พิษน้ำท่วมตรังเซาะที่ดินโฉนดเกือบ 2 ไร่ร่วงหายไปในคลองผวาอีก 2 เมตรทำบ้านถล่ม

พิษน้ำท่วมตรังเซาะที่ดินโฉนดเกือบ 2 ไร่ร่วงหายไปในคลองผวาอีก 2 เมตรทำบ้านถล่ม

วันจันทร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 13.30 น.

พิษน้ำท่วมกัดเซาะที่ดินโฉนดร่วงหายลงลำคลองสว่างไปแล้วเกือบ 2 ไร่เหลือแค่เพียง 2 เมตรลำคลองก็จะถึงตัวบ้าน เผยต้องนอนกันอย่างหวาดผวาหลังต้องเจอน้ำท่วมมาปีละกว่า 5 รอบ วอนผู้ว่าฯตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดทำโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง หลัง อบต.นาโต๊ะหมิง เขียนโครงการเสนอมาตั้งแต่ 6 ปีที่ผ่านมา 

เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (3 ก.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 2/6 หมู่ 3 บ้านห้วยเหรียง ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง โดยลักษณะบ้านเป็นบ้าน 2 ชั้น ด้านล่างปล่อยโล่ง ยกเสาสูง ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.วิภาทิพย์ ศรีประสิทธิ์ หรือบี อายุ 47 ปี อาชีพรับราชการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง และ ด.ต.สุทธิพร สิริสมบัติ ผบ.หมู่ กก.ตชด.43 ร้อย ตชด.435 ตรัง สองสามีภรรยา โดยที่ทั้งคู่กำลังทำความสะอาดบ้านที่มีดินโคลนปะปนอยู่ด้วย หลังจากถูกน้ำท่วม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.66 ที่ผ่านมา ระดับน้ำสูงถึง 1 เมตร จนมาในวันนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว


ก่อนที่เจ้าของบ้านจะนำผู้สื่อข่าวไปชี้บริเวณหลังบ้านซึ่งอยู่ติดกับลำคลองสว่าง หลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ไหลหลากจากลคลองดังกล่าวเข้ามา ผลปรากฏว่ากระแสน้ำได้กัดเซาะตลิ่งและที่ดินซึ่งเป็นโฉนดพังถล่มกลายไปเป็นแม่น้ำแล้วเกือบ 2 ไร่ ส่งผลทำให้ตลิ่งที่หลงเหลือปัจจุบันห่างกับตัวบ้านแค่เพียง 2 เมตรแล้วเท่านั้น ทำให้อยู่กันอย่างหวาดผวาว่าน้ำจะกัดเซาะตัวบ้านพังถล่มลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ ภายในตัวบ้านและโครงสร้างบ้าน ยังคงได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะของน้ำ ทำให้มีรอยร้าว และรอยแตกของปูนอีกด้วย เนื่องจากใต้พื้นดินของบ้าน น้ำได้กัดเซาะจนเป็นโพรงแล้วเช่นกัน เสี่ยงต่อการจะพังถล่มลงมาได้ตลอดเวลา หากปริมาณน้ำเข้าท่วมในแต่ละปี

น.ส.วิภาทิพย์ ศรีประสิทธิ์ หรือบี เจ้าของบ้าน บอกว่า หลังจากน้ำท่วมทำให้ตลิ่งพัง ดินสไลด์ ต้นไม้ เช่น ต้นมะพร้าว ต้นไผ่ และต้นทุเรียน ที่ปลูกเอาไว้ในที่ดินโฉนดก็ล้มลงไปในลำคลอง เสาเขตแดนก็ร่วงหายไป ซึ่งตนนั่งดูและเห็นที่ดินหายกลายเป็นลำคลองกับตาในทุกๆ วัน ซึ่งที่ดินของตนที่หายกลายเป็นลำคลองไปแล้วประมาณ 1 ไร่กว่าๆ เกือบ 2 ไร่ ซึ่งเหลืออีกแค่ 2 เมตร ลำคลองก็จะมาถึงตัวบ้านแล้ว ซึ่งเป็นมาในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี ตั้งแต่มาปลูกบ้านเมื่อปี พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา ซึ่งในพื้นที่นี้จะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทุกปี เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา บ้านตนถูกน้ำท่วมถึง 5 ครั้ง และในปี พ.ศ.2566 นี้ท่วมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยในแต่ละครั้งก็จะกัดเซาะที่ดินไปจำนวนมากทุกครั้ง โดยประมาณครั้งละ 1 งาน เช่นเดียวกับครั้งนี้ ซึ่งปัญหาหลักๆเลยตัวบ้านตอนนี้เริ่มจะมีรอยแตกร้าว ชำรุดบางส่วน ระบบประปา น้ำจะมีสีแดงขุ่นใช้งานไม่ได้

น.ส.วิภาทิพย์ บอกต่ออีกว่า ซึ่งตั้งแต่สร้างบ้านตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 ก็ได้ไปประสานกับผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. โยธาธิการและผังเมือง เจ้าท่า ชลประทาน และตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็บอกแค่เพียงว่าอยู่ในขบวนการเข้าแผนงบประมาณเพื่อก่อสร้างโครงการกั้นตลิ่งพัง วันนี้อยากจะวิงวอนให้โครงการที่ได้เข้าแผนในปีงบประมาณ 2566 นี้ ตามที่นายก อบต.นาโต๊ะหมิง ได้แจ้งไว้ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง ประมูลหาผู้รับเหมาได้แล้ว แต่จริงๆตนก็ไม่รู้เลยว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว

น.ส.วิภาทิพย์ บอกอีกว่า จึงอยากให้หน่วยงานของรัฐเห็นใจในการที่จะช่วยสร้าง แนวกั้นตลิ่งพัง เพราะละแวกนี้จะมีชาวบ้านหลายครัวเรือน ที่มีดินสไลด์และพังลงในลำคลองสว่าง มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้วตลอดแนวลำคลองสว่างระยะทางประมาณ 1,200 เมตร ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้แต่ทำใจ แต่สำหรับตนแค่ทำใจไม่ได้แล้ว เพราะที่ดินหายไปเยอะมากและจะถึงตัวบ้านในเร็ววันนี้แน่นอน จึงขอให้ภาครัฐช่วยเข้ามาติดตามโครงการและขอให้สร้างตามงบประมาณที่เข้าแผนไว้ในเร็ววันนี้ ตอนนี้หวั่นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมาก เพราะน้ำเกือบจะถึงบ้านและไหลเชี่ยวกรากมากและหลังจากน้ำลดดินก็จะสไลด์

ที่ผ่านมาตนก็ได้พยายามช่วยเหลือตนเอง เช่น การปลูกหน้าแฝกและพยายามทำแนวกันตลิ่งพังด้วยตนเองแต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ รวมทั้งได้บริจาคที่ดินติดลำคลองให้เป็นที่สาธารณะแล้วบางส่วนและมีการเว้นที่ดินห่างจากลำคลองตามที่กฏหมายกำหนดด้วย แต่ยังคงพังถล่ม ตอนนี้ที่ดินก็หายไปเกือบ 2 ไร่ และเหลืออีก 2 เมตรก็จะถึงบ้านแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทาง อบต.นาโต๊ะหมิง ครั้งนายประสพ ทองย้อย นั่งเก้าอี้นายก อบต.ได้มีหนังสือที่ ตง.74907/736 ลงวันที่ 24 ก.ย.61 เรื่องส่งรายละเอียดโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งคลองสว่าง ถึงโยธาธิการและผังเมือง จ.ตรัง เพื่อขอจัดสรรงบประมาณจำนวน 60 ล้านบาทถ้วน เพื่อจัดทำโครงการดังกล่าว แต่ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา จนมีการมาปลูกบ้านในปี 2564 ทางเจ้าของบ้านก็ได้ติดตามและทวงถามมาตลอด 

แต่ผลปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจ ให้เซ็นหนังสือยินยอม เจาะดินไปสำรวจ เขียนแบบ เปิดซอง และมีผู้ประมูลงานแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆรับปากว่าจะดำเนินการให้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการ เพียงแค่บอกว่าเข้าแผนปฎิบัติราชการในปีงบประมาณ 2566 นี้ของกรมโยธาธิการและผังเมืองไว้แล้ว ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะเงียบไปเหมือนครั้งก่อนๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงอยากให้ นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เข้ามาตรวจสอบและดูแล กำชับ ในเรื่องนี้โดยตนเอง เนื่องจากชาวบ้านหวั่นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสินมาก ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป - 003

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top