วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
กรมอุตุฯเตือน 48 จังหวัดทั่วไทย ฝนตกหนัก ด้าน ปภ.รายงานยังเกิดอุทกภัย 9 จังหวัด ส่วนพัทยา อ่วม ฝนกระหน่ำ จ.พิจิตรน้ำท่วม อ.ทับคล้อ หน 3 ขณะที่จ.ยโสธร ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย 9 อำเภอ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่างภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ 48จังหวัด โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้
สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
อนึ่ง พายุโซนร้อน “โคอินุ” บริเวณชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำและจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ฝนตกหนักช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระหว่างวันที่ 26 กันยายน-10 ตุลาคม 2566 เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 33 จังหวัด 127 อำเภอ 447 ตำบล 2,205 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 48,657 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 9 จังหวัด 34 อำเภอ 117 ตำบล 631 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,566 ครัวเรือน ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัยมหาสารคามหนองบัวลำภู เลย กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี
วันเดียวกัน ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด อาทิ ทางหลวงทางเข้าพื้นที่สัตหีบ และทางเข้าเมืองพัทยา ถนนเลียบชายหาด ถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ และด้านหน้าสถานีตำรวจทางหลวง มีรถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน
นอกจากนี้ยังพบว่าที่หลังซอยวัดธรรมสามัคคี มีน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ อีกทั้งจุดที่มีน้ำท่วมเป็นประจำ เช่น ซอยเขาน้อย ที่เป็นทางน้ำไหลผ่าน จากการประเมินปริมาณน้ำท่วมสูงถึง 30-70 เซนติเมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวให้หลีกเลี่ยง เพื่อป้องกันอันตรายและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับรถยนต์และยานพาหนะ
ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกสะสมจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้ไหลหลากเข้าท่วมชุมชนในเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ ชาวบ้านต้องฝ่าฝนเพื่อเดินทางสัญจร โดยนางนิรัตน์ หนูโชติ ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนตลาดใต้ ต้องใช้ไม้เท้าฝ่ากระแสน้ำในการเดินไปมา เพื่อป้องกันไม่ให้เดินตกหลุม ตกบ่อหรือร่องน้ำ ซึ่งนางนิรัตน์ เปิดเผยว่า น้ำท่วมครั้งนี้เป็นรอบที่ 3 ของปีแล้ว โดยน้ำท่วมสูงกว่าทุกครั้ง ต้องช่วยกันกับหลานยกของขึ้นที่สูง รวมทั้งเตียงนอนให้พ้นน้ำ เช่นเดียวกับบ้านหลังอื่นๆ ที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ ส่วนการใช้ห้องสุขาก็เป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องไปเข้าห้องน้ำของโรงเรียนในพื้นที่
ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ ทั้งตลาดเหนือ และตลาดใต้ รวมถึงบ้านเรือน ส่งผลกระทบกว่า 300 หลัง น้ำท่วมสูงสุด 1 เมตร และยังมีฝนตกต่อเนื่อง
ขณะที่ นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รอง ผวจ.รักษาราชการแทน ผวจ.ยโสธรได้ประกาศให้ จ.ยโสธร เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ทั้ง 9 อำเภอ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบด้านการเกษตร9 อำเภอ55 ตำบล 347 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับผลกระทบ 15,363 ครัวเรือน พืชผลทางการเกษตรได้รับผลกระทบ แยกเป็นนาข้าว 125,991 ไร่ และพืชไร่ พืชสวน 5,468.25 ไร่ รวมทั้งสิ้น 131,419.25ไร่และมีผู้เสียชีวิต 3ราย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัย ให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วน ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 20 วรรคสาม ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2566 ประกอบกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
สำหรับพื้นที่ 9 อำเภอ ประกอบด้วย 1.อ.กุดชุมด้านเกษตร 6 ตำบล 30 หมู่บ้าน 345 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 2,389 ไร่ 2.อ.ทรายมูลด้านเกษตร 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน 69 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 333 ไร่3.อ.เมือง ด้านเกษตร 11 ตำบล 68 หมู่บ้าน 2,886 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 27.413 ไร่และเสียชีวิต 2 ราย4.อ.มหาชนะชัยด้านเกษตร 9 ตำบล 73 หมู่บ้าน 3,682 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 32,297.25 ไร่5.อ.เลิงนกทาด้านเกษตร 5 ตำบล 26 หมู่บ้าน 549 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 4,768 ไร่เสียชีวิต 1 ราย 6.อ.ไทยเจริญด้านเกษตร 3 ตำบล 21 หมู่บ้าน 402 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 3,554 ไร่7.อ.ป่าติ้วด้านเกษตร 5 ตำบล 44 หมู่บ้าน 2,557 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 12,130 ไร่8.อ.คำเขื่อนแก้วด้านเกษตร 11 ตำบล 57 หมู่บ้าน 3,494 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย 16,793 ไร่และ9.อ.ค้อวังด้านเกษตร 3 ตำบล 23 หมู่บ้าน 1,379 ครัวเรือนคาดว่าจะเสียหาย11,742 ไร่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี