วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ตร.จ่อหมายจับ
ผู้บงการ3-4ราย
ขโมยเรือน้ำมัน
พฐ.คุ้ยหลักฐาน
ตำรวจจ่อขออำนาจศาลออกหมายจับ3-4 คน เป็นกลุ่มผู้บงการนำเรือขนน้ำมันเถื่อนหลบหนี ชี้เรือหายทำให้มีพยานหลักฐานชัดเจนมากยิ่งขึ้น เร่งสอบปากคำลูกเรือที่ไม่ได้หลบหนี เชื่อมีผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังด้าน พฐ.รุดเก็บหลักฐานที่เรือทั้ง 3 ลำ ยังไม่เคลื่อนย้ายไปสัตหีบ หวั่นเกิดความเสียหายกับเรือของกลาง
เมื่อวันที่ 18มิถุนายน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป. พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผกก.2 บก.ปอศ.พร้อมคณะ ประชุมร่วมกับนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน หัวหน้าคณะทำงานอัยการ ในคดีจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน และกรณีที่เรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำที่จับกุมหายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จ.ชลบุรี โดย พ.ต.อ.ชัชวาล กล่าวว่า สำหรับกรณีการจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนเป็นคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล จึงเป็นคดีนอกราชอาณาจักร แต่ทำผิดตามกฎหมายไทย จึงต้องให้อัยการเข้าร่วมการสอบสวน
พ.ต.อ.ชัชวาล กล่าวต่อว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือในรายละเอียดทางคดีทั้งหมด ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงเมื่อมีผู้ต้องหาเข้ามารายงานตัว เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยส่วนของตำรวจ บก.ปอศ.ซึ่งเป็นเจ้าของคดีจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน ในความผิดตาม พ.ร.บ.สรรพากร และ พ.ร.บ.สรรพสามิต จะหารือกับอัยการในประเด็นการดำเนินการกับกลุ่มผู้ต้องหาและการขยายผลในขั้นตอนต่อไป ส่วนจะขยายผลไปถึงกลุ่มผู้บงการหรือไม่นั้น ตำรวจ บก.ปอศ.ได้ประสานข้อมูลการสืบสวนจากตำรวจบก.ป.และจะเสนอข้อมูลให้อัยการพิจารณาว่าพยานหลักฐานสาวถึงผู้ร่วมขบวนการรายใดบ้างซึ่งเพียงพอที่จะดำเนินคดี
ด้าน พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า ในส่วนของตำรวจ บก.ป.จะมีการประชุมหารือร่วมกับอัยการใน 3 ส่วน คือ 1.ส่วนของคดีจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน ที่ตำรวจบก.ป.เป็นชุดสืบสวน ก่อนที่จะส่งมอบข้อมูลให้พนักงานสอบสวน บก.ปอศ.ไปดำเนินคดีเรื่องเกี่ยวกับภาษี 2.ประเด็นการขยายผลเครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับคดีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน และ 3.เป็นเจ้าของคดีเรือที่หายไป 3 ลำ
รอง ผบก.ป.กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมก็จะเป็นการหารือในเรื่องรูปสำนวนให้รอบด้าน และการขยายผลจากกลุ่มผู้ต้องหาเดิม โดยทางตำรวจมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลส่วนหนึ่งอยู่ เป็นกลุ่มผู้บงการ 3-4 คน เพราะเมื่อมีคดีเรือหายขึ้นมา ทำให้ตำรวจมองเห็นความเชื่อมโยงต่างๆ มากขึ้น เห็นตัวละครสำคัญมากขึ้น พยานหลักฐานในคดีเดิมชัดเจนมากขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งหากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับ
พ.ต.อ.เอนก กล่าวต่อว่า ส่วนลูกเรือ 15 คนที่ลงเรือ 3 ลำที่หายไป พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับไว้แล้วทั้ง 15 คนในข้อหาเกี่ยวกับการเอาไปหรือทำลาย ซ่อนเร้น ทำให้สูญหาย ซึ่งทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 242 และ 158 และลักทรัพย์ของผู้อื่น เพราะที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งหมด 28คน ต่างคนต่างปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของเรือ และเจ้าของน้ำมัน ในเรือ ดังนั้นเรือกับน้ำมันจึงเป็นทรัพย์ของผู้อื่น การที่ผู้ต้องหา 15 คนนำเรือออกไป ก็เข้าข่ายลักทรัพย์ของผู้อื่น ซึ่งเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ติดตามจับกุมลูกเรือกลับมาได้ 8 คน ส่วนที่เหลืออีก 7 คนยังหลบหนี ซึ่งฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
วันเดียวกัน ที่ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 9 และเจ้าหน้าที่ ศปนม.ตร.ได้ขึ้นเรือขนน้ำมันเถื่อนของกลาง เพื่อเก็บหลักฐาน โดยแบ่งเป็นหลักฐานทางเคมีฟิสิกส์จำพวกการดัดแปลงสภาพเรือ การเคลื่อนย้ายน้ำมัน การดัดแปลงสภาพเครื่องยนต์ และหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสภาพเรือส่วนอีกงานคืองานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยจะเน้นลายนิ้วมือและดีเอ็นเอของลูกเรือที่ตกเป็นผู้ต้องหาทั้ง 8 คนรวมถึงบุคคลที่อาจจะขึ้นเรือหรืออยู่บนเรือในระหว่างการหลบหนีซึ่งจะต้องระบุตัวบุคคลให้ได้ว่ามีใครอยู่บนเรืออีกหรือไม่นอกเหนือจากลูกเรือทั้ง 8 คนที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้แล้ว สำหรับลูกเรือผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนและพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาไว้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับเรือของกลางทั้ง 3 ลำจะยังถูกจอดไว้ที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลาก่อนเนื่องจากการเคลื่อนย้ายไปที่ท่าเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จ.ชลบุรี ต้องใช้เวลาและเสี่ยงต่อการที่เรือจะได้รับความเสียหายด้วย โดยสำหรับเรือกำไรเงิน พบว่ามีความพยายามเปลี่ยนแปลงสภาพสีเรือใหม่ จากสีแดง เป็นสีเขียว แต่ยังทาสีไม่เสร็จทั้งหมด ก็ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมไว้ได้ก่อน ส่วนเรือเจพี และเรือดาวรุ่ง ที่เครื่องยนต์เสีย ทางเจ้าหน้าที่ได้ลากมาประกบกัน นำเข้าท่าเรือฯ ตั้งแต่ค่ำวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี