546.jpg
ย้ำตีกลับคดียิง‘พารากอน’  เด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้

ย้ำตีกลับคดียิง‘พารากอน’ เด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ย้ำตีกลับคดียิง‘พารากอน’

เด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้

โฆษกอัยการฯ ย้ำชัดเหตุอัยการตีกลับสำนวนคดี “เด็ก 14” กราดยิงพารากอน แพทย์ยันเด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ “ไม่มีความเข้าใจ ตระหนักรู้เรื่องของข้อกล่าวหา”หลังครบผัดฟ้อง 31 ธันวาคมเตรียมเดินทางพบผู้ปกครองเด็กขอตัวรักษาต่อ หากผู้ปกครองไม่ยินยอมอาจต้องใช้ พ.ร.บ.สุขภาพจิต บังคับใช้ เพื่อตัวของเด็กและสังคม ระยะเวลา 180 วัน

จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ส่งสำนวนให้อัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัวพิจารณา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมโดยกล่าวหาว่า เยาวชนชายอายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุกราดยิงในห้างดังกลางเมือง ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาอื่นๆ รวม5 ข้อหา แต่เมื่อรายงานของแพทย์ในการตรวจรักษา ยืนยันว่ายังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงต้องส่งสำนวนสอบสวนกลับไปให้พนักงานสอบสวน เกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น


วันที่ 29 ธันวาคม นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่ออัยการคืนสำนวนให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันแล้ว พนักงานสอบสวนจะต้องงดการสอบสวน ไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 14 เนื่องจากกระบวนการใดๆที่พนักงานสอบสวน ดำเนินการไปโดยไม่ยึดหลักกฎหมายดังกล่าวก็ต้อง ถือว่าเป็นกระบวนการสอบสวนที่ฝ่าฝืน ต่อกฎหมาย ซึ่งคดีนี้นางศจีมาศ บัวรอด อัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีและคณะทำงานอัยการได้ตรวจสำนวนคดีนี้แล้วปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องหาที่เป็นเด็กยังมีอาการป่วยอยู่ และเป็นคนไข้ของสถาบันกัลยาราชนครินทร์มาโดยตลอด มีใบรับรองประเมินผลการตรวจรักษายืนยันว่าผู้ต้องหายังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ เมื่อข้อเท็จจริงทางการแพทย์ยืนยันเช่นนี้ การพิจารณาของพนักงานอัยการไม่มีประเด็นอื่นนอกจากคืนสำนวนกลับไปให้พนักงานสอบสวน เพื่อรอกระบวนการ บำบัดรักษาจากแพทย์ที่ประเมิน การตรวจรักษาผู้ต้องหาว่า อยู่ในภาวะปกติ และสามารถต่อสู้คดีได้แล้ว ภายในอายุความ 20 ปี

“เมื่อการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายและทำการสอบสวนเสร็จแล้วค่อยส่งสำนวนกลับมาให้ พนักงานอัยการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายอีกครั้ง “นายประยุทธกล่าว

ทั้งนี้จากการประสานกับแพทย์ผู้ตรวจรักษา ทราบในเบื้องต้นว่าช่วงเดือนมกราคม ที่จะถึงนี้ คณะกรรมการตรวจรักษาจะประชุมเพื่อประเมินอาการของผู้ต้องหาอีกครั้ง แต่การควบคุมตัวตามกฎหมายจะครบกำหนดระยะผัดฟ้องครั้งสุดท้าย ในวันที่ 31 ธันวาคม นี้

อย่างไรก็ตาม ทางแพทย์และคณะกรรมการตรวจรักษาผู้ต้องหา จะเดินทางไปพบผู้ปกครองของเด็กรายนี้ และจะแจ้งด้วยว่า เด็กรายนี้ยังมีอาการ ป่วยอยู่ ทีมบำบัดรักษาจะขอรับตัวไปบำบัดรักษาต่อ หากผู้ปกครองเข้าใจและอนุญาต แพทย์ก็จะรับตัว ผู้ต้องหากลับไปเป็นคนไข้เพื่อรักษาต่อตามปกติ แต่ สมมติว่า ผู้ปกครองไม่ยอมและไม่อนุญาต หากทางคณะกรรมการแพทย์ประเมินแล้วว่าจำเป็นจะต้องดูแล รายนี้เพื่อป้องกันอันตราย สำหรับตัวผู้ต้องหาเอง และสังคมอาจจะต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 มาตรา 22 บังคับ ที่จะเอาตัวผู้ต้องหาไปรักษาตัวต่อ ซึ่งระยะเวลาการควบคุมตัวของ แพทย์ผู้รักษา มีกรอบกฎหมายชัดเจนอยู่ใน พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 จะมีการแจ้งผลการตรวจรักษาให้กับพนักงานสอบสวน ทราบทุก 180 วัน ถ้ายังไม่หายก็สามารถขยายได้อีก 180 วันไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้ต้องหาจะหายและสามารถต่อสู้คดีได้ เพราะเราไม่สามารถจะนำคนป่วยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ แต่ถ้าหายป่วยเเล้วไม่ต้องรอ 180 วันก็ได้ ทีมแพทย์ที่รักษาสามารถรายงานให้พนักงานสอบสวนทราบเพื่อดำเนินการสอบสวนได้ทันที

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top