วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 1/2568 โดยมี คณะกรรมการสภาการศึกษา และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมประชุมรูปแบบผสมผสาน ออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
โดยที่ประชุมพิจารณาเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ดังนี้ 1.(ร่าง) มาตรฐานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นมาตรฐานกลางสำหรับเทียบเคียงในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีจริยธรรม จำนวน 4 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 การเข้าถึงและความเสมอภาคทางเทคโนโลยีดิจิทัล มาตรฐานที่ 2 การออกแบบการเรียนรู้และนำตนเองเชิงสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ 3 การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้มาตรฐานที่ 4 การสนับสนุนผู้เรียน ผู้สอนผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา
2.ข้อเสนอการติดตามและประเมินผลการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาของไทยในเวทีโลก เพื่อได้ข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล วิเคราะห์เป็น 5 มิติ ได้แก่ 1) ด้านคุณภาพการศึกษา การยกระดับการสอนตามแนวทาง PISA พัฒนาแพลตฟอร์มข้อสอบออนไลน์ บูรณาการเทคโนโลยีและ AI ในการเรียนการสอน ปรับปรุงหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับโลกอาชีพและเทคโนโลยีสมัยใหม่ 2) ด้านความเสมอภาคทางการศึกษา โดยขยายโครงการเรียนฟรีและทุนการศึกษาให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่ชนบท ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3) ด้านการเข้าถึงการศึกษา ส่งเสริมระบบ Tracking System และการศึกษาแบบยืดหยุ่น 4) ด้านประสิทธิภาพการจัดการศึกษาปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษา ลดภาระงานเอกสารของครู และนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการการศึกษา และ 5) ด้านการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง บูรณาการหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ปรับปรุงการฝึกงานและการเชื่อมโยงกับสถานประกอบการ และส่งเสริมทักษะอนาคต,3.แนวทางอุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนที่จัดโดยบุคคลองค์กรชุมชน องค์กรเอกชน และองค์กรวิชาชีพ ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ให้ครอบคลุม คือ 1)ระยะแรกให้กระทรวงศึกษาธิการอุดหนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานตามจำนวนผู้เรียนรายหัว แก่ศูนย์การเรียนที่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุน โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม/เงินบำรุงการศึกษาจากผู้เรียน2)จัดสรรเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานในอัตราเดียวกับที่รัฐจัดสรรให้สถานศึกษาเอกชนการกุศล (ไม่รวมเงินเดือนและเงินสมทบ) ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 5 รายการ และ 3)ให้ ศธ.ติดตามประเมินผลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการคำนวณค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา การกำหนดอัตราเงินอุดหนุน และแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสมต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี