ ววน. (Utilization)และกลไกภาคีเครือข่าย ววน. (Strengthen Network) ซึ่งการเข้าถึงบริการ ววน. จะเชื่อมให้เกิดการเข้าถึงของผู้ประกอบการได้อย่างไร บพค. จึงจะแบ่งการทำงานเป็น 4 ระยะด้วยกัน โดยในระยะแรกนี้จะเน้นการจัดลำดับความสำคัญโดยการวางแผนร่วมกัน การสร้างเครือข่ายร่วมกัน หลังจากนี้จะเน้นการสร้าง Strategic Pilot โดยการใช้งานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน การให้บริการระดับชาติ (National facility)ที่นำไปสู่ Global facilityโดยสร้าง Global excellence ในรูปแบบการใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น

ในส่วนนี้ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สกสว. กล่าวเสริมและย้ำว่าการพัฒนาข้อเสนอโครงการที่แต่ละหน่วยงานเสนอในการประชุมระดมสมองในครั้งนี้ ขอให้หน่วยงานนำไปพัฒนาเพิ่มเติมให้เกิดความชัดเจนก่อนและเน้นย้ำว่าข้อเสนอโครงการที่หน่วยงานนำส่งมายัง บพค. นั้นจะต้องเป็นงานที่มีกลยุทธ์ที่สามารถส่งมอบผลลัพธ์สำคัญโดยใช้ตัวชี้วัด (Key result) ของแผนด้าน ววน. ปี พ.ศ.2566-2570 ในโปรแกรมที่ 22 เป็นตัวตั้งเพื่อให้ได้ผลในระยะ 5 ปีเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved