546.jpg
เหวี่ยงเบ็ดลุ้นปลาใหญ่! หนุ่มช่างเชื่อมสุดช็อก เย่อปลาได้ศพเข้าฝั่ง

เหวี่ยงเบ็ดลุ้นปลาใหญ่! หนุ่มช่างเชื่อมสุดช็อก เย่อปลาได้ศพเข้าฝั่ง

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.11 น.

หนุ่มช่างเชื่อมขว้างเบ็ดลุ้นปลาตัวใหญ่ สุดช็อกเย่อศพหนุ่ม รปภ.เข้าฝั่ง วิ่งตาตั้งโร่แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

29 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ธงชัย ศรีสำโรง พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบผู้เสียชีวิตลอยน้ำ บริเวณชายหาดป้อมพระจุล หมู่ที่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู


ที่เกิดเหตุเป็นหาดทรายขนาดย่อม พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ สภาพศพสวมชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สวมรองเท้าผ้าใบ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10-12 ชั่วโมง ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลและร่องรอยของการถูกทำร้าย พบกระเป๋าสตางค์ในตัว 1 ใบ ภายในพบเงินสดจำนวน 210 บาท ใบกดเงินสด ใบรับจำนำโทรศัพท์ ไฟฉาย 1 กระบอก และยังพบบัตรประจำตัวประชาชนระบุชื่อ นาย ศิริ  อายุ 48 ปี ต.ผือใหญ่ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศีรสะเกษ

จากการสอบถาม นายธนา อายุ 30 ปี ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ผู้พบศพคนแรก เล่าให้ฟังว่าตนเป็นช่างเชื่อมอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่งย่านเขตท่าข้าม กทม. ก่อนมาพบศพวันนี้เป็นวันหยุดตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านพักภายในซอยวัดแหลมฟ้าผ่าเพื่อจะมาตกปลาบริเวณนี้ ในระหว่างที่ตนเดินหาหมายเพื่อจะขว้างเบ็ด ได้เห็นผ้าสีฟ้าลอยติดอยู่กับเขื่อนที่พังลงไปในน้ำ

ตนจึงไม่ได้สนใจก่อนที่จะขว้างเบ็ดไปบริเวณดังกล่าวสักครู่ใหญ่เห็นปลายคันเบ็ดกระตุกตนคิดว่าปลากินเบ็ดจึงได้รีบกรอสายเบ็ดเข้าฝั่ง ก่อนที่ตัวเบ็ดจะไปติดผ้าที่เห็นก่อนหน้านี้จึงพยายามดึงให้หลุดออกจากผ้า ในระหว่างที่เย่อเบ็ดตนต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นศพลอยติดมากับเบ็ดด้วย จึงได้เรียกคนที่เดินเก็บของเก่าแถวหาดให้ช่วยมาดูว่าเป็นศพคนจริงหรือไม่ หลังจากตรวจสอบแล้วจึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้รีบเดินทางมาตรวจสอบ

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นอยู่นั้น ได้มีนายบัญชา อายุ 62 ปี สายตรวจ รปภ.ของบริษัทดังกล่าว มายืนดูพร้อมยืนยันว่าผู้ตายเป็นลูกน้องตน โดยผู้ตายมาทำงานเป็น รปภ.อยู่ในบริษัทอู่ต่อเรือและซ่อมเรือแห่งหนึ่งย่านพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งมาทำงานได้ประมาณ 6-7 เดือนแล้ว แต่ผู้ตายได้หายตัวไปตั้งแต่เวลา 20.00 น.ของคืนวันที่ 28 เม.ย.68 ที่ผ่าน ซึ่งปกติผู้ตายจะมาเปลี่ยนพลัดเข้าเวรตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของทุกวันและจะต้องเดินลงเวลาตรวจทุกต้นชั่วโมงใน 5 จุดตรวจของอู่เรือและลงรายงานเดินตรวจผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ของบริษัท โดยตนได้ตรวจสอบการรายงาน

ล่าสุดของผู้ตายพบว่าเมื่อเวลา 19.00 น. ผู้ตายได้ถ่ายรูปรายงานตรวจจุดตรวจที่ 1 มาและเวลา 20.00 น.ผู้ตายได้รายงานตรวจจุดตรวจที่ 2 หลังจากนั้นได้หายตัวไป ซึ่งบริเวณจุดตรวจที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ท่าเทียบเรือกับโป๊ะจอดเรือเวลาเดินตรวจต้องเดินข้ามบันใดไปและโป๊ะจอดเรือจะเคลื่อนตัวตลอดเวลาเมื่อมีเรือวิ่งผ่านทำให้เกิดคลื่น ซึ่งตนคาดว่าผู้ตายน่าจะหน้ามืดหรือเสียหลักตกลงไปในน้ำได้

โดยตลอดคืนทั้งคืนตนพร้อมเจ้าหน้าที่ รปภ.หลายคนได้ช่วยกันเดินออกตามหาจนทั่วอู่แต่ไม่พบ กระทั่งเมื่อเช้ามีคนโทรศัพท์มาบอกว่ามีคนพบศพ รปภ.ลอยน้ำติดอยู่ชายหาดป้อมพระจุล ตนจึงรีบเดินทางมาดูพร้อมยืนยันว่าเป็นลูกน้องตนและโดยปกติผู้ตายจะมีอาการเจ็บหัวเข่าหลายครั้งร่วมอยู่ด้วย

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและลงบันทึกประจำวันเบื้องต้น ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์พร้อมประสานญาติให้เดินทางมาติดต่อขอรับศพไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป
.012

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top