Logo วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
นักกฎหมายชี้ส่งเด็ก 126 คนกลับพม่าเสี่ยงถูกวิจารณ์ในเวทีระหว่างประเทศ

นักกฎหมายชี้ส่งเด็ก 126 คนกลับพม่าเสี่ยงถูกวิจารณ์ในเวทีระหว่างประเทศ

วันศุกร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 21.54 น.
Tag : ดร.พันธุ์ทิพย์ นร126คน
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นักกฎหมายชี้ส่งเด็ก 126 คนกลับพม่าเสี่ยงถูกวิจารณ์ในเวทีระหว่างประเทศ จวกทำลายโอกาสการศึกษา-พบนักเรียนกว่า 50 คนได้รหัส G แล้ว แต่ถูกใช้ พรบ.คนเข้าเมืองบังคับ หนูน้อยขอกลับมาเรียนต่อในไทยแต่ยังไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแล

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายหน่วยงานภาครัฐ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ร่วมกันผลักดันเด็กจำนวน 126 คนของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ที่ไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร์กลับประเทศพม่าเนื่องจากเข้าเมืองผิดกฏหมาย ว่า พม่าไม่ใช้ดินแดนที่ปลอดภัยและไม่มีโรงเรียนดีๆใครๆก็รู้ รวมทั้งไม่ใช่ตลอดแรงงานที่ดี จึงเห็นข่าวจำนวนมากที่เล่าเรื่องผู้ลี้ภัยจากพม่า หรือนักเรียนที่ข้ามแดนมาเรียนจากฝั่งพม่า หรือแรงงานที่ข้ามชาติจากพม่าเข้ามาทำงานในประเทศไทย


ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าวว่า หลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยประโยชน์สูงสุดของเด็ก เป็นเรื่องแรกที่ถามกันเสียงดังว่า การอพยพเด็กออกจากโรงเรียนที่อ่างทองไปรอการส่งกลับที่ชายแดนไทยเมียนที่เชียงราย เป็นความคิดที่ถูกต้องต่อหลักกฎหมายนี้จริงหรือไม่  กรมกิจการเด็กและเยาวชน(ดย.)ของรัฐไทยรอตอบคำถามในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ ได้เลยว่าการไม่มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่จังหวัดอ่างทองหรืออย่างใด

“เราเคยเห็นเด็กไร้สัญชาติจากพม่าจำนวนมากมายที่จบการศึกษาที่อ่างทอง แล้วก็มาเรียนที่ธรรมศาสตร์ แล้วก็กลับไปพัฒนาพม่าในยุคของท่านอองซานซูจี  และก็ต้องกลับมาประเทศไทยอันเนื่องมาจากการรัฐประหารในพม่า    พอฝุ่นหายกระจาย ก็พบว่า เด็กๆ จากอ่างทองส่วนหนึ่ง เป็นเด็กไร้สัญชาติในเชียงรายเอง  ตอนนี้ก็ทราบแล้วว่า มาจากโรงเรียนไหนบ้าง ก็ควรจะรีบรับเด็กไปเรียนต่อ  การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้แก่เด็ก ควรที่เอ็นจีโอด้านเด็กจะต้องรวมตัวกันเพื่อส่องตะเกียงเจ้าพายุไปที่เด็กที่เสียโอกาสทางการศึกษาในประเทศนี้ การทำอะไรเงียบๆไม่น่าจะมีความสำเร็จในการคุ้มครองเด็กด้อยโอกาส  กฎหมายคุ้มครองเด็กในระดับพระราชบัญญัติและในระดับอนุสัญญา ก็เข้มแข็งมากที่จะเอาผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยที่ทำลายโอกาสทางการศึกษาในครั้งนี้ของเด็กๆ”รองศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ กล่าว

ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่อยากตะโกนเสียงดังคือ หลักกฎหมายระหว่างประเทศเรื่องตลาดแรงงานที่เสรีและเป็นธรรม  ซึ่งรัฐบาลไทยตั้งแต่ยุคที่นายบรรหาร ศิลปะอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็คิดออกว่า การเปิดตลาดแรงงานไร้ฝีมือที่ขาดแคลนให้คนจากพม่าเป็นความคิดที่ถูกต้อง ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ของรัฐไทยก็คิดออกตั้งแต่ พ.ศ.2535  ว่า ถ้าจะจับคนจากพม่าที่เข้าเมืองผิดกฎหมายในแต่ละวัน คงไม่มีห้องกักเพียงพอ ดังนั้นการเอาพวกผู้ใหญ่มาขึ้นทะเบียนแรงงานเพื่อทำงานในตลาดงานไร้ฝีมือที่ยากลำบาก ส่วนเด็กๆ ก็ให้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาแบบสากล จึงเป็นเหตุให้มีทายาทรุ่นสองจากเมียนมามาทำงานกึ่งไร้ฝีมือหรือมีฝีมือจำนวนมากในนิคมอุตสาหกรรมชายทะเล  ความขาดแคลนแรงงานในตลาดไทยจึงพอแก้ไขในรอบ 20 ปี ที่ผ่านมา

“ใครๆก็รู้ว่าแรงงานจากพม่าจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทยที่มีแต่ผู้สูงวัยมากขึ้นทุกวัน และคนหนุ่มสาวทิ้งไปอาศัยในต่างประเทศ  ระบบการขึ้นทะเบียนแรงงานไร้ฝีมือที่สร้างออกมาอย่างดีใน พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบัน ก็ทำให้กระทรวงแรงงานของรัฐไทยก็เข้าใจการจัดการคนพม่าเข้าเมืองผิดให้เป็นถูก จึงสงสัยมากว่า ระบบราชการอีกส่วนที่อ่างทอง หรือที่ ดย.ลืมประสบการณ์ในส่วนนี้ของรัฐไทยไปได้อย่างไร สงสัยจริงๆ”ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าว

รองศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องที่คาใจคนสอนกฎหมายมากคือ มีความตกลงในเสาหลักอาเซียนทางสังคมและวัฒนธรรมในเรื่องการพัฒนาเด็กอาเซียน ดังนั้นก่อนจะอพยพเด็กจากอ่างทอง คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่อ่างทอง มีโอกาสคิดถึงพันธกรณีตามกฎบัตรอาเซียนนี้หรือไม่ แล้วมาที่เชียงราย ได้มีการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดเชียงรายหรือไม่

“มีหลายคำถามทางกฎหมายคุ้มครองเด็กที่ควรตอบ ทั้งในระดับโลกและอาเซียน ขอเตือนว่า ถ้าคนทำงานคุ้มครองเด็กในระดับจังหวัดและระดับชาติ ลืมไปว่า กฎหมายดังกล่าวมีอยู่ ก็เตรียมตัวรับผิดชอบในทางระหว่างประเทศได้เลย  การรีบผลักเด็กออกไปให้พ้นหูพ้นตา ไม่ใช่ผลงานที่ดีหรอก  แก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนอย่างที่ทำกันในช่วง พ.ศ.2553 เป็นต้นมา  จะดีกว่า จึงควรกลับไปทบทวน”ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กนักเรียน 126 คนที่ถูกนำมาพักไว้ที่บ้านเด็กต่างๆ 5 แห่งในจังหวัดเชียงราย ได้ถูกส่งกลับประเทศพม่าด้านด่านแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เกือบหมดแล้ว ที่เหลือถูกนำมาพักอยู่ที่บ้านเด็กและครอบครัว ใน อ.แม่จัน อย่างไรก็ตามมีเด็กบางส่วนต้องการที่จะเดินทางกลับเข้ามาเรียนในโรงเรียนฝั่งไทยอีก แต่ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีฐานะยากจนและต้องการที่มาอยู่โรงเรียนประจำที่มีที่พักด้วย เพราะไม่สะดวกที่จะเดินทางข้ามแดนไปเช้า-เย็นกลับ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ในจำนวนเด็ก 126 คนพบว่ามี 54 คนที่เคยเรียนในโรงเรียนฝั่งประเทศไทยก่อนที่จะย้ายไปอยู่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 โดยเด็กเหล่านี้ได้รหัส G แล้ว นั่นหมายความว่ารัฐไทยได้เคยจัดเงินอุดหนุนให้ตามระเบียบโดยมีการลงทะเบียนเอกสารหลักฐานต่างๆไว้แล้วตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นและมีการอ้างความผิดตาม พรบ.คนเข้าเมือง ทำให้เด็กๆต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ทำให้เห็นถึงความสับสนในการใช้กฏหมายแต่ละฉบับ

เด็กนักเรียนรายหนึ่ง อายุ 11 ปี อยู่ชั้น ป.2  ซึ่เป็น 1 ในจำนวน 126 คนที่ต้องออกเรียนกลางคันจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 กล่าวว่า ตนถูกส่งกลับไปที่ท่าขี้เหล็ก ฝั่งพม่าได้ราว 1 สัปดาห์แล้ว แต่อยากกลับไปเรียนที่ฝั่งไทยอีก อย่างไรก็ตามอาจจะไปเรียนที่โรงเรียนแห่งเดียวกับพี่ชาย ตนอยากเรียนให้จบสูงๆ รู้สึกเสียใจมากที่ออกจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 เพราะอยู่ที่นั่นสนุก และคิดถึงเพื่อนๆและผู้อำนวยการโรงเรียนที่ใจดี

 

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved