533.jpg
‘บิ๊กต่อ’รับสงสัยคดี‘ป้าบัวผัน’ สั่งรวมสถิติอาชญากรรมย้อน 5 ปี ชงแก้กฎหมายฟัน‘ทรชนเด็ก’

‘บิ๊กต่อ’รับสงสัยคดี‘ป้าบัวผัน’ สั่งรวมสถิติอาชญากรรมย้อน 5 ปี ชงแก้กฎหมายฟัน‘ทรชนเด็ก’

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.11 น.

‘ผบ.ตร.’ยืนยันตำรวจสงสัยคดีหลังจับตัว‘ลุงเปี๊ยก’ไปทำแผนฆ่า‘ป้ากบ’ จึงไปไล่กล้องวงจรปิด ก่อนพบเยาวชน 5 คนเป็นผู้ก่อเหตุ จึงไปขอศาลให้ปล่อยตัว รอรายงานผลทางคดีจากชุดสืบเย็นนี้ ขอยังไม่พูดมาก กลัวเป็นการแก้ตัว ยืนยันหากพบใครผิดไม่มีละเว้น สั่งให้รวมสถิติอาชญากรรมของเยาวชนย้อนหลัง 5 ปี เสนอต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อปรับแก้กฎหมายลงโทษเด็กที่ทำผิดร้ายแรง

17 มกราคม 2567 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จับตัวนายปัญญา อายุ 56 ปี หรือลุงเปี๊ยก สามีของ น.ส.บัวผัน อายุ 47 ปี หรือป้ากบ  ผู้ตาย แล้วปรากฏว่าผู้ก่อเหตุคือกลุ่มเยาวชน 5 คน เป็นผู้ก่อเหตุ ว่า ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการรอรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร จาก พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ขึ้นมาถึงมูลเหตุ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด


ผบ.ตร. ยืนยันว่าตั้งแต่ที่ ลุงเปี๊ยก มามอบตัวกับตำรวจ และรับสารภาพก็ได้พาตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ รวมทั้งเก็บพยานหลักฐาน คราบเลือด ดีเอ็นเอ เพื่อส่งตรวจ แต่ผลยังไม่ออก และยังมีเหตุสงสัยทางคดี จึงได้ส่งตัวไปฝากขังไว้ก่อนตามกฎหมาย หลังจากนั้นได้ส่งชุดสืบสวนไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามข้อสงสัย และเมื่อได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาแล้ว พบว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ ลุงเปี๊ยก จึงได้ไปทำเรื่องขอปล่อยตัวออกจากเรือนจำทันที

“ในส่วนตัวคดีนี้ก็มีความสงสัย จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ ลงไปตรวจสอบรายละเอียดในเชิงลึกทั้งหมดในทุกประเด็น และเชื่อว่าจะได้ความกระจ่างทางคดี หากพบว่ามีตำรวจนายใดเข้าไปเกี่ยวข้องทางคดีที่ผิดกฎหมายก็จะดำเนินการอย่างไม่ละเว้น” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าว

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนประชาชนที่ไม่สบายใจกับเรื่องการทำงานของตำรวจในคดีนี้นั้น ขอให้ตำรวจทำงานให้ครบถ้วนทุกประเด็น และตามพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และจะเคลียร์ได้ทุกประเด็น ในตอนนี้หากพูดไปก็เหมือนการแก้ตัว หากพบใครทำผิดจริงก็จะดำเนินคดี ไม่มีการช่วยบุคคลใด และจะเห็นได้ว่าช่วงที่เกิดเหตุตอนแรกก็ได้สั่งการย้ายตำรวจที่มีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาออกมาจากพื้นที่แล้ว เพื่อป้องกันการเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตำรวจชุดทำคดี

ส่วนการนำตัว ลุงเปี๊ยก ไปฝากขังในระหว่างที่ทำคดียังไม่สิ้นสุดนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยืนยันว่า ทางตำรวจได้ค้นหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดมาก่อนสื่อมวลชน หลังจากการสอบสวนแล้วพบข้อสงสัย จึงได้ไปไล่กล้องตรวจสอบทั้งหมด แต่ยอมรับว่ายังไม่ได้ไปคุยกับเจ้าของกล้องวงจรปิดว่าตำรวจ หรือสื่อมวลชน เข้าไปเจอภาพจากกล้องวงจรปิดก่อน ในช่วงเย็นวันนี้ ผบช.ภ.2 จะรายงานขึ้นมาให้ทราบถึงรายละเอียดทางคดีทั้งหมด

ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีที่สังคมครหาว่าครอบครัวตำรวจมักจะไปก่อเหตุ ยอมรับว่าต้นทุนทางสังคม ตำรวจมักจะติดลบอยู่แล้ว แต่ตำรวจทั้งประเทศมีอยู่กว่า 2 แสนนาย แต่เมื่อมีผู้ก่อเหตุที่เป็นลูกตำรวจ หรืออดีตตำรวจ ก็มักจะเป็นข่าว แต่อยากให้เห็นว่าที่ผ่านมาก็มีเยาวชนที่ก่อเหตุอาชญากรรมที่ไม่ใช่ลูกตำรวจอยู่จำนวนไม่น้อย แต่อยากให้เชื่อมั่นว่า ที่ผ่านมาตำรวจก็ทำคดีไปตามพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยายามตัดวงจรให้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับคดี “ครูเจี๊ยบ-น้องหยอด” ที่พยายามทำให้เห็นวงจรอาชญากรรมของเครือข่ายนี้ให้ได้มากที่สุด

“หลังจากนี้ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการรวบรวมสถิติทางคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนย้อนหลังไป 5 ปี เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม และจะส่งต่อให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาดำเนินการในการแก้กฎหมายกับเยาวชนที่กระทำผิดร้ายแรงได้บ้าง โดยให้ส่งรายงานมาให้ภายใน 31 ม.ค. นี้” ผบ.ตร. กล่าว

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top