533.jpg
โรค“ตัวแดง-หัวเหลือง”ระบาดกุ้ง ประมงพบที่ภาคใต้-ตอ./เตือนทำตามวิธีป้องกัน

โรค“ตัวแดง-หัวเหลือง”ระบาดกุ้ง ประมงพบที่ภาคใต้-ตอ./เตือนทำตามวิธีป้องกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556, 06.00 น.
Tag :

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล  อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า โรคตัวแดงดวงขาว (White spot disease; WSD) เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งจะพบมากที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป โดยขณะนี้มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในพื้นที่ภาคตะวันออก และภาคใต้ นอกจากนี้ ยังพบการระบาดของโรคหัวเหลือง (Yellow head disease; YHD) โดยลำตัวกุ้งที่ป่วยจะมีสีซีด ส่วนหัวจะมีสีเหลือง ซึ่งกุ้งที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะมีตั้งแต่ขนาดเล็กอายุ 25-35 วัน หลังจากปล่อยกุ้งลงบ่อเลี้ยง

                ทั้งนี้เพื่อช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมง คือ 1.ใช้ลูกกุ้งที่ปลอดเชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาวและหัวเหลือง ผ่านการตรวจรับรองจากห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้ 2.หลีกเลี่ยงการเลี้ยงกุ้งในช่วงที่อากาศเย็นหรืออากาศแปรปรวน 3.ควรเลี้ยงกุ้งในระบบปิดหรือระบบที่มีการถ่ายน้ำน้อย และมีบ่อพักน้ำ 4.มีการเตรียมบ่อและระบบน้ำที่ดี มีระบบการฆ่าเชื้อบ่อหลังการเลี้ยงแต่ละรอบ เพื่อกำจัดเชื้อและพาหะนำโรค 5.ตรวจเชื้อไวรัสและสุขภาพทั่วไปของลูกกุ้งก่อนปล่อยเลี้ยง และสุ่มตรวจเป็นระยะ 6.ควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการเลี้ยง 7.เพิ่มภูมิคุ้มกันของกุ้งโดยการให้สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น เบต้ากลูแคน 10 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม 20 วัน สมุนไพร ได้แก่ กระเทียมสด ข่า ขมิ้น ผสมอาหารให้กุ้งกิน 8.หลีกเลี่ยงการใช้อาหารสดในการเลี้ยงกุ้งเนื่องจากอาจเป็นพาหะของเชื้อไวรัส 9.จัดการปัจจัยที่ทำให้กุ้งเกิดความเครียด เช่น การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำอย่างฉับพลัน 10.เลี้ยงกุ้งด้วยระบบการจัดการทางชีวภาพหรือไบโอซิเคียวริตี้


                ส่วนกรณีเกิดโรคตัวแดงดวงขาวและโรคหัวเหลืองในฟาร์ม ต้องดำเนินการควบคุมโรค ดังนี้ 1. ปิดกั้นบริเวณรอบบ่อที่เกิดโรคจากพื้นที่ส่วนอื่น 2.ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าออกพื้นที่ที่เกิดโรค 3.บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำบ่อที่เป็นโรคไม่ควรไปปฎิบัติที่บ่ออื่นๆอีก และล้างมือเท้าก่อนและหลังปฏิบัติงานที่บ่อทุกครั้งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 4.กรณีกุ้งเล็กไม่สามารถจับขายได้ให้ดำเนินการฆ่ากุ้งในบ่อด้วยคลอรีนความเข้มข้น 30 พีพีเอ็ม หรือประมาณ 80 กิโลกรัมต่อไร่ ทิ้งไว้อย่างน้อย 14 วัน ก่อนปล่อยน้ำทิ้งสู่แหล่งน้ำภายนอก 5.กรณีกุ้งใหญ่ที่สามารถจับขายได้ต้องใช้วิธีการจับที่ไม่ทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อไปยังพื้นที่อื่น เช่น มีการต้มบริเวณปากบ่อ ก่อนเคลื่อนย้ายกุ้งออกจากฟาร์ม 6.ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในกิจกรรมการเลี้ยงกุ้งทั้งหมด 7.แจ้งข่าวการเกิดโรคให้ฟาร์มใกล้เคียงทราบ เพื่อเตรียมการป้องกัน ซึ่งจะช่วยไม่ให้โรคแพร่กระจายไปยังฟาร์มอื่นๆ

                ทั้งนี้ หากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอแนะนำได้ที่สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง โทร. 074-335244-8

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top