กมธ.สิ่งแวดล้อมฯวุฒิสภา ประชุมสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อครั้งที่3 ชี้‘คาร์บอนเครดิต’โอกาสของไทย
17 ก.ค. 2566 คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา (กมธ.ทส.) ร่วมกับมูลนิธิสานพลังเพื่อแผ่นดิน (มสผ.) จัด “สมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ” ครั้งที่ 3 ณ ห้องประชุม 402 - 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธาน และปาฐกถา เรื่อง “การขายคาร์บอนเครดิตจากการปลูกต้นไม้ และปลูกป่า : โอกาสและความท้าทาย” พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ” ให้กับ 9 พื้นที่ต้นแบบ
ได้แก่ สวนป่าชุมชนรักษ์นิเวศ หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร, ปลูกต้นไม้สร้างชุมชนท้องถิ่นสีเขียว จ.บุรีรัมย์, “ป่าในกรุง” ถุงลมคนกรุง, รักษ์ป่าชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน และเพื่อโลก จ.ศรีสะเกษ, ปลูกป่าเขาพระยาเดินธง ด้วยพลังประชารัฐ จ.ลพบุรี, บัณฑิตคืนถิ่น ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน จ.ศรีสะเกษ, ปลูกต้นไม้ริมทาง สร้างสิ่งแวดล้อมเพื่อแผ่นดิน จ.อุทัยธานี, สร้างสวนป่า สร้างเมืองน่าอยู่ จ.บุรีรัมย์ และ ป่าสมุนไพรไทย : อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ จ.นครปฐม
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า โครงการสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ คือ ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 เราสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสำนึกในผืนแผ่นดินไทย นี่คือที่มาของคำว่า ตามรอยพ่อ ซึ่งในวันนี้เราจะพูดถึงประเด็นเฉพาะเรื่องการขายคาร์บอนเครดิตจากการปลูกต้นไม้ ถ้าจะให้เรื่องนี้สำเร็จ ต้องมี demand คือต้องมีบัญชีรายชื่อผู้ซื้ออยู่ในระบบ แล้วมาจับคู่กับผู้ขาย โดยให้องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นผู้จัดการเรื่องนี้ แบบนี้อาจจะสำเร็จได้ เพียงแต่ตอนนี้เรายังไม่มีหน่วยงานหลักที่จะจัดการเรื่องนี้โดยตรง
“อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้เริ่มต้นขึ้นมาแล้วจากหลายภาคส่วน แต่การจะขึ้นทะเบียนขายคาร์บอนเครดิตกับ อบก. ก็ไม่ง่ายนัก จะปรับวิธีการอย่างไรให้มีแบบฟอร์มง่าย ๆ ในการขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะกับพี่น้องประชาชนที่มีความตื่นตัวในการสร้างป่ามาก วันนี้สมาชิกสมัชชาฯ จึงได้มาร่วมกันคิดเรื่องที่ดีงามที่เป็นมงคลกับชาติบ้านเมือง ณ รัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะให้เกิดการจัดการที่ดีที่สุดง่ายที่สุดสำหรับพี่น้องประชาชน” พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานคณะทำงานโครงการสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เผยข้อมูล การซื้อขาย “คาร์บอนเครดิต” จากการปลูกต้นไม้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 0.85 ล้านบาท ในปี 2559 เป็น 146.7 ล้านบาท ในเดือนกรกฎาคม 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 13 เท่าจากปี 2564 แต่การเข้าสู่ระบบตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยยังเป็นปัญหา ภาครัฐยังไม่มีนโยบายและไม่มีหน่วยงานดูแลส่งเสริมเชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง
โดยเฉพาะ “การส่งออก” ไปต่างประเทศ ซึ่งการจัดสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายพลังทางสังคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระดมประสบการณ์ ข้อคิดเห็น เพื่อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการส่งเสริมสนับสนุนการปลูกต้นไม้/ปลูกป่าขายคาร์บอนเครดิต นอกจากจะเป็นการให้มูลค่าทางเศรษฐกิจจากเนื้อไม้และต้นไม้แล้ว ยังเป็นการออมทรัพย์เพื่อเป็นบำนาญชีวิตรองรับสังคมสูงวัย และยังให้คุณค่าต่อโลก สร้างความชุ่มชื้น ให้ออกซิเจน ดูดซับคาร์บอน ลดโลกร้อน ดีต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันยังสามารถขายคาร์บอนเครดิต สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้กับครอบครัว ชุมชน และประเทศได้อีกมาก ซึ่งตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในต่างประเทศมีขนาดใหญ่ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าตลาดในประเทศอย่างเทียบกันไม่ได้เลย แต่ประเทศไทยยังไม่เคยมีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ และยังไม่เคยมีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน ซึ่งที่ประชุมสมัชชาฯ เห็นตรงกันว่า ประเทศไทยควรมีวิสัยทัศน์ต่อเรื่องนี้ และภาครัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมสนับสนุนการปลูกต้นไม้/ปลูกป่าขายคาร์บอนเครดิต
"โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายสู่ตลาดสากล ซึ่งจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกมาก และเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับต้นไม้ และเกิดผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สอดคล้องกับการพัฒนาสีเขียว (green development) และการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน สำหรับภาคสังคมก็ควรเร่งมือพัฒนาระบบตลาดการขายคาร์บอนเครดิตจากการปลูกต้นไม้/ปลูกป่า ไปพร้อมๆ กันด้วย โดยไม่ต้องรอความพร้อมและการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐเท่านั้น” นพ.อำพล กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี