5 เมษายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เจาะลึกดราม่า "ม.รังสิต vs อ.โต้ง": จากปมแฉทุจริตดิน สู่การเลิกจ้างฟ้าผ่าแบบไร้ค่าชดเชย
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการศึกษาและกระบวนการยุติธรรม เมื่อนักอาชญาวิทยาชื่อดัง รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ "อาจารย์โต้ง" ถูกเลิกจ้างกะทันหัน นำมาสู่การตอบโต้ผ่านแถลงการณ์และการยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อทวงความยุติธรรม!
ฝั่งมหาวิทยาลัยรังสิต: "เลิกจ้างเพราะบิดเบือนข้อเท็จจริง"
มหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์ชี้แจง 3 ประเด็นหลัก เพื่อยืนยันว่าการเลิกจ้างเป็นไปตามกฎหมายและธรรมาภิบาล:
1.การพ้นตำแหน่งบริหาร: ชี้แจงว่าเมื่อมีการแต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ในเดือน ก.ค. 2568 รองอธิการบดีชุดเดิมต้องพ้นตำแหน่งตาม พ.ร.บ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน มาตรา 39 โดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การสั่งปลดเพราะไปปราบทุจริต
2. ปมขโมยดิน 140 คันรถ: มหาวิทยาลัยยืนยันว่าเป็น "ข้อมูลเท็จ" แท้จริงแล้วเป็นการขนย้ายขยะและปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้าง ผลสอบสวนภายในระบุไม่มีหลักฐานการกระทำผิดอาญา
3. เหตุผลการเลิกจ้าง: คณะกรรมการสอบสวน (ประธานโดย ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ) มีมติเอกฉันท์ให้ “ลงโทษสถานหนัก" โดยไม่จ่ายค่าชดเชย เนื่องจากมองว่านำเรื่องเท็จไปป่าวประกาศ ทำให้สถาบันเสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรง
ฝั่งอาจารย์โต้ง: "ถูกทุบเพราะขุดคุ้ยความไม่โปร่งใส"
อาจารย์โต้งเดินหน้ายื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร. เพื่อติดตามคดีลักทรัพย์ โดยให้ข้อมูลในมุมที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง:
• หลักฐานมัดตัว: ยืนยันมีคลิป CCTV และระบบ LPR บันทึกการขนดินออกไปจริง รวมถึงมีบันทึกรับสารภาพจากบริษัทรถขนดิน
• คดีอาญาที่ยอมความไม่ได้: ตั้งข้อสังเกตว่ามีการถอนแจ้งความหลังจากเปลี่ยนตัวอธิการบดี ทั้งที่ข้อหา "ลักทรัพย์นายจ้าง" เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ตำรวจต้องดำเนินคดีต่อ!
• คำท้าพิสูจน์: ท้าให้มหาวิทยาลัย "ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกัน" ต่อหน้าสื่อมวลชน ตัวแทนกระทรวง อว. และตำรวจ เพื่อเปิดหลักฐานทีละประเด็น
• เสียงสะท้อน: "ท่านจะทุบผมไม่เป็นไร แต่อย่ามาทุบความยุติธรรมของคนในประเทศนี้"
เลิกจ้างฟ้าผ่า ไร้ค่าชดเชย: ประเด็นที่สังคมสงสัย
ทำงานมา 17 ปี ทำไมถึงไม่ได้ค่าชดเชย? มหาวิทยาลัยอ้างว่าเป็นการลงโทษทางวินัยสถานหนัก ซึ่งในทางกฎหมายหากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างทำผิดร้ายแรง นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
คำถามคือ: สิ่งที่ อ.โต้ง เปิดเผย เป็น “ข้อมูลเท็จโดยเจตนา” หรือ “การร้องเรียนโดยสุจริต” ...นี่คือจุดชี้ขาดของคดี!
ปมกฎหมาย: มาตรา 23 กับสิทธิของลูกจ้าง
กฎหมายเฉพาะใน มาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ระบุว่ากิจการสถาบันฯ ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่! ในวรรคถัดไปกำหนดชัดเจนว่า: "ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน"
สรุปคือ สิทธิขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่ากฎหมายแรงงาน มาตรา 23 ไม่ใช่เกราะคุ้มกันให้นายจ้างเลิกจ้างใครก็ได้โดยไม่จ่ายเงิน!
ฟ้องศาลไหน?
คำตอบคือ “ศาลแรงงาน” เท่านั้น! เนื่องจากเป็นข้อพิพาทตามสัญญาจ้างแรงงานของสถาบันเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ จึง ไม่ใช่คดีปกครอง ที่ต้องฟ้องต่อศาลปกครอง
หากขึ้นศาล ผลจะออกมาอย่างไร?
หากคดีเข้าสู่ศาลแรงงาน ประเด็นที่ศาลจะพิจารณาคือ
1) มีเหตุเลิกจ้างร้ายแรงจริงหรือไม่
หากมหาวิทยาลัยพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จโดยเจตนา มหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
แต่หาก อ.โต้ง พิสูจน์ได้ว่ามีหลักฐานรองรับและกระทำโดยสุจริต ศาลอาจเห็นว่าไม่ใช่ความผิดร้ายแรง
2) สิทธิเรียกค่าชดเชย
หากศาลเห็นว่าเลิกจ้างไม่ชอบ มหาวิทยาลัยอาจต้องจ่าย
ค่าชดเชยตามอายุงาน
ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
สำหรับอายุงาน 17 ปี ตัวเลขอาจสูงอยู่ไม่น้อย
บทส่งท้าย
คดีนี้สะท้อนคำถามใหญ่ถึง "Whistleblower" หรือผู้ตรวจสอบความโปร่งใสในองค์กรว่าจะได้รับการคุ้มครองแค่ไหน? และธรรมาภิบาลในสถาบันการศึกษาไทยควรเป็นอย่างไร?
ต้องรอติดตามว่าบทสรุปที่ศาลแรงงานจะเป็นอย่างไรครับ!
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
4/4/69
#อาจารย์โต้ง #มหาวิทยาลัยรังสิต #ดราม่ามรังสิต #ความยุติธรรม #กฎหมายแรงงาน #ทุจริต #อาชญาวิทยา #ข่าวการศึกษา #ธรรมาภิบาล #Whistleblower
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี