533.jpg
เส้นแบ่งอันตรายของ พ.ร.ก.กู้เงิน วัส ติงสมิตร กางรัฐธรรมนูญ เตือน รัฐบาล

เส้นแบ่งอันตรายของ พ.ร.ก.กู้เงิน วัส ติงสมิตร กางรัฐธรรมนูญ เตือน รัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.07 น.

วันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นการตรา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ของรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นถึงความสุ่มเสี่ยงในการใช้ช่องว่างทางกฎหมายที่อาจกระทบต่อหลักการถ่วงดุลอำนาจ จนกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "เมื่อรัฐบาลใช้ ‘ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ’ แทน ‘ภาวะฉุกเฉิน’: เส้นแบ่งอันตรายของ พ.ร.ก.กู้เงิน

รัฐบาลทุกประเทศล้วนต้องการ “เครื่องมือพิเศษ” ในการรับมือวิกฤต แต่ในระบอบประชาธิปไตย เครื่องมือเหล่านี้ย่อมต้องแลกมาด้วย “เงื่อนไขพิเศษ” เสมอ เพราะยิ่งอำนาจฝ่ายบริหารขยายตัวมากเพียงใด กลไกตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติยิ่งต้องเข้มแข็งขึ้นตามไปเท่านั้น


วัส ติงสมิตร

รัฐธรรมนูญไทยจึงกำหนดให้การตรา “พระราชกำหนด” (พ.ร.ก.) เป็นเพียง "ข้อยกเว้น" ไม่ใช่ "หลักปกติ" โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เงิน ที่กระทบต่อฐานะการคลังระยะยาว และผูกพันเป็นหนี้สาธารณะที่ประชาชนทุกคนต้องแบกรับ

พ.ร.ก. ไม่ใช่ทางลัดทางการเมือง ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก. ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ใน “สถานการณ์ผิดปกติ” ที่รอไม่ได้จริงๆ เช่น สงคราม, ภัยพิบัติร้ายแรง, วิกฤตการเงินฉับพลัน หรือเหตุคุกคามความมั่นคง โดยต้องเป็นกรณี “ฉุกเฉินและมีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” หากรัฐบาลสามารถตีความว่า "เศรษฐกิจชะลอตัว" เท่ากับ "ภาวะฉุกเฉิน" ได้ทุกครั้ง ข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญก็แทบไม่เหลือความหมายอีกต่อไป

บทเรียนจากบรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญ: คดี "ไทยเข้มแข็ง" (2552) หากจะพิจารณาเส้นแบ่งความ "ฉุกเฉิน" เราต้องย้อนไปดู คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 11/2552 กรณี พ.ร.ก.กู้เงินไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท ซึ่งศาลได้วางบรรทัดฐานที่น่าสนใจไว้ดังนี้: มติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1: วินิจฉัยว่า "ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ" เหตุผลสำคัญ: ในขณะนั้นโลกเผชิญวิกฤต Subprime ที่กระทบส่งออกและท่องเที่ยวไทยอย่างรุนแรง ศาลมองว่าหากรอออกเป็น พ.ร.บ. ปกติ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะขาดช่วงและไม่ทันต่อวิกฤตการณ์โลก

ดุลพินิจฝ่ายบริหาร: ศาลระบุว่าการพิจารณาความ "ฉุกเฉินรีบด่วน" เป็นเรื่องในทางบริหาร ซึ่งรัฐบาลมีข้อมูลเชิงลึกมากกว่า ศาลจึงให้ความเคารพต่อดุลพินิจนั้น เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ "ชัดแจ้ง" ว่าไม่มีความจำเป็นเลย บรรทัดฐานนี้เองที่เป็นทั้ง "เกราะคุ้มกัน" ให้ฝ่ายบริหาร และเป็น "โจทย์ใหญ่" ว่าปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความ "ชัดแจ้ง" หรือ "รุนแรง" เทียบเท่าวิกฤตการเงินโลกในครั้งนั้นหรือไม่?

วัส ติงสมิตร

เปรียบเทียบยุคโควิด-19: เมื่อความฉุกเฉินมีอยู่จริง ในยุคโควิด รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน ท่ามกลางการล็อกดาวน์และระบบสาธารณสุขที่ตึงตัว ซึ่งมีลักษณะของ “ภัยฉุกเฉินสาธารณะ” ชัดเจน แต่หากวันนี้รัฐบาลใช้ตรรกะเดียวกันกับสภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ความแตกต่างระหว่าง "วิกฤตชาติ" กับ "ปัญหานโยบาย" จะเริ่มเลือนหาย และนั่นคือจุดอันตราย! 

อันตรายที่แท้จริง: บรรทัดฐานทางอำนาจ สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าตัวเลขหนี้ คือ “การขยายตัวของดุลพินิจ” หากรัฐบาลหนึ่งอ้างเหตุเศรษฐกิจเพื่อเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของสภาได้ รัฐบาลต่อๆ ไปก็ย่อมทำได้เช่นกัน จน พ.ร.ก. อาจค่อยๆ เปลี่ยนจาก "ข้อยกเว้น" กลายเป็น "เครื่องมือปกติ"

นี่คือสิ่งที่นักกฎหมายรัฐธรรมนูญเรียกว่า “การขยายอำนาจฝ่ายบริหารผ่านภาวะยกเว้น” (Expansion of Executive Power through the State of Exception) [????️] ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนสังคมไม่ทันสังเกต

ประชาธิปไตยไม่ได้ล่มสลายในวันเดียว ความเสื่อมถอยมักเริ่มจากการทำให้ "มาตรการพิเศษ" กลายเป็นเรื่องปกติ การอภิปรายในสภาอาจใช้เวลาและถูกฝ่ายค้านตรวจสอบ แต่นี่คือ “ต้นทุนของประชาธิปไตย” ไม่ใช่อุปสรรคที่ฝ่ายบริหารควรหลีกเลี่ยง เพราะความโปร่งใสคือรากฐานของเสถียรภาพที่ยั่งยืน

วัส ติงสมิตร

เส้นแบ่งที่สังคมต้องช่วยกันเฝ้า รัฐบาลย่อมมีหน้าที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่สังคมต้องตั้งคำถามไม่ใช่เพียง "จะกู้หรือไม่" แต่คือ "รัฐบาลกำลังใช้อำนาจภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดเพียงใด" เพราะหากวันหนึ่ง “ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ” แทนที่ “ภาวะฉุกเฉิน” ได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่สูญหายไปอาจไม่ใช่แค่เงินงบประมาณ แต่คือหลักการถ่วงดุลอำนาจของระบอบรัฐสภาไทย

วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 9/5/69 #พรกกู้เงิน #ไทยเข้มแข็ง #ศาลรัฐธรรมนูญ #หนี้สาธารณะ #ตรวจสอบรัฐบาล #ประชาธิปไตย #เศรษฐกิจไทย #กฎหมายรัฐธรรมนูญ #วัสติงสมิตร"

หลังจากโพสต์ของ วัส ติงสมิตร นี้เผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นแตกออกเป็นหลายมุมมอง เช่น

"ขอบพระคุณท่านอาจารย์ฯมากครับ"

"ขอขอบพระคุณ"

"ครับท่าน รัฐบาล ใช้อำนาจ เป็นไปตามกฎหมายเท่าเมื่อไรใช้เกินขอบเขตหรือนอกเหนืออำนาจฝ่ายนิติบัญญัติต้องเข้มแข็งประโยชน์ตกกับประชาชน"

"เขียนได้ดีมากครับ ท่านอาจารย์"

"ถ้าอ้างความจำเป็น คงต้องกู้เป็นรายปี"

"ผมมองว่า ภาวะยิ่งกว่าฉุกเฉินกำลังจะมาถึงอย่างที่คาดไม่ถึง และหากในยามนั้น ไม่มีทรัพยากรเพียงพอ เกรงว่าจะมีปัญหามากกว่าที่เราคิดครับ"

"น่าสนใจครับ"

วัส ติงสมิตร

วัส ติงสมิตร

วัส ติงสมิตร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top