‘ปลอดประสพ’อธิบายปม‘สปก.เขาใหญ่’ ลั่นต้องมีคนเจ็บตัว แนะชะลอแผนเปลี่ยนเป็นโฉนด

‘ปลอดประสพ’อธิบายปม‘สปก.เขาใหญ่’ ลั่นต้องมีคนเจ็บตัว แนะชะลอแผนเปลี่ยนเป็นโฉนด

วันพุธ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 10.40 น.

‘ปลอดประสพ’ย้ำปม‘ส.ป.ก.เขาใหญ่’เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.มาแต่ปี 2534 แต่ยังมีสถานะเป็นป่าจำแนก ใครตัดทำลายผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ลั่นต้องมีคนเจ็บตัว แนะฝ่ายการเมืองชะลอแผน‘แปลงเป็นโฉนด’ทั้งหมด อย่าเน้นเฉพาะ‘เขตกันชน’พร้อมกำหนดประเภท‘ที่ดินสันทนาการท่องเที่ยวในเชิงนิเวศน์’

28 กุมภาพันธ์ 2567 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หัวข้อ “เรื่องที่ดิน มาคิดใหม่ ทำใหม่ ดีไหมครับ” มีเนื้อหาดังนี้...


เรื่องที่ดิน มาคิดใหม่ ทำใหม่ ดีไหมครับ

ดังที่ผมพูดว่า ไม่ต้องกรมแผนที่ทหารหรอกครับ ที่สุดกรณี ส.ป.ก. และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็เป็นไปตามที่ผมพูดทุกประการ (100%) คือ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.มาแต่ปี 2534 (33ปีมาแล้ว) เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณคนของ ส.ป.ก.ในยุคนั้นที่ไม่มอบ ส.ป.ก.4-01 ให้กับผู้ใด จนมาในปี 2542 ในขณะผมเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ ก็ได้ทำถนนลำลองเพื่อแสดงแนวเขตเขาใหญ่ในเชิงภูมิประเทศและระบบนิเวศน์อีกครั้ง และก็ต้องขอบคุณผู้คนของทั้ง 3 กรม รวมถึงจนท.ท้องถิ่นและราษฎรที่ได้ให้ความเคารพ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดมา

แต่ก็จนได้ ในปลายปี 2566 ด้วยลมชั่วและความละโมบ ทำให้ข้าราชการกลุ่มหนึ่ง สมคบกับนายทุนสามานย์ บุกเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว แล้วทำการแผ้วถาง ตัดต้นไม้ป่าซึ่งรกชัฏมานานนับสิบปี แถมปลูกต้นมะม่วงลงไปเพื่อแสดงสิทธิ์ครอบครอง

ด้วยบารมีเจ้าพ่อเขาใหญ่ที่ได้ดลใจให้หัวหน้าอุทยานเขาใหญ่ล่วงรู้แผนการ ส่วนผู้อำนวยการสำนักอุทยานก็ลงมาจัดการทันที ภายใต้การสนับสนุนคุ้มครองของอธิบดีกรมอุทยานฯ ยอดเยี่ยมจริงๆน้องเอ๋ย!

เรื่องนี้ต้องมีคนเจ็บตัว ขอบอกว่า แม้เป็นที่ ส.ป.ก. แต่ก็ยังมีสถานะเป็นป่าจำแนก เพราะยังไม่มีการออก ส.ป.ก.4-01ที่ถูกต้อง (คนที่สมควรจะได้ตายไปนานแล้ว) ดังนั้นความเป็นป่าก็ยังดำรงอยู่ ต้นไม้ทุกต้นเป็นต้นไม้ธรรมชาติ เป็นทรัพย์สินของกรมป่าไม้ ใครไปตัดทำลายถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (กฤษฎีกาได้ตีความไว้แล้ว) เรื่องนี้หากยังสงสัยความเป็นป่า ก็ให้ไต่ถาม “เจ้าด้วน” เจ้าของป่าตัวจริงก็แล้วกัน

ส่วนในทางการเมือง ผมขอแนะนำให้ชะลอแผนการเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนด ที่มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ป่าไม้ไว้ก่อนทั้งหมด อย่าเน้นเฉพาะเขตกันชนเลย เพราะไม่รู้ว่า เขตกันชนจริงๆมันอยู่ที่ไหน และมันจะกว้างยาวอย่างไร สำรวจใหม่หมดเถิดครับ ดูให้ครบ เช่น ความลาดชัน ความสูง ชนิดและความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดิน ระบบน้ำและเส้นทางคมนาคม คิดเสียว่า ทำทั้งทีก็ทำเสียให้ถูกต้องทั้งทางวิชาการและความเป็นไปได้จริงๆในการทำเกษตรกรรม

สุดท้าย อีกเรื่องที่น่าคิด พื้นที่บางแห่งกลับไปเป็นป่าไม่ได้อีกแล้ว ครั้นจะเอาไปแจกเป็นที่ทำกินเช่น ส.ป.ก.ก็ไม่ได้อีกเพราะดินไม่ดีและไม่มีน้ำ มาคิดกันใหม่ กำหนดประเภทที่ดินอีกชนิดหนึ่งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน แล้วออกกฎหมายมารองรับเสีย ที่ประเภทนี้มีไว้ให้เช่าอย่างเดียว ให้เช่าสัก 30 ปี แล้วคิดแพงๆก็ได้ ขอเสนอให้เรียกว่า “ที่ดินสันทนาการท่องเที่ยวในเชิงนิเวศน์”

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top