วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
ทลายแก๊งขนคนจีน
มอมยาเหยื่อขึ้นรถ
ใช้ไทยเป็นทางผ่าน
ไปทำงานแก๊งคอลฯ
บช.สตม.ทลายแก๊งลอบขนคนจีนผิดกฎหมาย พบบางรายถูกมอมยาหิ้วตัวขึ้นรถ ใช้ไทยเป็นทางผ่านไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน รวมตัวตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ่อหมายจับคนไทยเพิ่มอีก 3 ราย
เมื่อวันที่ 4 กันยายน พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1 พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4 พร้อมคณะ แถลงจับกุมเครือข่ายลักลอบขนคนจีนข้ามชาติ โดยทาง กก.สส.บก.ตม.4 ได้สืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายคนจีนที่หลอกคนจีนด้วยกัน เข้ามาทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน
สำหรับพฤติการณ์กระทำความผิด จะกระทำการเหมือนกันทุกครั้ง กล่าวคือกลุ่มผู้ลักลอบขนคนจีน จะทำกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่รับตัวคนจีนจากชายแดนไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ พื้นที่ จ.มุกดาหาร เข้ามา จ.พระนครศรีอยุธยา สับเปลี่ยนรถแล้วส่งคนจีนให้กับทีมขนคนจีนอีกทีม ซึ่งมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นก็จะพาข้ามไปยังประเทศเมียนมา โดยเครือข่ายผู้ลักลอบขนคนจีนครั้งนี้ ก่อเหตุมาแล้ว 5 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทาง กก.สส.บก.ตม.4 จับกุมนายวรพจน์ อายุ 48 ปี ข้อหาช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมด้วยคนจีน 5 ราย ในความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ก่อนจะขยายผลจับกุมโดยพบความเชื่อมโยงไปยังคดีอื่นๆ จนนำไปสู่การจับกุมและเตรียมออกหมายจับเพิ่มเติมอีกหลายราย ครั้งที่ 2 เมื่อประมาณปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กก.สส.บก.ตม.4 ได้จับกุมคนจีน 3 ราย ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยคนจีนทั้งหมดให้การว่า ถูกบังคับมาจากประเทศจีน ให้ขึ้นรถยนต์ขับผ่านประเทศเวียดนาม ประเทศลาว เมื่อถึงประเทศไทย จึงหลบหนีจากรถยนต์ที่โดยสาร มาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน คดีนี้ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานจนพบเส้นทางการเงินเพื่อจะเตรียมออกหมายจับคนไทย ผู้นำพาฯ มาดำเนินคดีต่อไป
ครั้งที่ 3 เมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กก.สส.บก.ตม.4 ได้จับกุมนายธวัชชัย อายุ 29 ปี ข้อหาช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมด้วยคนจีน 5 ราย ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ซึ่งคนจีนทั้งหมดให้การว่า ถูกหลอกลวงผ่านเว็บไซต์จัดหางานของประเทศจีน เมื่อนัดพบกับเอเจนซี่ ที่บริษัทไม่ทราบชื่อในประเทศจีน บางรายถูกมอมยาและถูกบังคับให้ขึ้นรถยนต์เพื่อพามายังชายแดนประเทศไทย โดยทั้ง 5 ราย ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน คดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามคนร้ายตั้งแต่มีการสับเปลี่ยนรถในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และสามารถจับกุมทีมขนคนจีน ได้ที่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบภาพกล้องวงจรปิด ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ โดยเตรียมออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้เพิ่มเติม
ครั้งที่ 4 เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งทาง กก.สส.บก.ตม.4 ได้จับกุมนายนนทวัฒน์ อายุ 27 ปี และนายอชิรวิทย์ อายุ 21 ปี ข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้รอดพ้นการจับกุม พร้อมด้วยคนจีน 5 ราย ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคนจีนทั้งหมดให้การว่า ถูกหลอกให้มาทำงาน ซึ่งทราบเพียงว่าสถานที่ทำงานเป็นบ่อนกาสิโนประเทศเมียนมา คดีนี้จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบความเชื่อโยงทางการเงินและทางโทรศัพท์ชัดเจน จึงเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมต่อไป
ครั้งที่ 5 เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดย กก.สส.บก.ตม.4 ได้จับกุมนายศักดิ์ศิริ อายุ 34 ปี ข้อหาช่วยเหลือ ซ่อนเร้นฯ คนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม พร้อมด้วยคนจีน 2 ราย ข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ อ.เมือง จ.หนองคาย โดยคนจีนทั้งหมดให้การว่า ได้โดยสารรถยนต์มาจากประเทศกัมพูชาและใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน มีจุดหมายปลายทางคือประเทศลาว ซึ่งแผนประทุษกรรมในครั้งนี้ไม่เหมือนกับ 4 ครั้งก่อน เนื่องจากเป็นการขนคนจีน เพื่อเดินทางกลับประเทศจีน
ทั้งนี้ กก.สส.บก.ตม.4 ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อขยายผลทุกคดีในรูปแบบกลุ่มข้อมูล และทำ DATA ANALYSIS วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ใช้เป็นข้อมูลกรณีมีการจับกุมในลักษณะเดียวกัน โดยอาจยังมีผู้สั่งการเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน หรือเชื่อมโยงเครือข่ายอื่น เบื้องต้นจากการจับกุมขยายผลเครือข่ายขนคนจีนครั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้เตรียมขออำนาจศาลออกหมายจับคนไทยเพิ่มเติมอีก 3 ราย มาดำเนินคดีต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี