18 กันยายน 2566 เมื่อวันที่ 17 กันยายน มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารจากกองบินที่ 23 จ.อุดรธานี ว่า ให้ช่วยส่งนักประดาน้ำมาค้นหาเด็กจมน้ำ ที่บริเวณคลองระบายน้ำอ่านบ้านจั่น ถนนรอบเมืองอุดรธานี

หลังรับแจ้งมูลนิธิฯ ได้ส่งทีมมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อมาถึงพบกำลังพลทหารกำลังช่วยกันค้นหาร่างของเด็กแต่ค้นหาด้วยความยากลำบาก โดยได้ช่วยกันเอาจอกหูหนูยักษ์ออกจากทางน้ำซึ่งคาดว่าร่างของเด็กจะจมอยู่ แต่เจ้าหน้าที่เอาจอกหูหนูยักษ์เอาได้อย่างลำบากอย่างมาก เพราะมีจำนวนมากและกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก

เรืออากาศโทโกวิทย์ เจียรวาปี แผนกส่งกำลังบำรุง กองบิน 23 เล่าว่า ขณะกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกำลัง ช่วยกันกำจัดวัชพืชที่สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำบ้านจั่นอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ กระทั่งเวลา 16.00 น. หมดเวลาทำงาน จากนั้นมีกลุ่มเด็กปั่นจักรยานมา 2-3 คน หน้าตื่นมาบอกว่า มีเพื่อนจมน้ำในคลอง จึงรีบนำกำลังทหารมาต้องการช่วยค้นหา แต่การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากน้ำในคลองกระแสน้ำเชี่ยวมาก เพราะมีฝนตกหนักมาหลายวัน ซึ่งทางอ่างเก็บน้ำก็มีการปล่อยออกมาและมีปริมาณที่สูงในช่วงฝนตกหนักนี้

น้องคิว อายุ 12 ปี บอกว่า พวกผมเพื่อนกันรวม 7 คนได้ชักชวนกันมาเล่นน้ำที่ประตูระบายน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านจั่น ตอนแรกเล่นกันที่ประตูน้ำ ต่อมามีรุ่นน้องอีกคนชวนให้มาเล่นที่สะพานโดยปล่อยตัวให้ไหลตามกระแสน้ำจังหวะนั้นเองมีเพื่อน 2 คนถูกน้ำเชี่ยวพัดไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนอีกคนช่วยตัวเองมาถึงฝั่งได้ แต่โฟล์คถูกน้ำพัดไปติดกับจอกหูหนูยักษ์และเห็นเพื่อนจมต่อหน้าต่อตา โฟล์คร้องให้คนช่วย แต่พวกผมไม่กล้าลง จึงรีบปั่นจักรยานไปบอกทหารให้ช่วย

ในต่อมาปู่กับย่าของผู้เสียชีวิตเดินทางมาจากหนองบัวลำภู พากันร้องไห้แทบขาดใจ เมื่อรู้ว่าหลานจมน้ำหาศพยังไม่เจอ จึงได้พากันจุดธูปบอกเจ้าแม่ธรณีเจ้าที่เจ้าทาง ขอให้หาศพเจอ จนในที่สุดทีมนักประดาน้ำ ได้ค้นหากว่า 3 ชั่วโมงกว่า ก็ได้พบร่างของน้องจมอยู่ใต้จอกหูหนูยักษ์ จึงนำร่างของน้องขึ้นมาพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวรมาตรวจสอบ ท่ามกลางความเสียใจของญาติและชาวบ้านที่ต่างมามุงดู โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อและแม่ที่อยู่ประเทศนิวซีแลนด์หลังทราบข่าวลูกชายจมน้ำเสียชีวิตร้องไห้แทบขาดใจ

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ ด.ช.พิมาน หรือน้องโฟล์ค อายุ 13 ปี ชั้นม.1 สภาพสวมกางเกงชั้นในตัวเดียว จากการชันสูตรพลิกศพพบว่าขาดอาการจากการจมน้ำใต้จอกหูหนูยักษ์เป็นเวลานาน โดยญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
.jpg)
ขณะเดียวกันปู่และย่าเมื่อเห็นศพหลานชาย ร้องไห้แทบขาดใจวิ่งเข้าดูศพของหลานทันทีและยื่นโทรศัพท์ซึ่งปลายทางต่อสายถึงพ่อและของผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ต่างประเทศ โดยย่าได้บอกกับหลานว่าคุยกับพ่อสิ นายสุรชาติ คูนเมือง อายุ 61 ปี ปู่ บอกว่า ลูกชายโทรมาหาบอกว่าให้รีบมาดูหลาน ตนก็รีบขับรถจาก อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู มาดูทันที ไม่คิดว่าหลานมาจะจมน้ำเสียชีวิต เสียใจอย่างมาก ก็ขอเตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลานช่วงนี้ฝนตกหนักน้ำในคลองไหลหลาก อย่าให้ลูกหลานไปเล่นน้ำโดยลำพังไม่งั้นอาจจะจมน้ำเสียชีวิตได้.012
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี