วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 15 มิถุนายน 2566 เวลา 11.30 น. พ.ต.ท.สมเกียรติ รวมเงิน พงส.สภ. เมืองน่าน จ.น่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่า มีเหตุคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธมีด จี้ชิงทรัพย์(กระเป๋าเงิน)ที่ร้านของชำแห่งหนึ่ง ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผบก.จ.น่าน , พ.ต.อ.ประจัญ ปัญญาแก้ว รอง ผบก.ภ.จ.น่าน , พ.ต.อ.ชาตรี หทยะวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองน่าน ,พ.ต.ท.จักรพงษ์ วงค์ไชย รอง ผกก.สส.สภ.เมืองน่านร.ต.อ.อนุรักษ์ ขันแก้ว รองสว.สส.สภ.เมืองน่าน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองน่าน จำนวนหนึ่ง รุดเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบนางวิไล (สงวนนามสกุล) อายุ78 ปี เจ้าของร้านชำดังกล่าวอยู่ในอาการตื่นตกใจ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าระหว่างที่ตนกำลังเรียงของในตู้เย็น ได้มีคนร้ายใส่เสื้อแขนยาวสีดำ เดินเข้ามาทางหลังบ้าน
จากนั้นใช้มีดสปาต้า ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร จี้บริเวนตรงเอว แล้วบังคับให้พาขึ้นไปบริเวณข้างบนบ้านชั้น 2 แล้วตัดสายพัดลมนำมามัดมือไพล่หลัง และใช้ผ้าพันคอที่อยู่ในห้องมัดปาก จากนั้นรื้อค้นเอาทรัพย์สิน แต่ไม่เจออะไรทั้งที่กระเป๋าใส่เงินหลายหมื่นบาท วางอยู่แต่คนร้ายมองไม่เห็น จากนั้นคนร้ายได้ลงมารื้อค้นบริเวนลิ้นชักโต๊ะขายของ ได้เงินทอน ที่อยู่ในลิ้นชักประมาณ 400 -1,000 บาท แล้ววิ่งออกทางหน้าร้านไปขึ้นรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่จอดไว้ตรงข้างร้านและหลบหนีไป ตนจึงวิ่งออกมาตะโกนขอความช่วยเหลือทั้งที่มีผ้ามัดปากอยู่ แต่สามารถจำรูปพรรณสันฐานคนร้ายได้ จนเพื่อนข้างบ้านได้ยินและออกมาช่วยแก้มัด และ โทรศัพท์ 191 แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.จักรพงษ์ วงศ์ไชย รอง ผกก.สส.สภ.เมืองน่าน , ร.ต.อ.อนุรักษ์ ขันแก้วรอง สว.สส.สภ.เมืองน่าน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน จำนวนหนึ่ง ดูภาพจากกล้อง CCTV ในที่เกิดเหตุพบว่า เป็นชายวัยกลางคน ผอมสูง สวมเสื้อคลุมแขนยาว สีดำ กางเกงยีน ขายาว สวมหมวกแก๊ป สีน้ำตาล ใช้อาวุธมีดยาวลักษณะคล้ายมีดสปาต้า ขับขี่รถ จักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น ฟีโน่ สีน้ำตาลขาวทะเบียน กยน 20 น่าน โดยที่คุณยายวิไล ยืนยันว่าใช่รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายที่ก่อเหตุจริง
จากไล่ตรวจสอบกล้อง CCTV ตามต่างๆพบคนร้ายขับขี่ มุ่งหน้าไปทาง สี่แยก บ้านอภัย เลี้ยวซ้ายมุ่ง หน้าไปตามถนนยันตรกิจโกศล ไปทางอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้ตรวจสอบพบว่ารถที่ใช้ในการก่อเหตุเลี้ยว เข้าไปภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน จนพบว่า รถที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเอื้ออาทร จึงขอความร่วมมือกับเจ้าของบ้านเพื่อทำการตรวจสอบ โดยเจ้าของบ้านให้ความร่วมมืออนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ โดยให้เจ้าของบ้านดูภาพวงจรปิด เจ้าของบ้าน ยืนยันว่าชายรายดังกล่าวเป็นหลานของตน ชื่อนายประกอบกุล (ขอให้สงวนนามสกุล) ดวงพิกุล อายุ 47 ปี หรือนายแบงค์ หรือเพื่อนๆ เรียกว่านายกอบ มีอาชีพขับรถตู้นำเที่ยว เคยมีภรรยาและแยกทางกัน มีลูกด้วยกัน 2 คนโดยที่ นายแบงค์ เคยเล่าให้ทางญาติฟังว่า ระหว่างขับรถนำเที่ยวไป สปป.ลาว ได้ไปหลงรักสาวลาว คนหนึ่งสัญญาว่าจะไปขอสาวลาวเพื่อแต่งงานกัน โดยวันนี้ตอนเช้าได้ขับรถออกไปส่งลูกไปโรงเรียน และพึ่งกลับเข้าบ้านมาและออกไปก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามา
โดยยาย ยืนยันว่าชุดที่ใส่ เป็นเสื้อผ้าชุดเดียวกับที่ปรากฎในภาพวงจรปิด และพึ่งเดินออกไปก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาประมาณ 15 นาที โดยใส่ชุดเดิม ก่อนไปได้มาเล่นกับหลานวัยแรกเกิด นายแบงค์ได้บอกยายว่าจะไปต่างจังหวัด และสะพายกระเป๋าเป้สีชมพู ออกบ้านไป ทางญาติก็นึกว่านายแบงค์ออกไปขับรถตู้นำเที่ยวเหมือนปกติ ไม่นึกว่าจะไปก่อเหตุ จี้ชิงทรัพย์ มาจนพบว่านายแบงค์ หลังจากเดินออกบ้านไปแล้วไปซื้อบุหรี่ที่ร้านค้าด้านหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรแล้วไม่จ่ายเงิน จากนั้นได้โทรศัพท์ มาบอกคนบ้านตรงข้ามว่า ลืมกระเป๋าเงิน ขอให้บ้านตรงข้าม ขับรถเอากระเป๋าเงินมาให้บริเวณด้านหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทร จากนั้นคาดว่านายแบงค์. ได้โทรหาเพื่อน ที่เคยขับรถโดยสารน่าน-เชียงใหม่ โดยที่นายแบงค์ เคยเป็นคนขับรถของรถโดยสารสายดังกล่าวมาก่อน ให้มาจอดรับบริเวณด้านหน้าบริษัทประกันชีวิต ด้านหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรและขึ้นรถดังกล่าวไป โดยคนขับรถคันดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่า นายแบงค์ได้ลงรถที่สถานีขนส่งจังหวัดแพร่ และไม่รู้ไปที่ไหนต่อ
ทั้งนี้จากข้อมูลเพื่อนสนิทของนายแบงค์และญาติๆ นายแบงค์ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่านายแบงค์ได้ไปชอบสาว สปป.ลาว อยู่คนหนึ่ง เนื่องจากขับรถนำเที่ยวไป สปป.ลาวเป็นประจำ คาดว่าคงทราบว่าร้านขายของชำ ดังกล่าวมีเงินสดอยู่ และเจ้าของร้านก็เป็นหญิงชรา และภายในร้านยังไม่มีกล้องวงจรปิด จึงวางแผนเข้าไปก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์เพื่อต้องการทรัพย์สินหรือเงินเพื่อจะหลบหนีไป สปป.ลาว และอยู่กินกับสาวลาว ที่นายแบงค์ หลงรัก แต่โชคไม่เข้าข้าง เนื่องจากนายแบงค์ ลงมือจี้ชิงทรัพย์ แต่กลับมองไม่เห็นกระเป๋าที่ยายวิไลใส่เงินไว้หลายหมื่น
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผบก.จ.น่าน กล่าวหลังลงพื้นที่ติดตามตัวนายแบงค์ ผู้ก่อเหตุว่า พฤติการของคนร้ายเบื่องต้น คนร้ายได้มาดูลาดเลาที่ร้านขายของชำจากที่ดูลาดเลาเสร็จแล้วได้เข้ามาใช้อาวุธมีดจี้ จากนั้นได้มัดมือ และใช้ผ้ามัดปากพร้อมทั้งขู่เอาเงิน ได้เงินไป 400-1,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วและกำลังดำเนินการติดตามจับกุมตัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ ต่อไป
จึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน ขอให้มีการป้องกันโดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี