เจิมศักดิ์ ผ่าเกมตั้งที่ปรึกษาข้ามขั้ว เมื่อ การระดมสมอง ปะทะ จรรยามารยาททางการเมือง
เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า " เมื่อ “การระดมสมอง” ปะทะ “จรรยามารยาททางการเมือง”: บทเรียนจากการตั้งที่ปรึกษาข้ามขั้ว
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รุมเร้า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แสดงความกระตือรือร้นในการดึง “ผู้มีชื่อเสียงและนักวิชาการ” เข้ามาร่วมเป็นทีมที่ปรึกษาถือเป็นเจตนาที่ดีในการบริหารราชการแผ่นดิน
แต่เมื่อปรากฏชื่อของ “รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน” ร่วมอยู่ในโผนั้นด้วย ก็นำมาสู่คำถามสำคัญจากสังคมถึงความเหมาะสมและบรรทัดฐานทางการเมือง
1. หัวใจของการตรวจสอบและถ่วงดุล (Checks and Balances)
ในระบอบประชาธิปไตย หน้าที่ของ “ฝ่ายค้าน” คือการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น
การที่บุคลากรระดับบริหารของพรรคฝ่ายค้านเข้าไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาในฝั่งรัฐบาล แม้จะอ้างว่า “ทำเพื่อชาติ” แต่ในทางปฏิบัติย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิด ความขัดแย้งในบทบาทหน้าที่ (Conflict of Roles)
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเข้มแข็งของสถาบันพรรคการเมืองในระยะยาว
2. บทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540: ประสิทธิภาพที่ไม่ต้องสร้างภาพลักษณ์
หากย้อนมองไปในอดีต หลังช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง รัฐบาลชวน โดยรัฐมนตรีคลังธารินทร์ นิมมานเหมินทในขณะนั้น ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนเข้ามาหารืออย่างต่อเนื่องเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ
แต่ความต่างที่สำคัญคือ "วิธีการ" การหารือในครั้งนั้นเน้นไปที่เนื้อหาสาระและความเป็นมืออาชีพ โดยไม่ได้มุ่งเน้นการประกาศตัวบุคคลเพื่อหวังผลทางประชาสัมพันธ์หรือนัยทางการเมือง
3. ทางออกที่สง่างาม: ร่วมมือได้...โดยไม่ต้องข้ามเส้น
หากรัฐมนตรีต้องการรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์จากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง โดยไม่ทำลายกลไกการตรวจสอบของสภาฯ มีแนวทางที่สามารถทำได้ ดังนี้:
- การหารือแบบ Ad hoc (เฉพาะกิจ): เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นตามประเด็นปัญหาเป็นครั้งคราว แทนการแต่งตั้งเข้าโครงสร้างบริหารอย่างเป็นทางการ
- ใช้กลไกคณะกรรมาธิการ: ปรึกษาหารือผ่านเวทีสภาฯ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการทำงานร่วมกันของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างมีระเบียบตามรัฐธรรมนูญ
- เน้น "เนื้อหา" มากกว่า "ตัวตน": การรับฟังความเห็นโดยไม่มุ่งเน้นการทำ PR จะช่วยให้การทำงานมุ่งไปที่การแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง และลดข้อครหาเรื่องการ "กินรวบ" ทางการเมือง
บทสรุป
การทำเพื่อชาตินั้นมีหลายวิธี แต่การทำโดยรักษา "มารยาททางการเมือง" และ "ให้เกียรติบทบาทหน้าที่" ของกันและกัน คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้สถาบันการเมืองไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
ความปรารถนาดีต่อประเทศเป็นเรื่องน่าชื่นชม แต่จะดียิ่งกว่าถ้าความหวังดีนั้นมาพร้อมกับวิธีการที่รักษาความสมดุลของระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงสืบไป"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี