Logo วันพุธ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
‘พื้นที่ออนไลน์’สมรภูมิการเมือง ‘เลือกตั้ง’66’ผ่านพ้นแต่ยังมีเรื่องน่าคิด

‘พื้นที่ออนไลน์’สมรภูมิการเมือง ‘เลือกตั้ง’66’ผ่านพ้นแต่ยังมีเรื่องน่าคิด

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.
Tag : พื้นที่ออนไลน์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

แม้จะผ่านพ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 แต่ประเด็นหนึ่งที่ยังถูกพูดถึงอย่างมากคือ “สื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย- Social Media) กับการหาเสียง (หรือสร้างกระแส) ทางการเมือง” ถึงขนาดที่มีอดีตนักการเมืองใหญ่บางท่านยังเปรยๆ หลังวันเลือกตั้งเพียง 1-2 วันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองที่ตนให้กำลังใจพ่ายแพ้อีกพรรคหนึ่งเพราะสู้ไม่ได้ในเรื่องกลยุทธ์บนสื่อใหม่ดังกล่าว

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ยังมีการพูดถึง “รายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปในโซเชียลมีเดียไทย (ระหว่างวันที่ 1-17 เมษายน 2566)” ที่จัดทำโดย Digital Election Analytic Lab (DEAL) เผยแพร่ครั้งแรกทางเว็บไซต์ของ We Watch เครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการสังเกตการณ์เลือกตั้ง เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2566 หรือ 2 วันก่อนหน้าวันเลือกตั้งจริง และยังถูกกล่าวถึงต่อเนื่องหลังวันเลือกตั้ง อาทิ ในวงเสวนา “ทำไมต้องมีการตรวจสอบข้อมูล ทั้ง ก่อน-ระหว่าง-หลัง การเลือกตั้งทั่วไป 2566” จัดโดยภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) วันที่ 18 พ.ค. 2566 รวมถึงสำนักข่าวไอทีอย่าง Blognone วันที่ 19 พ.ค. 2566


รายงานดังกล่าวระบุว่า ปรากฏการณ์การใช้โซเชียลมีเดียในสมรภูมิการเลือกตั้งได้รับความสนใจในโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พรรคการเมืองทั้งหน้าใหม่และเก่าสร้างบัญชีทางการของพรรค ขณะเดียวกันผู้สนับสนุนพรรคทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการต่างก็สื่อสารนโยบายพรรค ความชื่นชอบ (และไม่ชื่นชอบ) ในตัวบุคคล รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อมวลชนที่เริ่มหันจากการผลิตข่าวในโลกออฟไลน์มาเป็นโลกออนไลน์มากขึ้น

ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ หลายฝ่ายกังวลว่าสมรภูมิการเลือกตั้งในโซเชียลมีเดียที่ดุเดือดมากขึ้นอาจนำไปสู่การเผยแพร่ข่าวลวงหรือข่าวบิดเบือนการจงใจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้ง การระดมมวลชนในโลกออนไลน์ที่อาจกลายเป็นการคุกคามในโลกออฟไลน์ต่อพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือกลุ่มภาคประชาสังคมที่จับตามองการเลือกตั้ง กระทั่งความพยายามส่งอิทธิพลต่อความเห็นผู้เลือกตั้ง ที่อาจกระทบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย

ในไทยเอง อาจกล่าวได้ว่าสมรภูมิเลือกตั้งในโซเชียลมีเดียทวีความเข้มข้นขึ้นตั้งแต่การเลือกตั้งในปี 2562 โดยแปรผันตามความนิยมเสพสื่อออนไลน์ของประชากรไทย เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ในโลกที่กล่าวไปข้างต้น การใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียในการหาเสียงมิใช่เรื่องผิดปกติ ทว่าสิ่งที่อาจกระทบกับความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้งคือการฉวยใช้พื้นที่ดังกล่าวและเทคโนโลยีในการโจมตีคู่แข่งในการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ เช่น เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ลดทอนคุณค่าเชิงอัตลักษณ์ (Discrimination of Identity)

ยั่วยุปลุกปั่นที่มุ่งร้ายให้เกิดความรุนแรงต่อผู้อื่น (Dangerous Speech and Incitement of Violence) รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อหวังผลต่อคะแนนเสียงของผู้สมัครที่ถูกมุ่งเป้า (Doxxing) และการใช้เครือข่ายบัญชีผู้ใช้งานปลอม (Network of Coordinated Accounts) ตลอดจนวิธีการหลากหลายเพื่อลดหรือเพิ่มแนวโน้มที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจะเห็นข้อความของผู้สมัครคนหนึ่งหรือพรรคหนึ่งๆในหน้าฟีดของตน

ปฏิบัติการเช่นนี้มีพัฒนาการที่ซับซ้อนมากขึ้นในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการจัดการ ระดมสรรพกำลังพลและการออกแบบข้อความที่เป็นระบบ โดยมีทั้งตัวละครที่เป็นทางการและไม่ทางการ (คือมีลักษณะจิตอาสา) ซึ่ง Digital Election Analytic Lab (DEAL) มุ่งติดตามพฤติกรรมข้างต้นในโซเชียลมีเดียที่อาจส่งผลต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง และพลวัตความขัดแย้งทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง

โดยในรายงานฉบับแรกนี้เป็นบทวิเคราะห์เครือข่ายสังคม (Social Network Analysis) ของบัญชีทางการของพรรคการเมือง บัญชีทางการของผู้สมัครรับเลือกตั้ง และครอบคลุมถึงบัญชีเครือข่ายในแพลตฟอร์มอันเป็นพื้นที่สนทนาทางการเมืองที่สำคัญของไทยในขณะนี้อย่างทวิตเตอร์ (Twitter) ซึ่งบัญชีเหล่านี้ใช้โซเชียลมีเดียในสมรภูมิการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ และสะท้อนพฤติกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ข้ามพรรคและผู้สนับสนุนพรรคนั้นๆ รวมถึงสื่อมวลชน

ทีมงานตั้งข้อสังเกตด้านล่างเกี่ยวกับพฤติกรรมอันน่าสงสัยของบางบัญชี อันจะเป็นฐานให้ทีมได้วิเคราะห์แนวโน้มของบัญชีเหล่านี้ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้งต่อไป สำหรับข้อสังเกตเบื้องต้นต่อพฤติกรรมของเครือข่ายบัญชี จากรูปข้างต้น (รูปที่ 1) ตีความได้ว่ากลุ่มบัญชีที่เกี่ยวข้องกับพรรค A และพรรค C โต้ตอบกันไปมาข้ามชุมชนอย่างคึกคัก เมื่อเทียบกับกลุ่มบัญชีที่เกี่ยวข้องกับพรรค B ซึ่งดูเหมือนคุยกันภายในกลุ่ม และมีลักษณะแยกตัวออกจากเครือข่ายบัญชีของพรรค A และพรรค C

ซึ่งเมื่อเทียบกับพรรค B แล้วดูเหมือนพรรค A และพรรค C ใช้ทวิตเตอร์ในการสื่อสารอย่างมาก โดยบัญชีทวิตเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรก เป็นบัญชีทางการของพรรคและบัญชีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรค A รองลงพรรคคือบัญชีทางการของพรรค C ซึ่งข้อมูลนี้ตีความได้หลายทิศทาง เช่น หากผู้ใช้ทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ในไทยคือประชากรอายุราว 20-35 ปี อาจแสดงว่าฐานเสียงของพรรค A คือประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งใช้ทวิตเตอร์เพื่อสื่อสารกับพรรค

ทีมตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นว่าบัญชีในเครือข่ายของพรรค A อย่างน้อยสามบัญชีใหญ่ (ให้สังเกตดีๆ ที่จุดสีเทาในวงกลมสีฟ้าข้างต้น) มีพฤติกรรมที่ผิดปกติจากการใช้งานทวิตเตอร์ของผู้ใช้ที่เป็นบุคคลทั่วไป คือมีลักษณะเป็นบัญชีที่ไม่พักผ่อน ตื่นตัวตลอดเวลาทั้งการโพสต์ รีโพสต์และการตอบกลับ บางบัญชีโพสต์แบบไม่มีช่วงพักตลอด 24 ชั่วโมง มากกว่า 300 โพสต์ เฉลี่ย 5 โพสต์ใน 1 นาที

ทีมจึงตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นบัญชีของคนทั่วไป จะมีช่วงที่นอนหรือพักบ้างต่อให้เสพติดโซเชียลมีเดียแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ บัญชีต้องสงสัยของพรรค A มักแห่แหนกันตอบข้อความที่มาจากบัญชีทางการของพรรค A โดยมากข้อความเหล่านี้ให้กำลังใจและสนับสนุนพรรค เช่น ใช้การแสดงสัญลักษณ์ การสนับสนุนด้วยอิโมจิอย่างเดียวเท่านั้นและโพสต์ค่อนข้างถี่ทั้งนี้อาจตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นไปเพื่อต้องการเพิ่มยอดการมองเห็น (visibility) หรือไม่

ในทางกลับกัน พรรค B มีเครือข่ายชุมชนในทวิตเตอร์ที่เล็กและหนาแน่นน้อยกว่าอีก 2 พรรค และแต่ละบัญชีค่อนข้างกระจายตัว อาจแปลได้ว่าผู้ใช้ทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ในไทยมิใช่กลุ่มลูกค้าหลักของพรรค B หรือหากมีกลุ่มลูกค้าหลักอยู่บ้าง ดูเหมือนพฤติกรรมของผู้ใช้บัญชีในเครือข่ายพรรค B ในช่วงแรกของการหาเสียงมีความเฉื่อยในการสื่อสาร ซึ่งต่างจากธรรมชาติของทวิตเตอร์อันเป็นพื้นที่หลักของคนรุ่นใหม่ซึ่งมักโต้ตอบไปมา จนสร้างบรรยากาศการสนทนาทางการเมืองที่ร้อนแรงในบางครั้ง

แม้จะเล็กและเฉื่อย แต่การที่พรรค B ยังคงปรากฏตัวบนเครือข่ายบัญชีในทวิตเตอร์อยู่ พาให้ตั้งข้อสงสัยต่อเหตุจูงใจประการอื่น เช่น อาจจะบัญชีเหล่านี้มุ่งบ่มเพาะชุดความคิดผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่อาจมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับพรรคแม้จะเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กก็ตาม หรือพยายามจุดกระแสในบางประเด็นเพื่อให้ผู้สนับสนุนพรรคกลุ่มเล็กๆในทวิตเตอร์ ขยายประเด็นนี้ต่อในพื้นที่โซเชียลมีเดียอื่น เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook)ไลน์ (Line) หรือ ติ๊กต็อก (TikTok) ซึ่งผู้สนับสนุนพรรค B ส่วนใหญ่อาจนิยมใช้มากกว่า

นอกจากนี้บัญชีต้องสงสัยในเครือข่ายของพรรค B มีอย่างน้อยสี่บัญชีใหญ่ (ให้สังเกตดีๆ ที่จุดสีม่วงเข้มในวงกลมสีม่วงข้างต้น) และแสดงพฤติกรรมบางประการที่ผิดปกติจากบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่เป็นบุคคล เช่น บางบัญชีไม่โพสต์อะไรเลยตลอดทั้งวัน ในทางตรงข้ามบางครั้งก็โพสต์ถี่ๆ แบบไม่มีช่วงพัก ตลอด 24 ชั่วโมง บางบัญชีก็โพสต์มากกว่า 300 โพสต์ โดยบัญชีที่ขยันที่สุดมีจังหวะพักเพียง 23 วินาที โดยเนื้อหาของโพสต์จำนวนมากมักโจมตีพรรค A และ C และถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายผู้สนับสนุน พรรค B อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันบางบัญชีที่ต้องสงสัยก็มุ่งโพสต์แต่ข้อความอวยพรรค B

เห็นได้ชัดว่า พรรค A มีผู้สนับสนุนจำนวนมาก โดยเอกลักษณ์ประการหนึ่งของบัญชีเหล่านี้คือ การเน้นรีทวิต (Retweet) ไลค์ (Like) ตอบกลับ ในทางหนึ่งเราหลายคนก็มีพฤติกรรมเช่นนี้เวลาใช้โซเชียลมีเดีย แต่บัญชีของบุคคลทั่วไปมักจะมีรูปแบบของพฤติกรรมที่หลากหลาย เช่น มีการโพสต์เนื้อหา รีทวิต และตอบกลับข้อความคนอื่น แต่บัญชีผู้สนับสนุนของพรรค A หลายบัญชีมีพฤติกรรมเชิงเดี่ยวมากกว่ามีพลวัต แง่นี้จึงต่างจากพฤติกรรมของผู้สนับสนุนพรรค B และ พรรค C

ทำความเข้าใจเครือข่ายบัญชี “ขนาดก้อนกลม” ก้อนกลมแต่ละก้อนหมายถึงบัญชีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ ได้แก่ พรรคการเมือง ผู้ลงรับสมัครเลือกตั้ง และบัญชีบุคคลที่มีการโต้ตอบกับบัญชีเหล่านั้นในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล โดยขนาดของแต่ละวงกลมสะท้อนระดับความมีอิทธิพลของบัญชีนั้นๆ ภายในเครือข่ายที่ตนมีปฏิสัมพันธ์ด้วย เช่น ก้อนกลมขนาดใหญ่หมายถึงบัญชีที่มีศักยภาพส่งต่อข้อมูลภายในเครือข่ายตนได้มากกว่าบัญชีที่เป็นก้อนกลมขนาดเล็ก

“สี” ก้อนกลมสีต่างๆ แทนบัญชีที่ดูเหมือนว่าอยู่ในชุมชนเดียวกันเพราะโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์ในประเด็นที่ใกล้เคียงกัน ทว่าแม้บัญชีหนึ่งๆ ดูเหมือนเป็นสมาชิกของชุมชนหนึ่ง (มีสีเดียวกันกับบัญชีอื่นที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย) แต่ก็สื่อสารข้ามสีหรือข้ามชุมชนได้ เช่นที่เห็นในภาพข้างต้น บัญชีสีฟ้าและสีชมพูบางส่วนดูจะโต้ตอบกัน เมื่อลากเส้นวงกลมรอบชุมนุม จึงเห็นว่ามีส่วนที่ชุมชนบัญชีสีฟ้าและสีชมพูทับซ้อนกัน (คือคุยกันนั่นเอง)

“เส้นเชื่อมระหว่างก้อนกลม” เส้นสีเทาที่เชื่อมแต่ละก้อนกลมชี้ว่าแต่ละบัญชีสัมพันธ์กันอย่างไร และช่วยให้เราเข้าใจค่าความเป็นศูนย์กลางของเครือข่าย (Network Centrality Measures) นั่นคือหากบัญชีใดมีเส้นสีเทาวิ่งผ่านมาก บัญชีนั้นมีความสำคัญเพราะสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกับบัญชีอื่นได้มาก ในทางกลับกัน หากบัญชีมีเส้นสีเทาวิ่งผ่านน้อย อยู่ห่างจากบัญชีศูนย์กลางของเครือข่ายมากหรืออยู่รอบนอกของชุมชนจะมีความเป็นศูนย์กลางน้อยกว่า

(หมายเหตุ : รายงานฉบับนี้ทีมงานผู้ศึกษายังไม่เปิดเผยชื่อของพรรคการเมือง โดยจะแทน 3 พรรคการเมืองที่ทำการศึกษาด้วยตัวอักษร A, B และ C เท่านั้น)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved