Logo วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
สกู๊ปพิเศษ : ‘วัยรุ่นสร้างตัว’ไม่ง้อปริญญา จากคนชายขอบสู่วิถีท้าทายขนบ

สกู๊ปพิเศษ : ‘วัยรุ่นสร้างตัว’ไม่ง้อปริญญา จากคนชายขอบสู่วิถีท้าทายขนบ

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
Tag : วัยรุ่นสร้างตัว
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

หมายเหตุ : ถอดความจากการบรรยายของ สรัช สินธุประมา ศูนย์ความรู้นโยบายสาธารณะฯ 101PUB ในหัวข้อ “ชีวิตและงานในฝันของวัยรุ่นสร้างตัว” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนา “คนรุ่นใหม่ไทย การผันเปลี่ยนในสังคมแปรผัน?” จัดโดยศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม (CRISP) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2567 ณ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

สรัช เริ่มต้นด้วยการขยายความนิยามคำว่า “วัยรุ่นสร้างตัว” ซึ่งหมายถึง “คนที่ตกหล่นออกไปจากการศึกษาในระบบ” กล่าวถึง เส้นทางของระบบการศึกษาที่เรียนไปตามลำดับ เช่น จากมัธยมศึกษาตอนต้น สู่มัธยมศึกษาตอนปลาย และไปตามในระดับอุดมศึกษา ขณะที่หนึ่งในหัวข้อการสำรวจที่พบการเผยแพร่ทุกปีคือ “อาชีพในฝันของเยาวชนไทย” โดยรายงานของปี 2567 พบว่า อันดับ 1 ครู-อาจารย์ (รวมถึงติวเตอร์) อันดับ 2ประกอบธุรกิจส่วนตัว อันดับ 3 แพทย์-พยาบาล อันดับ 4 อินฟลูเอนเซอร์-สตรีมเมอร์-ยูทูบเบอร์ (ผู้ผลิตเนื้อหาเผยแพร่ทางออนไลน์)


อันดับ 5 นักออกแบบกราฟิก อันดับ 6นักกฎหมาย (ทนายความ-อัยการ) อันดับ 7งานด้านต่างประเทศ อันดับ 8 ศิลปินนักตัดต่อวีดีโอ อันดับ 9 นักบิน-แอร์โฮสเตส และอันดับ 10 ข้าราชการ (นับรวมทั้งทหาร ตำรวจและพลเรือน) ซึ่งมีข้อสังเกตว่า ในการจัดอันดับช่วง 1-2 ปีล่าสุด มีอาชีพใหม่ๆ อย่างยูทูบเบอร์ เพิ่มเข้ามา ก่อนที่การสำรวจครั้งล่าสุดในเดือน ม.ค. 2567 จะพบว่า ยูทูบเบอร์รวมถึงอาชีพในกลุ่มเดียวกันอย่างอินฟลูเอนเซอร์หรือสตรีมเมอร์ จะขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4แซงหน้าอาชีพสายงานนักกฎหมายหรือการรับราชการ

ซึ่งจาก 10 อันดับข้างต้น จะพบว่าหลายอาชีพเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะสูง อย่างไรก็ตาม แหล่งงานทักษะสูงก็ยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในขณะที่งานส่วนใหญ่ในภาพรวมของประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มงานทักษะปานกลาง และยังพบด้วยว่านับวันแนวโน้มค่าจ้างระหว่างงานทักษะสูงปานกลางและต่ำ มีแต่จะถ่างกว้างขึ้น หรือก็คือสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ในด้านหนึ่งก็มีความพยายามลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษา ด้วยการหาทางให้เยาวชนจากครัวเรือนระดับล่างมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษามากขึ้น แต่อีกด้านก็มีผู้ที่พยายามท้าทายกรอบความคิดเรื่องการจะมีชีวิตที่ดีได้ต้องไล่เลียงไปตามลำดับของระบบการศึกษา เรียน ม.ต้น ม.ปลาย แล้วเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อเรียนต่อให้จบปริญญาตรี-โท-เอก ซึ่งผู้ที่คิดแบบนี้ก็ไม่ได้มาจากการขาดโอกาสจนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตนเองที่จะเลือกประกอบอาชีพที่ไม่ต้องใช้ใบปริญญาเพื่อการันตีคุณวุฒิ

“ผมทยอยถ่ายภาพจากที่ต่างๆ ต่างกรรมต่างวาระ ในช่วงประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าความคิดเกี่ยวกับเรื่องการเรียนปริญญาเคลื่อนมาจนถึงจุดที่ว่ามันถูกมองในแง่ลบ หรือมองในแง่ต่อต้านมันด้วยซ้ำ เอาเครื่องหมายห้ามขึ้นมาแล้วก็ขีดฆ่า “ปริญญาไม่ต้อง..ขับกระบะก็พอกิน” พูดถึงการยืนยันว่าการที่เราทำอาชีพที่ไม่มีปริญญามันไม่ใช่เพราะเราขาดโอกาสหรือเข้าไม่ถึง มันเป็นความชอบ เราตัดสินใจเลือกสิ่งนี้เอง

อันหนึ่งที่ฮิตมากช่วงหลังแต่ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเพราะมันยาวมาก “ปริญญาตรีกูบ่มีดอก..เพราะตอนนี้กูเอาตัวรอดจากประสบการณ์” ความคิดเกี่ยวกับการสร้างอัตลักษณ์หรือแสดงตัวตนว่าเราไม่จำเป็นต้องง้อปริญญา “อาชีพพ่อไม่ต้องง้อปริญญา” ลองไปค้นใน TikTok เจอคลิปจำนวนมาก แล้วก็มีตั้งแต่คนที่ทำงานในภาคเกษตรต่างๆ เครื่องจักรการเกษตร ไปจนถึงคนทำงานในโรงงาน ขับรถกระบะขับรถบรรทุกต่างๆ” สรัช กล่าว

จากข้อค้นพบข้างต้น สรัช เปิดประเด็นชวนคิดว่า “ทางแยกของวัฒนธรรม อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนเลือกเดินออกจากระบบการศึกษา เพราะมองว่าการศึกษาในระบบไม่ตอบโจทย์ของชีวิต” พร้อมฉายภาพวิถีชีวิตซึ่งที่ผ่านมาอาจถูกมองว่าเป็น “คนชายขอบ” โดยคนกลุ่มนี้มี “ศัพท์เฉพาะ” เช่น “ทรงซ้อ-ทรงเอ” ที่ช่วงแรกๆ คำคำนี้มีความหมายในแง่ลบ เพราะหมายถึง “เอเย่นต์” หรือผู้ที่หาเงินสร้างฐานะจากการขายยาเสพติด แต่ระยะหลังๆ ได้กลายไปเป็นรสนิยมในการแต่งตัวหรือใช้ชีวิตรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสมอไป,

“พ่อ (หรือแม่) น้องออนิว” หมายถึงผู้ที่นิยมใช้รถกระบะบางรุ่น-ยี่ห้อ, “ทรงเชง” หมายถึงวัฒนธรรมการแต่งกายและการใช้มอเตอร์ไซค์รูปแบบหนึ่ง เป็นต้น ในอดีตวัฒนธรรมย่อยแบบนี้อาจไม่ได้รับความสนใจจากสังคม แต่ปัจจุบันดูเหมือนจะเปลี่ยนไป เช่น วัฒนธรรมแบบทรงซ้อ กลายเป็นเนื้อหา (Content) ที่มีผู้เผยแพร่และได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) อย่าง TikTok

ดังนั้นคนกลุ่มนี้อาจไม่ใช่ชายขอบแบบที่คุ้นเคยกัน เหมือนในอดีตที่นักมานุษยวิทยาจะต้องออกจากศูนย์กลางไปทำการศึกษาวิถีชีวิตของกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมย่อย แต่กลายเป็นศูนย์กลางใหม่จากภูมิทัศน์ของสื่อที่เปลี่ยนไปด้วยการสร้างเรื่องเล่า (Narrative) ในวิถีตัวตนของตนเองซึ่งเป็นการท้าทายต่อระบบเดิม ทั้งระบบการศึกษาและระบบเศรษฐกิจที่ผูกหรือกำกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนเอาไว้

เช่น “เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Platform Economy)” ที่หัวข้อการสนทนาส่วนใหญ่ที่พบมักเน้นเรื่องของเทคโนโลยีใหญ่ๆ (Big Tech) หรือภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนอย่างไร แต่จริงๆ แล้วยังมีแง่มุมอื่นๆ ที่น่าสนใจดังตัวอย่างจากมิวสิกวีดีโอเพลง “อยากมีก็ต้องสร้าง” หรือเพลง “วัยรุ่นทรงซ้อ (วัยรุ่นสร้างตัว)” ซึ่งฉายภาพของคนรุ่นใหม่ที่พื้นเพทางเศรษฐกิจในครัวเรือนอาจไม่ดีนัก แต่ก็มีความฝันเรื่องการมีรายได้เพียงพอดูแลพ่อแม่ สามารถซื้อบ้านและรถยนต์ และเลือกทำมาหากินด้วยการขายของทางออนไลน์

“มันเป็นเหตุผลว่าทำไมความฝันของการที่จะเป็นนายตัวเองมันถึงพุ่งขึ้นมาสูงมาก (ประกอบธุรกิจส่วนตัว อยู่ในอันดับ 2ของการสำรวจอาชีพในฝันของเยาวชนไทย ปี 2567) คือผมคิดว่าสมัยก่อน คนหนึ่งที่คิดว่าเราอยากเป็นนายตัวเอง ทำธุรกิจ คงต้องคิดเยอะ แต่ว่าเราจะมีต้นทุนอะไรในชีวิต บ้านเรา-พื้นเพของเราจะมีอะไร Support (สนับสนุน) เราให้สามารถทำสิ่งนั้นได้ แต่ว่าแพลตฟอร์มเอื้อให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากรู้สึกว่าเข้าไปเป็นผู้เล่นในการขายของหรือเป็นเจ้านายตัวเองในแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้

แต่ว่าทีนี้ในขณะเดียวกัน ย้อนกลับไปความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากอาชีพใหม่ๆ จากแพลตฟอร์มต่างๆ ยูทูบเบอร์ สตรีมเมอร์เกมเมอร์ ขายของออนไลน์ต่างๆ มันเข้ามาเปลี่ยนความคิดความฝันของเยาวชน โดยที่มีเยาวชนกลุ่มหนึ่งเลยที่เขารู้ตัวแน่ว่าเขาไม่ไปตามระบบ เพราะเขามองว่าการเดินตามระบบการศึกษา เรียนต่อในระดับปริญญาตรีไม่ใช่คำตอบ” สรัช ระบุ

แต่การที่เยาวชนคนรุ่นใหม่เลือกทางเดินแบบนี้ สรัช เล่าถึงข้อค้นพบที่ตามมาว่า เกิดความตึงเครียดในครอบครัวโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะในขณะที่คุณค่า (Value) ในสายตาคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป แต่คนรุ่นพ่อแม่ยังมีความเข้าใจสังคมในรูปแบบเศรษฐกิจแบบเดิมๆ เช่น คาดหวังให้ลูกทำงานที่ดูแล้วที่มีความมั่นคง อาทิ รับราชการ หรือทำงานกับบริษัทเอกชนชั้นนำ ซึ่งก็หมายถึงการเรียนจบในระดับอุดมศึกษา

อนึ่ง ความตึงเครียดนอกจากจะเกิดขึ้นในครอบครัวแล้ว ยังรวมถึงระหว่างเยาวชนรุ่นเดียวกันแต่มีพื้นเพและชุดความคิดแตกต่างกันด้วย โดยการสำรวจของ 101 PUB ที่ร่วมกับศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว (คิด for คิดส์) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เก็บข้อมูลเยาวชน (อายุ 15-25 ปี) กลุ่มตัวอย่าง 2 หมื่นคนทั่วประเทศเมื่อ 2 ปีก่อน ในประเด็นเชิงคุณค่า 6 ด้าน คือ 1.ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 2.ความสัมพันธ์กลุ่ม 3.ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ 4.ประเด็นถกเถียงทางสังคม 5.เศรษฐกิจ-การเมือง และ 6.เพศสภาพ

โดยพบว่า “เยาวชนหรือคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในกลุ่มซึ่งอาจเรียกได้ว่าวัยรุ่นสร้างตัวจะมีพื้นเพมาจากครัวเรือนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ จะเชื่อเรื่องการพยายามเอาตัวรอดด้วยตนเอง ไม่เชื่อเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ และไม่สนใจแนวคิดเรื่องรัฐสวัสดิการที่รัฐเข้าไปคุ้มครองหรือเอื้ออำนวย (Provide) สวัสดิการพื้นฐานให้คนในสังคม” ซึ่งแตกต่างกับเยาวชนหรือคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนกำหนดวาระ (Agenda) การเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วง 2-3 ปีก่อน

หรือโดยสรุปก็คือ “กลุ่มวัยรุ่นสร้างตัวอาจเห็นด้วยกับหลักการประชาธิปไตยอย่างเคย (เช่น ผู้นำต้องมาจากการเลือกตั้ง) แต่ไม่ได้มองว่าชุดคุณค่าอื่นๆ (เช่น เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องเพศ) มีความสำคัญ หรือแม้แต่ไม่สนใจชุดคุณค่าเหล่านั้นเสียด้วยซ้ำไป” คล้ายกับที่ปรากฏในเนื้อเพลง “ไม่สนโลก” ซึ่ง สรัช เล่าว่า ในช่วงที่ไปเก็บข้อมูลใน จ.หนองบัวลำภู ได้ฟังเพลงนี้อย่างน้อยวันละ 5 รอบ เพราะเนื้อเพลงสะท้อนถึงวิถี “ปากกัดตีนถีบ” ที่ไม่สนใจว่าการเมืองหรือเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แต่สนใจเพียงการสู้ชีวิตของตนเองเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของครอบครัว

“พูดอย่างนี้เหมือนกับว่าเรากำลังจะบอกว่ามีเยาวชนกลุ่มใหม่ๆ ออกมาเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมใหม่ๆ เต็มไปหมด แล้วก็คงไม่มีความเป็นชายขอบอีกต่อไปหรือเปล่า? ก็คิดว่าคงไม่ใช่! คือคิดว่าอย่างไรนิยามความเป็นชายขอบก็ยังสำคัญอยู่ในแง่ที่ผมคิดว่ายังมีคนที่ตกหล่นออกไปจากความสนใจของสังคมอยู่มากแน่นอน รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับความเปลี่ยนไปในเศรษฐกิจแพลตฟอร์มด้วย” สรัช กล่าว

สรัช ทิ้งท้ายการบรรยายว่า เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมของกลุ่มวัยรุ่นสร้างตัว สำหรับคนที่สนใจประเด็นวัฒนธรรม จะมีแนวคิดอย่างหนึ่งคือ “ความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม (Cultural Intimacy)” หมายถึงวัฒนธรรมที่สัมพันธ์ระหว่างรัฐกับคนในสังคม กล่าวคือ มีกระบวนการที่รัฐพยายามสร้างอัตลักษณ์บางอย่างในเชิงความเป็นชาติ แล้วลบหรือกลบลักษณะอื่นๆ ที่ไม่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ดังกล่าวออกไป แต่อัตลักษณ์ที่รัฐพยายามสร้างนั้นก็ไม่ได้อยู่โดดๆ โดยลำพัง แต่อยู่ท่ามกลางลำดับชั้นของคุณค่าที่มาตั้งแต่ระดับโลกลงไปถึงระดับประเทศและภายในสังคมเดียวกัน

ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยเองก็กำลังอยู่ในคำถามที่ว่าประเทศควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร? มีวัฒนธรรมแบบไหน? จะไม่เอาแบบเดิมแต่สร้างใหม่ให้นุ่มลงหรือไม่? ซึ่งก็ยังไม่เห็นภาพ แต่ความน่าสนใจคือ ในความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดสิ่งท้าทายต่อระบบเดิมๆ ตลอดจนการมาของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ทำให้คนที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าอยู่ชายขอบและไร้อำนาจต่อรอง สามารถมีพื้นที่เพื่อผลักดันเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมของตนเองขึ้นมาได้ ก็อาจทำให้ลำดับชั้น (Hierarchy) ปรับเปลี่ยนไป

โดยในอดีตที่ผ่านมา จะพบการที่วัฒนธรรมย่อยมักถูกหยิบฉวยเอาความน่าสนุกหรือความน่าสนใจของเปลือกของการแสดงออกไปใช้อยู่เนืองๆ เช่น สื่อมักหยิบเรื่องของภาพลักษณ์การเต้นของคนที่ไปอยู่หน้ารถแห่ เหล่านี้มักจะถูกนำไปใช้โดยที่ไม่ได้สนใจชีวิตหรือบริบทความคิดของผู้ที่อยู่ในวัฒนธรรมนั้นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะหลังคือสถานะของวัฒนธรรมเหล่านี้มีที่ยืนของตนเองที่มั่นคงมากขึ้น และดูเหมือนจะได้รับการยอมรับมากขึ้น

“นอกจากรัฐหรือคนที่ทำงานคิดนโยบายแล้ว ผมคิดว่าการที่กลุ่มวัยรุ่นสร้างตัวกำลังเติบโตขึ้นมากๆ มาพร้อมกับ Value (คุณค่า) ที่อาจจะแตกต่างจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เราคุ้นเคยกันมากๆ มันก็เป็นงานที่คนที่ทำงานในด้านสังคมอื่นๆ คนที่ผลักดันประเด็นต่างๆ ก็อาจจะต้องให้ความสนใจแล้วว่า คนกลุ่มนี้ที่มีวัฒนธรรมแบบนี้และมีคุณค่าที่เชื่อมโยงกับชีวิตแบบนี้มีพื้นที่ มีที่ทาง มีอำนาจในทางเศรษฐกิจวัฒนธรรมมากขึ้น การขับเคลื่อนประเด็นในเชิงประชาธิปไตยในทางเศรษฐกิจต่างๆ จะต้องไปอย่างไรกันต่อ?” สรัช กล่าวทิ้งท้าย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved