วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เรียกสอบ‘บิ๊กต่อ’
ถูกกล่าวหาญาติพัวพันเว็บพนัน
‘วินัย’แย้มสัปดาห์หน้า
เปิดผลสอบสองนายพล
ปธ.สอบเกษียณมีแผน2
ทนายตั้มจี้ปปง.อายัดทรัพย์
“ทนายตั้ม” บุกจี้ ปปง. ตรวจสอบ-อายัดทรัพย์ “บิ๊กต่อ-มาดามกุ๊กไก่-พวกบัญชีม้า” รวม 4 ราย อ้างสายข่าวปูด “เมียบิ๊กตำรวจ” ยื่นขอสัญชาติอังกฤษ หวั่นเป็นช่องทางหนี ตั้งข้อสงสัยบ้าน 2 หลังที่อังกฤษ พร้อมเปิดตัวละครใหม่ “สารวัตรหญิง ฟ.” คนใกล้ชิด ด้าน “วินัย ทองสอง”รับเรียกบิ๊กต่อมาสอบแล้วจ่อแถลงผลสัปดาห์หน้า ส่วนรักษาการผบ.ตร.เผยแม้ปธ.สอบบิ๊กโจ๊ก จะเกษียน ก็ต้องใช้แผนสำรอง
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เพื่อขอให้อายัดทรัพย์สินเครือข่ายของ “คุณผู้หญิง” ที่อยู่ในระดับ VVIP และเกี่ยวข้องกับเงินเว็บพนันฯ โดยมีนายสุทธิศักดิ์ สุมน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย และในฐานะรองโฆษก ปปง. เป็นตัวแทนรับหนังสือ
นายษิทรา เปิดเผยว่า กรณีที่ตนโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กวานนี้ (29 เม.ย.) เนื่องจากได้รับรายงานว่ามีบุคคล VVVIP (มาดามกุ๊กไก่) เดินทางไปประเทศอังกฤษ และมีการประสานข้อมูลกับผู้ใหญ่เพื่อทำเรื่องขอสัญชาติอังกฤษ ขณะนี้ไม่มั่นใจว่าเจ้าตัวเดินทางกลับมายังประเทศไทยหรือยัง โดยการทำเรื่องขอสัญชาติต้องใช้เงินสูงถึงหลายสิบล้านบาท และต้องเรียนปรับภาษาอังกฤษอีกด้วย จึงมีขั้นตอนพอสมควรกว่าที่จะได้รับสัญชาติอังกฤษ
เดินหน้าชนคดี”บิ๊กต่อ”
อีกทั้งในประเด็นกรณีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ตนเคยแจ้งความดำเนินคดีต่อบุคคลทั้งสิ้น 4 ราย ได้แก่ 1.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. 2.มาดามกุ๊กไก่ และพวก ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินต่อพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน อีกทั้งยังปรากฏว่า ภรรยาของ ผบ.ตร. มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับคนสนิทของ ผบ.ตร. ถึงเดือนละ 59,000-159,000 บาท โดยเป็นการรับโอนเงินจากบัญชีธนาคารของดาบยาว และรองฟาง ซึ่งมีอำนาจสั่งการและควบคุมบัญชีม้า 2 ราย
นายษิทรา เผยอีกว่า ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าเงินเดือนของดาบยาวและรองฟางไม่ได้สูงถึงขนาดจะจ่ายเงินรายเดือนได้เดือนละหลักแสนบาทแก่มาดามกุ๊กไก่ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผ่านเวลามาสักระยะเเล้ว และเส้นทางการเงินก็มีความชัดเจน ตนไประบุให้พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ว่ามีการโอนเงินวันที่เท่าไร เลขที่บัญชีใด จำนวนเงินรับโอนกี่บาท แต่ก็ยังไม่มีการเรียก ผบ.ตร. และพวกรวม 4 รายมาสอบถามสักที ทั้งนี้ พอตนได้รับรายงานว่ามีคนจะไปยื่นขอสัญชาติอังกฤษ มันก็ชวนคิดว่าเป็นการเตรียมทางเลือกไว้หรือไม่ เผื่อคดีความมีความผิดพลาดจะได้มีที่อยู่ เพราะทราบว่ามาดามกุ๊กไก่ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มีบ้านที่ประเทศอังกฤษ 2 หลัง และที่สำคัญบ้าน 2 หลังนี้ ไม่ได้ถูกยื่นในการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อครั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เตรียมเข้าดำรงตำแหน่ง ผบช.ก. ถือว่าเป็นการจงใจยื่นข้อความอันเป็นเท็จฯ ทราบว่าคณะกรรมการชุดในปีนั้นมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาตามระเบียบที่เกี่ยวข้องของ ป.ป.ช. แต่ตนกลับสงสัยว่า จนถึงวันนี้ทำไมเรื่องถึงเงียบไป ดังนั้น หลังจากนี้ตนจะหาวันเพื่อเดินทางไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว
เปิดตัวละครใหม่
นายษิทรา กล่าวว่า นอกจากทรัพย์สินที่มาดามกุ๊กไก่ถือเองแล้ว ยังมีตัวละครใหม่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ พ.ต.ท.หญิง นายหนึ่ง (ชื่อย่อ ฟ.) สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนึ่ง โดยเป็นคนใกล้ชิดสนิทสนม มีการทำธุรกรรมร่วมกัน เช่น ซื้อที่ดินร่วมกันในปี 64 จำนวน 5 ไร่ เป็นหุ้นส่วนตลาด SO STREET ย่านวังหิน มีการยิง Ads (โฆษณา) หลักล้านต่อเดือน มีการทำธุรกิจกำไลข้อมือ มีภาพทำบุญร่วมกัน นั่งเป็นประธานในงานบุญต่าง ๆ ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สารวัตรหญิง ฟ. คนนี้ไม่ธรรมดา เพจ พระจันทร์ลายกระต่าย ที่มักจะลงเรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจ ยังได้เคยโพสต์ข้อความข้อร้องเรียนของตำรวจใน สตม. เพื่อสะท้อนไปให้ถึง ผบช.ตม. ว่า สารวัตรหญิง ฟ. มีการข่มเหงลูกน้อง ใช้อำนาจเกินของเขต และ ผกก. ยังไม่กล้าทำอะไร เพราะมีคุณนายระดับบิ๊กตำรวจหนุนหลัง 1 เดือน เข้าทำงานแค่ 2-3 วัน ตำรวจ ตม.จังหวัดที่สังกัดต่างละเหี่ยใจ จึงอยากให้ ปปง. ตรวจสอบการเงินของสารวัตรหญิง ฟ.รายนี้ ทำไมถึงรวยก้าวกระโดด ทั้งนี้ ตนเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับ ปลัดฉิ่ง หรือ ฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธาน ปปง. ท่านระบุว่าถ้ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการทางกฎหมาย ไม่สนว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครตำแหน่งใดก็ตาม
ปปง.ขอรวบรวมหลักฐาน
ขณะที่นายสุทธิศักดิ์ สุมน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย และในฐานะรองโฆษก ปปง. กล่าวว่า ทางสำนักงาน ปปง. จะรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้รับมา เพื่อตรวจสอบให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะรีบนำพยานหลักฐานทั้งหมดนี้ไปตรวจสอบ ซึ่งกระบวนการการตรวจสอบจะเหมือนคดีทั่วๆ ไป ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ หากพบว่ามีผู้กระทำความผิดและทรัพย์สินได้จากการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการยึดทรัพย์สินทั้งหมด
“วินัย”สอบบิ๊กต่อแล้ว
พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีต รอง ผบ.ตร.หนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น โดยมีระยะเวลาสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงภายในภายใน 60 วัน กล่าวว่า ได้มีการเชิญ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้ามาให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.วินัย ส่วนรายละเอียดไม่ขอเปิดเผย และจะมีการนัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายในสัปดาห์หน้า โดยจะชี้แจงทุกประเด็น รวมถึงจะตอบคำถามประเด็นเกี่ยวกับเครือญาติของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการสอบปากคำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กับพวกไปก่อนหน้านี้นั้น พล.ต.อ.วินัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป 100% แต่มีความคืบหน้าไปบ้าง และหลังจากนี้ไม่มีความจำเป็นจะต้องเชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวก มาให้ถ้อยคำอีก
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาร้องเรียนกับคณะกรรมการชุดนี้ว่า เคยถูกทำร้ายร่างกายนั้น พล.ต.อ.วินัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานหรือมีการเข้ามาร้องเรียนกับคณะกรรมการแต่อย่างใด
รักษาการผบ.ตร.ยันทำตามกม.
ด้านพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวถึงการพิจารณาเรื่องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นั้นทำตามกฎหมาย
เมื่อถามความคืบหน้าคดีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตอนนี้ตนได้สอบถามความคืบหน้าจาก พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในหน้าที่ของพนักงานสอบสวนอยู่ ได้รับทราบเพียงเท่านี้
คัดค้านกก.สามารถทำได้
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สราวุฒิ การพาณิชย์ รอง ผบ.ตร. ระบุว่า รรท.ผบ.ตร.มีอำนาจในการพิจารณาเปลี่ยนตัว หนึ่งในคณะกรรมการที่มีข้อขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนได้รับทราบแล้วว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีหนังสือยื่นคัดค้านในเรื่องคณะกรรมการบางท่าน ตนยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิ์โดยถูกต้องและชอบธรรมของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎ ก.ตร. แต่ขั้นตอนต่อไป ตนได้สั่งการให้กองวินัยไปพิจารณาและเสนอความเห็นว่าคณะกรรมการท่านใดขัดต่อคุณสมบัติที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นคัดค้านไปหรือไม่ หากขาดคุณสมบัติและเป็นไปตามที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นคัดค้านก็จะต้องมีการพิจารณาเปลี่ยนตัว เพื่อไม่ให้เป็นกรรมการ ถือว่าเป็นกระบวนการให้ความเป็นธรรมและเป็นการถ่วงดุลระหว่างคณะกรรมการกับผู้ถูกกล่าวหา แต่ถ้าฝ่ายวินัยพิจารณาแล้วเห็นว่าคณะกรรมการในจำนวนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้คัดค้านไม่ขัดต่อคุณสมบัติที่กฎ ก.ตร. กำหนดไว้ คณะกรรมการก็จะดำเนินการสอบสวนพิจารณาทางวินัยต่อไป
ยังไม่วางกรอบเวลา
เมื่อถามว่าได้วางกรอบระยะเวลาไว้หรือไม่ รรท.ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนไม่ได้วางกรอบระยะเวลาไว้ เพราะคณะกรรมการสอบสวนมีกรอบเวลาตามที่กำหนดไว้ตามกรอบกฎ ก.ตร.อยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.สราวุฒิ ในฐานะประธานฯ จะสอบสวนพิจารณาตามพยานหลักฐานการประชุม และเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.สราวุฒิ ที่จะต้องพิจารณาในเรื่องนี้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าจะสอบสวนแล้วเสร็จก่อนที่ พล.ต.อ.สราวุฒิ จะเกษียณอายุราชการหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เรื่องกรอบระยะเวลาเป็นเรื่องภายใน รวมถึงเรื่องการขยายเวลาด้วย พล.ต.อ.สราวุฒิ อาจจะสอบสวนแล้วเสร็จก่อนเกษียณอายุก็ได้ หรืออาจจะต้องใช้เวลาในการสอบสวนเป็นระยะเวลานานก็ได้
มีแผนสำรองรองรับแล้ว
ส่วนที่ พล.ต.อ.สราวุฒิ ไม่มั่นใจว่าจะเสร็จทันก่อนเกษียณอายุราชการหรือไม่นั้น ตนมองว่าไม่มีคำว่ามั่นใจ เพราะเป็นเรื่องที่ประธานและคณะกรรมการต้องพิจารณาตามขั้นตอนหรือกระบวนการที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร. และกฎหมาย เมื่อถามว่า ส่วนตัวอยากให้เรื่องนี้จบก่อนที่ พล.ต.อ.สราวุฒิ จะเกษียณอายุราชการหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ไม่มีความคิดว่าจะจบก่อนหรือไม่จบก่อน ขอให้เป็นการดำเนินการของคณะกรรมการ เป็นไปตามบทบาทและกระบวนการขั้นตอน ตนยืนยันว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงเด็ดขาด จะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานและการประชุมของคณะกรรมการ
เมื่อถามว่า ได้วางแผน2รองรับในกรณีที่สอบสวนไม่แล้วเสร็จก่อน พล.ต.อ.สราวุฒิ จะเกษียณอายุหรือไม่ รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.สราวุฒิ จะต้องทำงานไปตามหน้าที่ในฐานะประธานกำกับเรื่องการพิจารณาไปตามกระบวนการ แต่ถ้าไม่แล้วเสร็จก็ต้องไปดูในวันที่เกษียณว่ายังเหลือ รอง ผบ.ตร.ท่านใดบ้าง แต่ก็ยังยึดหลักความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหาเสมอ รวมถึงต้องพิจารณาไปตามกฏหมายและระเบียบ ก.ตร.ที่กำหนดไว้ เมื่อถามว่า รอง ผบ.ตร.คนต่อไปที่จะต้องมารับช่วงต่อจาก พล.ต.อ.สราวุฒิ จะเป็นจเรตำรวจแห่งชาติหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ต้องไปดูวันนั้น เพราะตนก็ยังไม่รู้ว่าใครจะถูกเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร. และใครจะได้รับมอบหมายงานอะไร เมื่อยังไม่ทราบก็ยังไม่ได้คิดถึงวันนั้น เพราะตนก็ไม่รู้ว่าวันหน้าจะเป็นอะไรหรือเปล่า ขอให้ไปดูวันนั้นดีกว่า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี