วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 5 มกราคม 2567 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก "Thon Thamrongnawasawat" ระบุว่า พี่นนท์ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รุ่นพี่ที่เคารพของผม อดีตผอ. GISTDA เขียนเรื่องดีเยี่ยมเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและสึนามิ จึงอยากนำมาให้เพื่อนธรณ์อ่านครับ
ในช่วงนี้หลังจากเพิ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นไปเมื่อเร็วๆ นี้ และหลังจากนั้นก็มีคนเจอปลาพญานาค (Oar Fish) ซึ่งเป็นปลาทะเลลึกขึ้นมาตายบนชายหาดจังหวัดสตูล ปลาชนิดนี้มีบางคนเชื่อว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับการจะเกิดแผ่นดินไหวในทะเล (แต่ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ยืนยัน) จึงทำให้เกิดกระแสเรื่องการเกิดสึนามิในทะเลอันดามันกลับมาอีกครั้ง แบ่งได้เป็น ๒ ขั้ว คือขั้วแรกเน้นการอนุมานเอาเลยว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นและนำไปสู่คลื่นสึนามิ
อีกขั้วหนึ่งก็เน้นว่าวงรอบของการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในมหาสมุทอินเดียตะวันออกนั้นมันยาวมาก เราเพิ่งเกิดไปเมื่อปี ๒๕๔๗ นี่เอง โอกาสจะเกิดในปีนี้มันจึงน้อยมาก ซึ่งพื้นฐานความคิดของทั้งสองขั้วนี้ก็ดูจะไม่ค่อยจะเป็นวิทยาศาสตร์เท่าไรนักทั้งคู่
การรับมือกับภัยจากคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของการรอว่าจะมีใครมาพยากรณ์ว่าจะมีแผ่นดินไหวในทะเลเมื่อใด เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของโลกในปัจจุบันยังไม่สามารถทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ในระดับปฏิบัติการ
แต่เรามีความรู้ทางธรณีวิทยามากพอที่จะบอกได้ว่าตำแหน่งที่แผ่นดินไหวขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นได้นั้นอยู่ที่ใหนบ้าง แนวที่จะสามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ในมหาสมุทรอินเดียที่อยู่ใกล้ประเทศไทยที่สุดอยู่ห่างออกไป คลื่นสินามิที่เกิดขึ้นจะใช้เวลาเดินทางถึงประมาณ ๒ ชั่วโมง เพียงพอต่อการแจ้งเตือนและการอพยพ นับว่าประเทศเราโชคดีกว่าหลายพื้นที่ในประเทศ เช่น อินโดนีเซีย เพราะแนวการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ชายฝั่งมาก คลื่นใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่นาที การเตือนภัยและการอพยพจึงมักจะไม่ทันการณ์ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวในที่ใดๆ บนโลก เครือข่ายการตรวจวัดความสั่นสะเทือนซึ่งมีสถานีวัดกระจายอยู่ทั่วโลกจะประมวลผลข้อมูลและจะแจ้งดำแหน่งกับขนาดของแรงสั่นสะเทือนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการเตือนภัยในประเทศต่างๆ ภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากการเกิดแผ่นดินไหว ในประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหน่วยงานหลักที่รับข้อมูลนี้อย่างเป็นทางการ โดยมีศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติในการแจ้งเตือนในระดับพื้นที่ก็จะเข้าถึงข้อมูลนี้แบบ real time ด้วยเช่นกัน
หน่วยงานทั้งสองนี้จะมีทั้งระบบอัตโนมัติและเจ้าหน้าที่เวรตลอด ๒๔ ชั่วโมงในการแจ้งเตือนต่างๆ ทั้งหอเตือนภัย วิทยุ โทรทัศน์ sms โซเชียลมีเดีย และช่องทางสื่อสารอื่นๆ จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันทั้ง ๖ จังหวัดล้วนมีความเสี่ยงต่อคลื่นสึนามิหากมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ (ขนาด ๕ บนเสกลริคเตอร์ขึ้นไป) ในมหาสมุทรอินเดีย จังหวัดพังงาและภูเก็ตด้านตะวันตกมีโอกาสได้รับคลื่นที่มีขนาดใหญ่กว่าจังหวัดอื่นๆ โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยงคือพื้นที่ชายฝั่งทะเล (ทั้งที่เป็นชายฝั่งเปิดและชายฝั่งที่อยู่ในอ่าวหรือมีเกาะบังก็มีความเสี่ยงเช่นกัน) แต่ก็เฉพาะพื้นที่ที่อยู่สูงจากระดับทะเลไม่เกิน ๑๐ เมตร
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยร่วมกับทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถึ่นได้จัดทำป้ายแสดงแนวพื้นเสี่ยงและพื้นที่ปลอดภัยเอาไว้แล้ว อาคารสูงชายทะเลที่แข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ตั้งแต่ชั้น ๕ ขึ้นไป ถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย
(เน้นย้ำคำว่า ชั้น 5 ขึ้นไป - ธรณ์)
หากเกิดการแจ้งเตือนสินามิ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง (อยู่ในพื้นที่ต่ำใกล้ชายฝั่งทะเล) ต้องอพยพทันที โดยเฉพาะคนชรา คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพควรจัดเตรียมให้หยิบฉวยง่ายและมีเฉพาะเท่าที่จำเป็น ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง (คืออยู่บนที่สูงเพียงพอ) ควรอยู่ในที่ตั้งไม่ออกมาให้เกะกะการอพยพของผู้ที่จำเป็นการที่มีการมาพูดเรื่องสึนามิในสื่อต่างๆ ในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องดีที่ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการเตือนภัย การอพยพ การจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงประชาชนและผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันจะได้ตรวจสอบเครื่องมือ เส้นทางอพยพและระบบต่างๆ รวมถึงทบทวนความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น เพราะแผ่นดินไหวและสึนามิเป็นสิ่งที่คาดการณ์พยากรณ์ล่วงหน้าไม่ได้ แต่ประเทศไทยยังโชคดีที่ถ้ามันเกิดเรายังพอมีเวลาในการอพยพเพื่อรักษาชีวิตได้
อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
(ไม่สงวนลิขสิทธิ์)
ภาพ - ผม (ธรณ์) ถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์สมัยไปสำรวจสึนามิ 2547 สังเกตว่าชั้น 2-4 ของอาคารเสียหาย ต้องชั้น 5 ขึ้นไปถึงปลอดภัยครับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี