อดีตผู้พิพากษาชำแหละ มหากาพย์บัตรเลือกตั้งติดรหัส เมื่อความลับถูกท้าทาย สู่การต่อสู้ชั้นศาลรัฐธรรมนูญ

อดีตผู้พิพากษาชำแหละ มหากาพย์บัตรเลือกตั้งติดรหัส เมื่อความลับถูกท้าทาย สู่การต่อสู้ชั้นศาลรัฐธรรมนูญ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.30 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร  นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา  โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “มหากาพย์ "บัตรเลือกตั้งติดรหัส": เมื่อความลับถูกท้าทาย สู่การต่อสู้ชั้นศาลรัฐธรรมนูญ”  

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สั่นคลอนเก้าอี้ สส. ทั้งสภา! เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ถูกตั้งคำถามใหญ่ว่า "การเลือกตั้งครั้งนี้... เป็นไปโดยลับจริงหรือไม่ เพียงใด?"


บทที่ 1: จุดเริ่มต้นจากผู้ตรวจการแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติครั้งสำคัญ! วินิจฉัยให้ยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 เพื่อให้วินิจฉัยว่าการกระทำของ กกต. เข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือไม่?

ประเด็นหลัก:

Barcode & QR Code: บนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขต (สีเขียว) และบัญชีรายชื่อ (สีชมพู) มีการพิมพ์รหัสที่น่าเชื่อว่าสามารถ "สืบค้นย้อนกลับ" ไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้

ขัดรัฐธรรมนูญ: หากสืบได้ว่าใครเลือกใคร การเลือกตั้งย่อมไม่ใช่ "ความลับ" ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 (ที่แก้ไขใหม่) โดยตรง

ระเบียบเจ้าปัญหา: ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ข้อ 129 วรรคสอง ที่เปิดช่องให้ใส่ "เครื่องหมายพิเศษ" ถูกตั้งคำถามว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พรป. เลือกตั้ง สส. (รวมทั้ง พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) 2562 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน) หรือไม่

บทที่ 2: ศาลรัฐธรรมนูญ "รับลูก" สั่งพิจารณาทันที!

วันที่ 18 มีนาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณา! โดยศาลมองว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการจัดการเลือกตั้งระดับประเทศ ซึ่งกระทบต่ออำนาจตามมาตรา 224 ของ กกต. โดยตรง

บทที่ 3: เกมรุกจาก สส. พรรคดัง! ยุทธการ "ร้องสอด" สกัดโมฆะ

ล่าสุดวันที่ 25 มีนาคม 2569 มีกระแสข่าวว่า สส. พรรคใหญ่เตรียมดาหน้า "ร้องสอด" ต่อศาล เพื่อแจ้งข้อเท็จจริงใหม่ หวังหยุดยั้งไม่ให้การเลือกตั้งกลายเป็นโมฆะ โดยชู 5 ประเด็นโต้แย้งปะทะข้อเท็จจริง ดังนี้:

1.เรื่อง "ข้อเท็จจริงไม่ครบ" (Incomplete Facts)

สส. โต้: ผู้ตรวจการฯ รีบร้อนยื่นเรื่อง ทั้งที่มีคดีค้างอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุดอยู่ก่อนแล้ว

ข้อโต้กลับ: ผู้ตรวจการฯ ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และอำนาจศาลปกครองนั้น "ไม่ครอบคลุม" การใช้อำนาจโดยตรงขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่าง กกต. ในเรื่องนี้

2.เรื่อง "เขตอำนาจศาล" (Jurisdiction Hierarchy)

สส. โต้: บัตรพิมพ์ตาม "ระเบียบ" ซึ่งมีสถานะเป็น "กฎ" ต้องไปฟ้องเพิกถอนที่ศาลปกครองก่อน ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจถอนระเบียบ

ข้อโต้กลับ: แม้จะมีระเบียบให้อำนาจไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่า กกต. จะใช้อำนาจนั้นทำลายหลักการ "ลงคะแนนโดยลับ" ได้ ระเบียบจะขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้! (และตัวระเบียบนี้ก็ไม่มีข้อความใดที่ส่อว่าจะขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ)

3.เรื่อง "เงื่อนไขมาตรา 213" (Admissibility)

สส. โต้: มาตรา 47 บอกว่าถ้าเรื่องอยู่ระหว่างศาลอื่น ศาลรัฐธรรมนูญห้ามรับ!

ข้อโต้กลับ: ปัญหาว่าเลือกตั้ง "ลับหรือไม่ลับ" เป็นอำนาจเด็ดขาดของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะมาวินิจฉัยชี้ขาดแทนได้

4.เรื่อง "การละเมิดสิทธิที่ยังไม่เกิด" (No Actual Violation)

สส. โต้: ตราบใดที่ระเบียบยังไม่ถูกเพิกถอน กกต. ก็ทำตามกฎหมาย จะบอกว่าละเมิดสิทธิประชาชนไม่ได้

ข้อโต้กลับ: ความเสียหายต่อประชาธิปไตยเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีที่ความลับของการลงคะแนนถูกสั่นคลอน ไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งยกเลิกระเบียบก่อนถึงจะเรียกว่าละเมิดสิทธิ

5.เรื่อง "เทคนิคการสืบย้อน" (Technical Feasibility)

สส. โต้: ต้องรอศาลปกครองพิสูจน์ทางเทคนิคก่อนว่าบาร์โค้ดสืบได้จริงไหม ศาล รธน. ควร "รอ" (Stay of Proceedings) ไปก่อน

ข้อโต้กลับ: นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องหลักการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจไต่สวนและวินิจฉัยได้เองทันที คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจที่จะต้องรอศาลปกครอง

บทสรุป: อนาคตการเมืองไทยบนเส้นขนานของสองศาล

การเคลื่อนไหวของกลุ่ม สส. ในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายาม "ประวิงเวลา" เพื่อรักษาเก้าอี้ให้นานที่สุด ในขณะที่ฝ่ายผู้ร้องต้องการ "คืนความโปร่งใส" ให้กับการเลือกตั้ง

คดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานว่า Barcode & QR Code บนบัตรเลือกตั้งจะมีผลกระทบต่อการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. โดยลับ จนต้องมีการเลือกตั้ง สส. ประเภทใดใหม่หรือไม่

ต้องจับตาดูคำชี้แจงของ กกต. ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วันนี้ให้ดี!

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top