กระทรวงเกษตรฯ จัดงานรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าว เพิ่มผลผลิต-รักษาคุณภาพ

กระทรวงเกษตรฯ จัดงานรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าว เพิ่มผลผลิต-รักษาคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2566, 15.05 น.

กระทรวงเกษตรฯจัดงานรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวเพิ่มผลผลิตและรักษาคุณภาพพร้อมนำงานวิจัยรวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ดีมาใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานเปิด "งานรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติได้จริง" ภายใต้โครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกิจกรรมหลักสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรจำนวน 21 รายสัญญาเช่าที่ดินจำนวน 5 รายสินเชื่อจำนวน 4 รายจุลินทรีย์ปม.1 พันธุ์ปลาสำหรับเกษตรกรจำนวน 10 รายเยี่ยมชมนิทรรศการและพบปะเกษตรกรโดยมีนายธนาชีรวินิจเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายสมเกียรติกอไพศาลประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายประยูรอินสกุลปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมณองค์การบริหารส่วนตำบลบางภาษีตำบลบางภาษีอำเภอบางเลนจังหวัดนครปฐม


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับนโยบายตลาดนำการผลิตจึงสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่เพื่อให้สามารถควบคุมผลผลิตและราคาได้โดยเชื่อมั่นว่าแนวทางของโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่จะสามารถสร้างประโยชน์โดยตรงแก่เกษตรกรเพราะจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้นช่วยให้เกษตรกรเรียนรู้และวางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยกระดับมาตรฐานผลผลิตซึ่งเกษตรกรสามารถกำหนดชนิดผลผลิตตามความต้องการของตลาดได้และภาครัฐยังสามารถช่วยกำหนดตลาดล่วงหน้าให้ได้ด้วยเพื่อให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกทั้งยังผลักดันการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูงและใช้การตลาดสมัยใหม่เป็นการสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรรายย่อยทั้งด้านการผลิตและการจำหน่ายการรวมกลุ่มกันจะสร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกรโดยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การเอาเปรียบจากคู่ค้าและมีโอกาสในการขยายตลาดไปช่องทางต่างๆได้มากขึ้นรวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตามข้าวคุณภาพดีส่วนหนึ่งจะต้องมาจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีมาตรฐานซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการทำนาในขณะที่เราต้องการผลิตข้าวคุณภาพดีให้ได้ปริมาณมากเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศและส่งออกเพื่อนำรายได้เข้าประเทศมากเท่าใดเราก็ต้องการปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานปริมาณมากตามด้วยเช่นกันโดยในส่วนของภาครัฐที่ผลิตเมล็ดพันธุ์คือศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกรมการข้าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งปีการผลิต 2565/66 มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีได้ประมาณ 95,000 ตันแต่ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวของทั้งประเทศที่อยู่ประมาณ 1.33 ล้านตันและในส่วนของหน่วยงานอื่นที่เข้ามาผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรนอกเหนือจากสหกรณ์การเกษตรและภาคเอกชนที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบางส่วนแล้วศูนย์ข้าวชุมชนยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญและใกล้ตัวเกษตรกรที่สุดที่จะมาเติมเต็มปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่ยังขาดแคลนตามหลักการของศูนย์ข้าวชุมชนที่ “ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเองโดยชุมชนแล้วกระจายไปสู่ชุมชนของตนเองและชุมชนข้างเคียงอย่างมีคุณภาพ”

"การจัดงานครั้งนี้มุ่งหวังว่าจะมีส่วนกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกของกลุ่มนาแปลงใหญ่ศูนย์ข้าวชุมชนและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เข้าร่วมงานได้รับรู้และเข้าใจในการเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่มาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวที่เหมาะสมและการยกระดับมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ข้าวรวมไปถึงการสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและเพิ่มมูลค่าทางการค้าจากการผลิตข้าวคุณภาพดีโดยเน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตามนโยบายการตลาดนำการผลิตนำไปสู่การจัดการสินค้าเกษตรสู่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน

นอกจากนี้  กระทรวงเกษตรฯยังมุ่งมั่นที่จะเพิ่ม GDP ให้กับภาคการเกษตรนั่นก็คือการเพิ่มรายได้หรือเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับเกษตรกรซึ่งรัฐบาลจะต้องให้การสนับสนุนปัจจัยต่างๆเพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดได้หากวันนี้ทำให้เงินในกระเป๋าของเกษตรกรเพิ่มขึ้นสามารถสร้างความเข้มแข็งได้ประเทศก็จะเข้มแข็งตามไปด้วยการใช้เทคโนโลยีในการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตจึงเป็นคำตอบที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาดีขึ้นได้และมาตรการหลังจากนี้การนำงานวิจัยรวมถึงการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ดีจะช่วยสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนจึงขอให้เชื่อมั่นว่ากระทรวงเกษตรฯจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนและเกษตรกรอย่างแน่นอน

ด้านนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าวกล่าวเพิ่มเติมว่าข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักทั้งในด้านการบริโภคและการส่งออกของประเทศไทยอีกทั้งยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุดโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งที่ผ่านมาพื้นที่ทำนาประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งอุทกภัยภัยแล้งฝนทิ้งช่วงและการระบาดของโรคและแมลงทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมากต้นทุนการผลิตข้าวสูงขึ้นประกอบกับราคาที่เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตข้าวมีความผันผวนดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างความตระหนักรู้ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวการลดต้นทุนการผลิตข้าวการเพิ่มผลผลิตและยกระดับคุณภาพให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวพัฒนาการผลิตข้าวให้มีความรู้ความเข้าใจได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวที่เหมาะสมเพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทนจากการผลิตซึ่งการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาข้าวลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐมกล่าวได้ว่าเป็นเมืองอัจฉริยะที่มีอัตลักษณ์ที่รู้จักในด้านการเกษตรแปรรูปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเขตการลงทุนการศึกษาและประตูเศรษฐกิจด้านตะวันตกรวมถึงการท่องเที่ยวเชิงอาหารและวัฒนธรรมแบ่งเขตการปกครองเป็น 7 อำเภอ 106 ตำบล 930หมู่บ้านมีประชากรราว 922,171 คนและมีพื้นที่ราว 1.3 ล้านไร่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรโดยเป็นพื้นที่ทำนา 2.7 แสนไร่พื้นที่พืชไร่ 5.6 หมื่นไร่และพื้นที่พืชอื่น 3.2 หมื่นไร่มีพื้นที่ชลประทาน 1,036,626 ไร่ (163.079 ของพื้นที่เกษตรกรรม)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top