วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หลังมีข่าวปลาหมอคางดำยังระบาดอยู่ในหลายจุด ทาง วุฒิสภา จึงเชิญผู้เกี่ยวข้องมาขึ้นเวทีเสวนา ชี้แจงถึงมาตรการว่าได้ผลไปแล้วแค่ไหน
โดยเมื่อเร็วๆนี้ ที่อาคารรัฐสภา มีการจัดเสวนาหัวข้อ “โครงการสัมมนาทางวิชาการ มิติใหม่แห่งการบริหารจัดการปลาหมอคางดำ : สู่การใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า” โดยมี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เปิดการสัมมนา และนายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการกล่าวรายงาน พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง ผู้ประกอบการด้านการประมง องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำในหลายมิติ
นายบัญชา สุขแก้ว อดีตอธิบดีกรมประมง ให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมากรมประมงสามารถกำจัดปลาออกจากบ่อเลี้ยง และแหล่งน้ำธรรมชาติไปแล้วถึง 8.3 ล้านตัน นอกจากนี้ยังเร่งแก้กฎหมายอีกหลายฉบับเพื่อเปิดทางในการใช้เครื่องมือกำจัดได้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าช็อตที่ต้องมีการควบคุม และกฎหมายให้สามารถเอาผิดผู้ที่นำสัตว์เอเลี่ยนสปีชีส์เข้ามาสร้างความเสียหายได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการกำจัดคือมาตรการ 3ก. ได้แก่ นำไปให้"มนุษย์กิน สัตว์กิน และพืชกิน ถือเป็นการช่วยกันกำจัดได้ดีที่สุด
ด้าน นายอุกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ข้อมูลว่าแท้จริงแล้ว ปลาหมอคางดำเป็นเพียง"หนึ่งใน 146 ชนิดสิ่งมีชีวิต"ที่ถูกนำเข้ามาจากทั้งการลักลอบและการขออนุญาตินำเข้า การที่สัตว์เอเลี่ยนสปีชีส์มาอยู่ในประเทศจำป็นจะต้องมีมาตรการดูแล ควบคุมที่ดีมากพอ หากไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหา "ปนเปื้อนระบาด" ในธรรมชาติอย่างในหลายกรณีที่ผ่านมานั่นเอง ที่สำคัญคือการส่งเสริมให้นำมาใช้ประโยชน์ในเชิงพานิชย์ จะต้องยืนอยู่บนหลักการเพื่อกำจัด จึงไม่ควรปล่อยให้มีการเพาะเลี้ยงนั้นเอง
ขณะที่ นายปัญญา พุ่มเจริญ กลุ่มประมงชายฝั่งบ้านคลองเทียน จังหวัดเพชรบุรี ที่ใช้ปลาหมอคางดำมาเป็นเหยื่อล่อปูทะเล รวม 40 ลำ และนายณัฎฐชัย นาคเกษม ประธานกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปูขาวอินทรีย์ บ้านเนินหนองหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ช้ปลาหมอคางดำมาเป็นอาหารเลี้ยงปูในบ่อ ต่างก็มองตรงกันว่า นี่ถือเป็นการเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส สามารถช่วยต้นทุนอาหารลงได้มาก ทำให้วันนี้มีความต้องการใช้ปลาหมอคางดำมาเป็นเหยื่อวันละหลายร้อยกิโลกรัม ในหนึ่งเดือนมีความต้องการใช้ปลาหมอคางดำรวมกันแล้วหลายตันทีเดียว ข้อสำคัญคือทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันจับขึ้นมาจากทุกแหล่งที่ระบาด และควรให้มีศูนย์กระจายตามความต้องการ ปลาใหญ่ก็นำไปแปรรูปรับประทาน ปลาเล็กก็น้ำไปเป็นเหยื่อ หรอทำปลาป่น เป็นต้น
ขณะที่ "ก้างปลา" ทางอาจารย์ประจำคณะการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ก็นำไปสกัดเป็นแคลเซียมบริสุทธิ์ ใช้เป็นอาหารเสริมให้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยทางกระดูกได้อีกด้วย ถือเป็นการคิดค้นนวัตกรรมที่จะช่วยกันกำจัดอย่างสร้าสรรค์
การจัดงานในครั้งนี้ ทางกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา มองว่าไม่ได้ต้องการซ้ำเติมความขัดแย้งว่าใครผิดใครถูก แต่ต้องการหาทางออกให้ประเทศ ว่าจะจัดการปลาหมอคางดำที่ยังมีอยู่จำนวนมากอย่างไร ให้สร้างประโยชน์แก่เกษตรกรและสังคมได้มากที่สุด
#ปลาหมอคางดำ #ปลาหมอมายัน #ปลาหมอบัตเตอร์ #ปลาต่างถิ่น #สัตว์แปลก #เอเลี่ยนสปีชีส์ #สัตว์ต่างถิ่นรุกราน #ExoticPetsThailand #กรมประมง #ปลาหมอคางดำเหยื่อล่อปูม้า #น้ำหมักชีวภาพ #นวัตกรรมชุมชน #รายได้ชุมชน #เกษตรแปรรูป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี