533.jpg
มติเอกฉันท์! 'ดิไอคอน' เข้าองค์ประกอบแชร์ลูกโซ่ ชงอธิบดี DSI เซ็นรับเป็นคดีพิเศษ

มติเอกฉันท์! 'ดิไอคอน' เข้าองค์ประกอบแชร์ลูกโซ่ ชงอธิบดี DSI เซ็นรับเป็นคดีพิเศษ

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.38 น.
Tag :

ดีเอสไอ ประชุมร่วมCIB เผยพบเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่รับคดี “ดิไอคอน” เป็นคดีพิเศษ  ด้าน“พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม” รองผบช.ก. แจงไม่ได้ผลักภาระให้DSI และหลักฐานพิสูจน์ความผิดตำรวจสอบสวนดำเนินการไปเกิน 70 %แล้ว

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และในฐานะโฆษกดีเอสไอ ร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก.  พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต. มนตรี เทศขัน ผบก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีดิไอคอน ก่อนพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ


โดย ร.ต.อ.วิษณุ เผยภายหลังการประชุม ว่าวันนี้เชิญพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) มาร่วมรับฟังข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อเป็นประโยชน์ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ของดีเอสไอพิจารณา ชัดเจนว่าเป็นความผิดที่เข้าข่าย พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน รวมถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งอยู่ในบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการกลั่นกรองจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ โดยจะรีบเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ

ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า ในส่วนพยานหลักฐานที่นำมาสู่มติเป็นเอกฉันท์ของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ว่าคดีเข้าข่ายคดีพิเศษ คือข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ตำรวจสอบสวนกลางนำมาให้ ทั้งแผนประทุษกรรม แผนการตลาดจากคอมพิวเตอร์ งบการเงิน รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นความผิด พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยสำนวนที่รับมาจากตำรวจที่จะเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาบ่ายนี้ จะแยกเป็นอีกคดี ซึ่งเป็นคนละส่วนกับคดีฟอกเงินที่ดีเอสไอรับดำเนินการก่อนหน้านี้ เพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์ต่างกรรม ต่างวาระกัน

ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันกับตำรวจสอบสวนกลางในลักษณะการบูรณาการ ซึ่งหลังจากรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ตำรวจก็ยังสามารถมาสอบปากคำร่วมได้ การรับเป็นคดีพิเศษจะไม่ใช่การตัดอำนาจของตำรวจ แต่เป็นการทำงานคู่ขนานกันอย่างที่ทำมาตลอด พร้อมชื่นชมการทำงานของกองบัญชา การตรวจสอบสวนกลางที่ใช้เวลาจำกัดรวบรวมพยานหลักฐานมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพ ป้องกันการทำลายเป็นหลักฐาน จนกระทั่งมีการส่งเรื่องมาให้ดีเอสไอเป็นเจ้าภาพ ซึ่งขณะนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางก็ยังมีการส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาให้กับดีเอสไออยู่ตลอดเวลา

ต่อข้อถามว่าหลังจากนี้หากดีเอสไอจะสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม รวมทั้งการออกหมายจับผู้ต้องหาหมายจับรวดเร็วเหมือนตำรวจสอบสวนกลางหรือไม่ ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า จะต้องมีการประชุมและพิจารณากัน แต่ทั้งนี้ต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน ซึ่งดีเอสไอมีการพิจารณาร่วมกับพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางด้วย สำหรับการออกหมายจับผู้ต้องหาล็อตที่2 ยังตอบไม่ได้ชัดว่าจะออกหมายจับภายในระยะเวลาเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่าทำให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ต้องทันก่อนฝากขังผัดสุดท้ายของผู้ต้องหา ซึ่งหากเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนได้เพียง 4 ฝาก แต่ถ้าพิจารณาความผิดจนสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มใน พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จะรวมแล้วได้ 7 ฝาก โดยจะมีหนังสือเชิญอัยการสูงสุดมาเป็นที่ปรึกษาในคดี รวมถึงเชิญผู้เชี่ยวชาญทุกด้านที่เกี่ยวข้องมาดูเรื่องข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้คดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อถามว่าทนายบอสพอลบอกว่าจะส่งข้อมูลกลุ่มแม่ข่ายมาให้ดีเอสไอนั้น ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี จะต้องมาดูว่ามีลักษณะอย่างไรและมีพฤติการณ์สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้อย่างไรได้บ้าง ยืนยันว่าอะไรที่ส่งมาแล้วเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็ยินดี แต่เอกสารทั้งหมดต้องสอดรับกับพยานหลักฐานที่อ้าง และสอดรับทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น เส้นทางการเงิน ซึ่งจะบอกเองว่าใครได้รับประโยชน์และเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาล็อตแรกซึ่งอยู่ในเรือนจำ  สำหรับการรับแจ้งความจากผู้เสียหายคดีดิไอคอนนั้น ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวว่า  ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังรับดำเนินการอยู่ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป ทางดีเอสไอและตำรวจสอบ สวนกลางยังทำงานร่วมกันใน 2 มิติ คือดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป และติดตามยึดทรัพย์เพื่อส่ง ปปง.ดำเนินการ

ร.ต.อ.วิษณุ กล่าวอีกว่า  กรณีเซิร์ฟเวอร์ที่ยึดได้ รวมถึงข้อมูลหลักฐานต่างๆ มีการเก็บเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไว้ในสำนวน ส่วนนาฬิกาที่ทนายของบอสพอลบอกว่าเป็นของบอสออฟนั้น ขณะนี้ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการยังไม่ออกมาว่าเป็นของแท้หรือของปลอม ซึ่งส่วนตัวมองไว้หลายประเด็น หากเป็นของแท้ก็จะเป็นประโยชน์กับผู้เสียหาย แต่หากเป็นของปลอมก็เตรียมยึดของกลางในคดี เพราะมองได้ว่าอาจเป็นการใช้จัดฉากเพื่อหลอกลวงประชาชน ส่วนรถหรูต่างๆ ที่ตำรวจสอบสวนกลางทยอยยึดไว้ก่อนหน้านี้ก็มีการบูรณาการร่วมกัน ซึ่งสุดท้ายจะต้องส่งไปให้ ปปง. ดำเนินการทั้งหมด

ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. กล่าวว่า เดิมตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.ที่มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับCIB ทางฝ่ายสืบพบว่าฝ่ายผู้ต้องหามีพฤติกรรมจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและอาจหลบหนีอออกไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นหลักฐานพอจะออกหมายจับข้อหาฉ้อโกง จึงต้องดำเนินการออกหมายจับตามความผิดในข้อหาข้างต้นก่อน  และภายหลังจับกุมตัวผู้ต้องหามาแล้ว พงส.ได้สอบปากคำผู้เสียหายกว่า 8,000 ปาก และฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบพยานหลักฐาน และพยานบุคคล รวมทั้งเส้นทางการเงินสรุปได้ว่ามีหลักฐานพอสมควรว่าเป็นความผิดตามพรก.กู้ยืมเงิน เพื่อการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งตามกฎหมายกำหนดว่าเข้าข่ายคดีพิเศษ

“ขอชี้แจงว่าเราไม่ได้ต้องการโยนภาระหรือผลักภาระ เรียนว่าเป็นไปตามกฎหมาย หากเราไม่ส่งมาจะเป็นปัญหาเรื่องอำนาจการสืบสวน ดังนั้น เมื่อเข้าลักษณะคดีพิเศษและมีพยานหลักฐานตามสมคสวรว่าเข้าคดีพิเศษ จึงต้องรีบส่งสำนวนคดีมายังดีเอสอ ซึ่งผบ.ตร และพล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผช.ผบ.ตร .ได้กำชับตนว่าให้ส่งกรมสอบสวนคดีพิเศษทุกอย่างทั้งพยานผู้เสียหาย เรื่องการสืบสวนที่เราได้ดำเนินการมา โดยสามารถเดินต่อจากเราได้โดยไม่ต้องนับ1ใหม่ และให้มีการประสานงานกัน ซึ่งมีเอกสารหลายร้อยกล่อง หากให้ดีเอสไออ่านเองทั้งหมดจะใช้เวลานานมาก

สำหรับสำนวนคดีดิไอคอนที่นำมาส่งให้ดีเอสไอแล้วถือว่าดำเนินการไปกี่เปอร์เซนต์นั้น พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับหลักฐานพิสูจน์ความผิดทางตำรวจสอบสวนดำเนินการไปเกิน70 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนการสรุปบอดผู้เสียหายนั้นต้องให้ทางดีเอสไอพิจารณาว่าจะตัดยอดแต่ละล๊อตอย่างไรเพราะไม่เช่นนั้นจะขยายออกไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ทางตร.ยังคงรับเรื่องแจ้งความและจะส่งมาให้ดีเอสไอ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top