'นักวิชาการ'แปลกใจ กรมอุทยานฯใช้วิธีโหวตออนไลน์ มาตัดสินชะตาคนในเขตป่าทับลาน

'นักวิชาการ'แปลกใจ กรมอุทยานฯใช้วิธีโหวตออนไลน์ มาตัดสินชะตาคนในเขตป่าทับลาน

วันเสาร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 23.16 น.

'นักวิชาการ'มองอีกมุม!! ตั้งคำถามกรมอุทยานฯใช้วิธีการโหวตออนไลน์มาใช้ตัดสินชะตาของคนในเขตป่าทับลาน  ขณะที่ชาวบ้านที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีกลายเป็นผู้ไร้เสียง และถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วมในการตัดสินชะตากรรมของตนเอง หวั่นโมเดลโหวตออนไลน์ทับลานจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการใช้อภิสิทธิ์เสียงของชนชั้นกลางปิดปากเสียงของชาวบ้านในเขตป่าอื่นๆ เพาะความขัดแย้งคนกับป่าไม่จบสิ้น จี้ถามกรมอุทยานฯจะเลือกอย่างไรให้เป็นธรรม?

13 ก.ค. 2567 ศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Pinkaew Laungaramsri” เนื้อหาดังนี้


น่าแปลกที่กรมอุทยานฯนำเอาวิธีการโหวตออนไลน์มาเป็นตัวตัดสินเรื่องการเพิกถอนแนวเขตอุทยานทับลานที่ทับที่ดินชาวบ้าน  ทั้งที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่า วิธีดังกล่าวนั้น ให้อำนาจกับชนชั้นกลางที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับปัญหาป่าอุทยานทับที่ แต่เข้าถึงเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตได้มากกว่า กลับกลายเป็นผู้ตัดสินชะตากรรมของชาวบ้านในเขตป่า

คำถามสำคัญคือ แล้วเสียงของชุมชนในเขตป่ามากกว่า 4,000 ชุมชน 2 ล้านกว่าคน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง แต่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีออนไลน์ และเผลอๆไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มีการใช้วิธีการโหวตออนไลน์ตัดสินเรื่องสิทธิของพวกเขาอยู่ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา  กรมอุทยานฯจะเอาไปไว้ตรงไหน?

วิธีการโหวตออนไลน์ที่กรมอุทยานฯเอามาใช้ตัดสินชะตาของคนในเขตป่านี้ สร้างหลุมดำเรื่องสิทธิที่ให้อภิสิทธิกับชนชั้นกลางในเมือง ใช้เสียงที่ดังกว่า มีอำนาจกว่าของตนเองกลบทับเสียงคนในชนบทที่ไร้อำนาจ  ชาวบ้านในเขตป่านับล้านที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีออนไลน์ กลายเป็นผู้ไร้เสียง และถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วมในการตัดสินชะตากรรมของตนเองโดยสิ้นเชิง การกดทับเสียงชาวบ้านโดยชนชั้นกลางในเมือง และกลุ่มอนุรักษ์เขียวตกขอบ ที่สนับสนุนโดยกลไกราชการที่ไม่เป็นธรรม ในการเมืองเรื่องการอนุรักษ์​ เป็นแบบนี้เสมอมาตลอดหลายทศวรรษ และที่น่าเป็นห่วงคือ โมเดลโหวตออนไลน์ของทับลาน จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการใช้อภิสิทธิ์เสียงของชนชั้นกลางปิดปากเสียงของชาวบ้านในเขตป่าอื่นๆ กีดกันพวกเขาออกจากสิทธิในที่ดิน นำพาปัญหาความขัดแย้งเรื่องป่ากับคนวนลูปกลับมาที่เดิมไม่รู้จบสิ้น

สิ่งที่น่าสังเกตคือ การโหวตในพื้นที่ ทั้งในระดับชุมชน และในระดับจังหวัด ผลออกมาชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเพิกถอนแนวเขตอุทยานที่ทับที่ดินพวกเขา  ดิฉันเชื่อว่า ถ้าอุทยานฯเดินทางไปทำประชาพิจารณ์เรื่องนี้กับชุมชนทุกแห่ง -- 4,000 กว่าแห่งทั่วป่าอนุรักษ์ เสียงสนับสนุนการเพิกถอนแนวเขต น่าจะถล่มทลาย สวนทางกับเสียงของกลุ่มอนุรักษ์ในเมืองอย่างแน่นอน  อันเป็นสิ่งที่กรมอุทยานฯ ไม่ได้ทำ คำถามจึงได้แก่  เสียงของชาวบ้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับการถูกแย่งสิทธิในที่ดินโดยอุทยานทับลานนี้ จะถูกนับอย่างไร อย่างเป็นธรรม และสอดคล้องต่อการพยายามแก้ไขปัญหาอุทยานทับที่อย่างแท้จริง?

ขอบคุณข้อมูลเฟชบุ๊ก Pinkaew Laungaramsri 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top