'ศธ.'เล็งของบกลาง 200 ล้าน เยียวยาสถานศึกษา ถูกน้ำท่วมกว่า 544 แห่ง

'ศธ.'เล็งของบกลาง 200 ล้าน เยียวยาสถานศึกษา ถูกน้ำท่วมกว่า 544 แห่ง

วันพุธ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2567, 13.17 น.

'ศธ.'เล็งของบกลาง 200 ล้าน เยียวยาสถานศึกษา ถูกน้ำท่วมกว่า 544 แห่ง เตรียมระดม นศ. ศูนย์  fix it center ช่วยพื้นที่น้ำท่วม 21-22 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมประสานภารกิจ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. และผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ 


พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า เป็นการประชุมประสานภารกิจครั้งแรกของรัฐมนตรีใหม่ หลังจากแถลงนโยบายและมอบแนวทางขับเคลื่อนการศึกษาในรอบปีต่อไป โดยย้ำให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ขอให้มีแผนระยะ 3 ปี ตามวาระของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งการหารือระหว่างผู้บริหารองค์กรหลักที่มีการเปลี่ยนตำแหน่ง เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้รายงาน สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ โดยมีจังหวัดที่ได้รับผลกระมี 30 จังหวัด มีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 139,803 ครัวเรือน เสียชีวิต 45 ราย บาดเจ็บ 24 ราย โดยจำนวนนี้ มีสถานศึกษาสังกัดศธ. และหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ รวม 544 แห่ง แบ่งเป็น สังกัด สำนักงานปลัด ศธ. 1 แห่ง ในจังหวัดเชียงราย  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 6 แห่งใน 3 จังหวัด  สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) 36 แห่งใน 16 จังหวัด สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 456 แห่งใน 28 จังหวัด  และ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ. ) 45 แห่งใน 20 จังหวัด 

“ขอให้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในสถานศึกษาและหน่วยงาของ ศธ. โดยเฉพาะในพื้นที่ติดหรือใกล้แม่น้ำที่มีความเสี่ยงและเฝ้าระวัง ทั้งในการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ การเยียวและรับมือกับผลกระทบน้ำท่วม ตลอดจนการป้องกันในอนาคต ผมได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ได้รับทราบถึงการของบกลาง ให้แก่โรงเรียนและสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งมีสถานศึกษาหลายแห่งไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ อาคารสถานที่ สื่อการเรียนการสอน ชุดนักเรียน ได้รับความเสียหาย ดังนั้น ขอให้ทุกองค์กรหลักเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอของบกลางช่วยเหลือหน่วยงานและสถานศึกษาโดยเร็ว ขณะนี้จากการรายงานความเสียหายเบื้องต้น คาดว่าอาจต้องใช้งบประมาณช่วยเหลือเยียวยาประมาณ  200 ล้านบาท” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะขอให้นักศึกษาอาชีวะฯ จากศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน  fix it center ระดมคนมาช่วยพื้นฟูประชาชนในจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมให้กลับมาสู่สภาวะปกติให้เร็ว ขณะนี้ทางศูนย์ฯเตรียมพร้อมอย่างไร  พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมช หรือ  fix it center มีความพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลื่องประชาชน ซึ่งได้มีการหารือกันแล้ว รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี  และนายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญในเรื่องการให้ความช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม  

สำหรับในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ นายรอยน จิตรดอน ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ก็ได้อยู่ในคณะทำงานช่วยเหลือน้ำท่วมด้วย ก็จะนำนักศึกษาใน ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน  fix it center เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วม และจะของบฯสนับสนุนจากรัฐบาลในการเข้าไปช่วยซ่อมบำรุงและการดูแลพี่น้องประชาชน โดยในวันที่ 21-22 ก.ย.นี้ จะมีนักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่อยู่ในพื้นที่น้ำไม่ท่วม จำนวน 20 สถาบัน เดินทางเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมต่างๆต่อไป

“ศูนย์  fix it center เราทำอยู่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็เดินทางไปพื้นที่น้ำท่วม จ.เชียงราย ซึ่งเลขาธิการ กอศ.ก็ได้ระดมสรรพกำลังของวิทยาลัยอาชีวะฯต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งผมก็ไปปล่อยแถวขบวนคาราวานออกไปสนธิกำลังร่วมกับ ปภ.และผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม“ พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top