533.jpg
​สงครามน้ำมัน! เปิดหน้า ล่าอาณานิคมยุคใหม่ ของมหาอำนาจ

​สงครามน้ำมัน! เปิดหน้า ล่าอาณานิคมยุคใหม่ ของมหาอำนาจ

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.01 น.

คลิปคำกล่าวของ “โดนัลด์ ทรัมป์” จากงานเลี้ยงมื้อเที่ยงเทศกาลอีสเตอร์ภายในทำเนียบขาว ซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ก่อนถูกเผยแพร่ในวันที่ 1 เมษายน 2569 เกิดขึ้นในงานปิดที่ไม่มีสื่อมวลชนเข้าร่วม ผู้ร่วมงานเป็นผู้นำศาสนาและบุคคลระดับสูงทางการเมือง เวทีแบบนี้ผู้นำไม่ได้พูดเพื่อภาพลักษณ์ แต่พูดกับคนของตัวเอง

ช่วงเวลาเดียวกัน สหรัฐฯ ใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่านแล้ว เหตุผลที่ถูกอธิบายต่อสาธารณะยังคงเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน โครงการนิวเคลียร์ และความมั่นคงของภูมิภาค กรอบแบบนี้ถูกใช้มาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการใช้กำลัง


แต่ในคลิปเดียวกัน มีการพูดถึงน้ำมันของอิหร่านในลักษณะที่มองว่าเป็นสิ่งที่สามารถเอามาได้ คำพูดนี้ชี้ไปที่แก่นของเรื่องโดยตรง

เมื่อวางคู่กัน ภาพจะชัดขึ้น เหตุผลที่ใช้พูดกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเดียวกัน และน้ำมันอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดทิศทาง

ถ้าย้อนกลับไปในอดีต ยุคล่าอาณานิคมขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายเดียวกัน มหาอำนาจยุโรปเดินเรือไปยังเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ เพื่อเข้าถึงทรัพยากร เครื่องเทศ แร่ธาตุ และแรงงาน

ประเทศที่ถูกยึดถูกมองเป็นแหล่งทรัพยากร ไม่ใช่รัฐที่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตัวเอง วิธีการในยุคนั้นใช้กำลังตรง ๆ ยึดพื้นที่ ควบคุมเศรษฐกิจ และจัดโครงสร้างใหม่เพื่อให้ตอบสนองผลประโยชน์ของผู้ยึดครอง

ภาพแบบนี้ไม่ได้หายไป เพียงเปลี่ยนรูปแบบ การยึดดินแดนลดลง แต่การเข้าถึงทรัพยากรยังเป็นแกนเดิม

สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือการขยับเข้าสู่ “ล่าอาณานิคมยุคใหม่” ไม่ต้องปกครองประเทศ แต่เข้าไปกำหนดทิศทางของทรัพยากรผ่านอำนาจในรูปแบบต่าง ๆ

น้ำมันเป็นทรัพยากรที่อยู่ตรงกลางของระบบนี้ เพราะเชื่อมกับพลังงานและเศรษฐกิจโลก พื้นที่ที่มีน้ำมันจำนวนมากจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตาและถูกกดดัน

ในตะวันออกกลาง ภาพนี้เห็นได้ชัด พื้นที่ที่มีพลังงานสูงมักเป็นพื้นที่ที่มีการใช้กำลัง การตัดสินใจทางทหารจึงเดินไปพร้อมกับผลประโยชน์ด้านทรัพยากร

ภาพแบบเดียวกันเกิดขึ้นใน “เวเนซุเอลา” ประเทศที่มีน้ำมันสำรองจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเทศที่ถือครองทรัพยากรระดับนี้ไม่สามารถอยู่นอกเกมของมหาอำนาจได้ง่าย

เมื่อเกิดแรงกดดัน การใช้กำลัง การปิดล้อม และความพยายามควบคุมทิศทางทางการเมืองจึงตามมา ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ภาพรวมยังคงเหมือนเดิม คือทรัพยากรถูกวางเป็นเป้าหมาย

กรณีเวเนซุเอลาจึงไม่ใช่เรื่องแยกขาด แต่เป็นอีกตัวอย่างของประเทศที่มีน้ำมัน และต้องเผชิญแรงกดดันในระดับสูงจากมหาอำนาจ

คำพูดของ “โดนัลด์ ทรัมป์” เรื่องน้ำมันจึงไม่ใช่ประโยคลอย แต่มันเชื่อมกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่

ผลกระทบจากเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ที่มีการใช้กำลัง น้ำมันเป็นฐานของเศรษฐกิจโลก เมื่อแหล่งผลิตหลักมีปัญหา ราคาจะขยับทันที และส่งผลต่อประเทศอื่นต่อเนื่อง

ประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานจะได้รับผลก่อน ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะดันค่าไฟ ค่าเดินทาง และราคาสินค้าให้สูงขึ้นตามกันไป ผลกระทบจะลงมาที่ชีวิตประจำวันโดยตรง

สำหรับประเทศไทย ภาพนี้เห็นได้ชัด เพราะเศรษฐกิจยังพึ่งพาพลังงานนำเข้า การขยับของราคาน้ำมันในตลาดโลกจะสะท้อนมาถึงค่าครองชีพทันที ทั้งค่าไฟ ค่าเดินทาง และราคาสินค้า

ในโครงสร้างแบบนี้ ประเทศขนาดกลางไม่ใช่ผู้กำหนดเกม แต่เป็นผู้รับผลจากเกม การเปลี่ยนแปลงในอีกภูมิภาคหนึ่งสามารถสะเทือนมาถึงเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างรวดเร็ว

คลิปจากงานเลี้ยงอีสเตอร์ในทำเนียบขาวที่ถูกเผยแพร่ดังกล่าว ทำให้เห็นภาพที่ปกติไม่ปรากฏบนเวทีสาธารณะ คำพูดที่ออกมาเชื่อมกับทิศทางนโยบายและการใช้กำลังอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อมองตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีการ แต่แก่นยังเหมือนเดิม ทรัพยากรยังเป็นจุดที่ทุกฝ่ายต้องการเข้าถึง

น้ำมันยังอยู่ตรงกลางของเรื่อง การเมือง การทหาร และเศรษฐกิจเดินไปในทิศทางเดียวกัน และส่งผลต่อกันทั้งหมด

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้ง แต่กระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกทันที และย้อนกลับมาที่ชีวิตของผู้คนในหลายประเทศ

ในโลกแบบนี้ การแข่งขันไม่ได้เกิดแค่เรื่องอำนาจ แต่เกิดขึ้นที่ทรัพยากร และทรัพยากรยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางของโลก

- ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top