533.jpg
รบ.ปลื้ม! ต่างชาติเที่ยวไทย  ไตรมาสแรกกว่า 6.4 ล้านคน  สร้างรายได้รวม 2.5 แสนล.

รบ.ปลื้ม! ต่างชาติเที่ยวไทย ไตรมาสแรกกว่า 6.4 ล้านคน สร้างรายได้รวม 2.5 แสนล.

วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566, 07.00 น.

รบ.ปลื้ม! ต่างชาติเที่ยวไทย

ไตรมาสแรกกว่า 6.4 ล้านคน

สร้างรายได้รวม 2.5 แสนล.

ยอดค้นหาที่พักสงกรานต์พุ่ง

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ยินดีกับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมไตรมาสแรกปี 2566 กว่า 6.4 ล้านคน สร้างรายได้รวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท ยอดค้นหา ที่พักในประเทศไทยช่วงสงกรานต์เพิ่มกว่า 310%

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาคการท่องเที่ยวไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปี 2566 โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี (ม.ค.–มี.ค.2566) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยสะสมกว่า 6.4 ล้านคน สร้างรายได้รวม 2.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา Airbnb แพลตฟอร์มจองที่พักยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เผยยอดค้นหาที่พักในไทยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 310 ขณะที่สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า เทศกาลสงกรานต์ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย พร้อมคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี 2566 เติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี


โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)รายงานสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมอยู่ที่ 6,465,737 คน สร้างรายได้รวม 256,194 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย รัสเซีย จีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ตามลำดับ ทั้งนี้ ททท. วางเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 2566 รวม 25-30 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.5 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าไทยมากเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน และมีแนวโน้มจะสูงถึง 7-8 ล้านคน ขึ้นอยู่กับปริมาณเที่ยวบินในช่วงตารางบินฤดูหนาว รองลงมาคือ มาเลเซีย 4 ล้านคน อินเดีย 2 ล้านคน ส่วนรัสเซียและเกาหลีใต้ คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งไทยกลับมาจัดกิจกรรมคึกคักที่สุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายหน่วยงานรายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เติบโต โดย Airbnb เผยว่า นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องการมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยมากขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมียอดค้นหาที่พักเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 310 จากปี 2565 โดยกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติค้นหามากที่สุด รองลงมาได้แก่ พัทยา เชียงใหม่ กระบี่ และภูเก็ต ตามลำดับ นอกจากนี้ สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า การท่องเที่ยวที่คึกคักในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรายได้จากภาคการท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ถึง 4% ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 5 ปี

“นายกฯ เน้นย้ำความสำคัญของภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นภาคส่วนสำคัญที่มีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยตามแนวนโยบายของรัฐบาลมาโดยตลอด จนเห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ส่งสัญญาณบวกตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่ารัฐบาลกำหนดแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับกระแสความนิยมต่อไป พร้อมผลักดันกลุ่มนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ” นายอนุชา กล่าว

ด้านน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดย ททท.ประเมินว่ามีการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ 3.8 ล้านคน-ครั้ง ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติประมาณ 3แสนคน สร้างรายได้กระจายไปทุกภูมิภาคกว่า1.8 หมื่นล้านบาท

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top