วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
กทม. ลุยตรวจชุมชนเสี่ยงป้องกันเพลิงไหม้ ผนึกกำลัง 3 ส่วน สปภ.-มหาวิทยาลัย-วสท. เริ่มมี.ค.นี้
น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะชุมชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เข้าถึงยาก ชุมชนอาคารสูง รวมถึงโรงแรม สถานประกอบการ และอาคารที่ปรับเป็นที่พักโรงแรมขนาดเล็ก โดยแบ่งดำเนินการเป็น 3 ส่วนคือ 1.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ลงตรวจชุมชนตามแผน มีชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับ กทม. 2,004 ชุมชน 5 แสนหลังคาเรือน จะมีตรวจใน 2 กลุ่ม คือ สปภ. ร่วมกับเขตลงตรวจ และ กทม.ให้มหาวิทยาลัยภาคเทคนิคไฟฟ้า ลงตรวจให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไข สภาพบ้าน สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เสี่ยงเกิดเพลิงไหม้ เพื่อที่จะหาแนวทางหรือจัดหางบประมาณส่วนไหนไปช่วยชุมชนปรับให้ปลอดภัยขึ้นได้บ้าง
2.ผู้ว่าฯชัชชาติ สั่งการตรวจเพิ่มในส่วนโรงแรมขนาดเล็ก หรือโฮสเทล โดย กทม.ทำเช็คลิสต์ (รายการตรวจสอบ) ตามกฎกระทรวง จะเป็นการลงไปให้คำแนะนำ ขอความร่วมมือปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น และ 3.กทม. ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ตรวจชุมชนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกทม. รวมถึงห้องแถวที่เป็นร้านค้าและที่พักอาศัยซึ่งมีความเสี่ยงเพลิงไหม้ด้วย จะลงพื้นที่ตรวจให้คำแนะนำจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยและป้องกันเหตุเพลิงไหม้ โดย วสท.ได้สำรวจทำแผนที่ที่จะลงไปตรวจแล้ว จะเริ่มตรวจตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นไป โดยจะมีการแจ้งให้ประชาชนทราบก่อนลงตรวจ
“การตรวจชุมชนทั้งที่ขึ้นทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียน จะเน้นในชุมชนที่มีทางเดินแคบ สภาพบ้านเก่า เป็นบ้านไม้ มีสายไฟ สายสื่อสารเยอะ อุปกรณ์ไฟฟ้าแย่ การใช้แก๊ส รวมถึงสารเคมีในชุมชนที่มีการเก็บสะสม โดยจะกำหนดรายละเอียดไว้ในแผนการตรวจชัดเจน ทั้งนี้ จากสถิติเหตุเพลิงไหม้ในกทม. วันละ 15-20 เคสเป็นเหตุไหม้ในชุมชน 4-5 เคส สาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจรทั้งในและนอกอาคาร อีกประมาณ15 เคส เป็นเหตุไหม้หญ้า นอกจากนี้ ยังมีเหตุมากกว่านั้นเป็นไฟไหม้ที่ประชาชนใช้ถังดับเพลิงชุมชนดับได้เองจะไม่ได้บันทึกเคส การลงพื้นที่ชุมชนจึงสำคัญ”รองผู้ว่าฯทวิดา กล่าว
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กล่าวว่า สปภ. ดำเนินการตามแผนลงพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เข้าถึงยาก อุปสรรคที่สำคัญคือ รถดับเพลิงและรถน้ำไม่สามารถเข้าถึงจุดเพลิงไหม้ได้เนื่องจากเป็นซอยแคบ ได้ประสานสำนักงานเขต จัดทำแผนเผชิญเหตุอัคคีภัยในแต่ละชุมชน และกำหนดให้ฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟร่วมกับสำนักงานเขตและสถานีดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งสนับสนุนเครื่องดับเพลิงยกหิ้วฯ ให้กับชุมชนไว้ป้องกันตนเองในเบื้องต้น
ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วยกันสำรวจตรวจตราอุปกรณ์ไฟฟ้า สายไฟภายในอาคารบ้านเรือน หากมีสภาพเก่า หรือชำรุด ขอให้ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย ตลอดจนให้คำแนะนำ การตรวจตราเฝ้าระวัง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนที่มีการจุดธูปเทียนจำนวนมาก ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบเหตุเพลิงไหม้ หรือเหตุสาธารณภัยสามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน โทร. 199 ตลอด 24 ชั่วโมง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี